Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

10 เทคนิคเปิดร้านเสริมสวย ร้านเล็กก็โตได้ถ้าทำเป็น

10 เทคนิคเปิดร้านเสริมสวย ร้านเล็กก็โตได้ถ้าทำเป็น!

ร้านเสริมสวย กิจการยอดนิยมของคนไทยที่ทำเงินได้ทุกช่วง ซึ่งหากคุณมีทักษะทางนี้หรือมีใจรักที่จะเปิดร้านเสริมสวย บอกเลยว่ามาถูกทางแล้ว!

และวันนี้เราก็มีเกร็ดความรู้และเทคนิคการเปิดร้านเสริมสวยที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จง่าย ๆ มาฝาก

แต่ก่อนอื่นเลย . . .

ร้านเสริมสวยคืออะไร?

ร้านเสริมสวย คือ ร้านแต่งหล่อและเสริมความสวยงาม ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดียิ่งขึ้น ถือเป็นธุรกิจบริการขนาดเล็กที่เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะใช้ต้นทุนในการเปิดไม่สูงมาก แต่ต้องเน้นเรื่องฝีมือและความประณีต  อีกอย่างทางร้านมีรายได้ทุกวันและได้หยิบจับเงินสดอยู่เรื่อย ๆ ร้านเสริมสวยจึงได้รับความนิยมและอยู่คู่ทุกชุมชนมาช้านาน

ธุรกิจร้านเสริมสวยมีแบบอะไรบ้าง?

ร้านเสริมสวยมีหลายแบบด้วยกัน เช่น

  • บาร์เบอร์ – ร้านตัดผมชาย มีบริการตัดผม, โกนหนวด, สระ, ไดร์, ทำสี, แคะหู, ล้างหู ฯลฯ
  • ซาลอน – ร้านตัดผมผู้หญิง มีบริการตัดผม, สระ, ไดร์, ย้อมผม, ยืดผม, ดัดผม, อบไอน้ำ ฯลฯ

นอกจากนี้ก็ยังมีบางร้านที่มีบริการเสริม เช่น นวดหน้า, ขัดหน้า, แต่งหน้า และทำเล็บ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญและแผนการทำธุรกิจร้านเสริมสวยของคุณเอง ถ้ามีงบน้อยก็อาจจะเริ่มทำแค่ผมก่อน แต่ถ้ามีงบเยอะและหุ้นส่วนลงทุนก็เปิดร้านเสริมสวยครบวงจรไปเลย

เปิดร้านเสริมสวยแล้วดียังไง?

ข้อดีของการเปิดร้านเสริมสวย

ภาพโดย Atikah Akhtar จาก Unsplash

หากคุณกำลังลังเลอยู่ว่าจะเปิดร้านเสริมสวยเล็ก ๆ เป็นของคุณเองดีไหม เพราะค่าใช้จ่ายในการจ้างช่างทำผมหรือช่างเสริมสวยดูเหมือนจะแพงเอาการอยู่เหมือนกัน

ในบทความนี้เรามีเหตุผลที่คุณควรเปิดร้านเสริมสวยมาฝาก ซึ่งก็คือ

  • ลงทุนเยอะในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น – ร้านเสริมสวยคือธุรกิจที่คุณจะใช้งบเยอะในช่วงแรกเท่านั้น แต่ใช้เงินหมุนเวียนค่อนข้างน้อย
  • เป็นธุรกิจที่อินเทรนด์ ไม่มีตกยุค – ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นยังไง แต่ใคร ๆ ก็อยากดูดีอยู่เสมอ ดังนั้นแม้จะมีช่วงที่ยอดขายน้อยบ้าง (เช่น ช่วงโควิด 19 ที่ผ่านมา) แต่ร้านก็กลับมาฟื้นตัวได้เร็วแน่นอน
  • สบายได้ แค่มีลูกค้าประจำ – รู้ไหมว่ารายได้ส่วนใหญ่ของแทบทุกธุรกิจร้านค้านั้นมาจากลูกค้าประจำ ? ดังนั้นร้านเสริมสวยก็เช่นเดียวกัน ถ้าคุณมีลูกค้าประจำ รับรองทำเงินและรายได้ให้ร้านได้ตลอดแน่
  • เครียดน้อย – ร้านเสริมสวยถือเป็นธุรกิจที่ไม่ค่อยมีแรงกดดันสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะแรงกดดันทางต้นทุน ยิ่งเมื่อไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่แล้ว ยิ่งสบาย เพียงแต่ต้องคิดในเรื่องของแพ็คเกจหรือโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ และรักษาลูกค้าประจำเท่านั้น
  • มีช่างดี ต่อทุนได้ – ถ้าที่ร้านมีช่างเสริมสวยฝีมือเจ๋ง ๆ นี่สามารถเป็นจุดขายของร้านคุณได้เลย เพราะนี่คือต้นทุนที่จะต่อกำไรให้ร้านได้ ยิ่งลูกค้าติดใจฝีมือช่างที่ร้านมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งกลับมาใช้บริการที่ร้านบ่อยเท่านั้น

วิธีเปิดร้านเสริมสวยให้ประสบความสำเร็จ

1. มีงบในการเปิดร้านเสริมสวย

สิ่งสำคัญอันดับแรกในการเปิดร้านเสริมสวยก็คือ ทุน เพราะเมื่อคุณมีช่างทำผม ช่างเสริมสวย หรือว่าความพร้อมในด้านทักษะแล้ว งบในการเปิดร้านเสริมสวยคือสิ่งสำคัญที่คุณควรพิจารณา ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หากคุณจะต้องมีเงินทุนอย่างน้อย 100,000 – 200,000 บาทในการเริ่มต้นเปิดร้านเสริมสวย เพราะอย่าลืมว่าคุณต้องมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง อาทิ

  • ค่าเช่าที่
  • ค่าตกแต่ง
  • ค่าอุปกรณ์ร้านเสริมสวย
  • ค่าน้ำ
  • ค่าไฟ
  • ค่าพนักงาน

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มีส่วนยิบย่อยต่าง ๆ อีกมากมาย ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องมีเงินทุนในการเปิดร้านเสริมสวยอย่างน้อย 100,000 – 200,000 บาท ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากจะเปิดร้านเล็กหรือใหญ่ด้วย

2. รู้หลักการขออนุญาตเปิดร้านเสริมสวย

สงสัยอยู่ใช่ไหมว่า ถ้าอยากเปิดร้านเสริมสวยต้องขออนุญาตหรือจดทะเบียนร้านหรือเปล่า?

คำตอบอยู่นี่แล้ว!

เอกสารในการขออนุญาตเปิดร้านเสริมสวย

ตามกฎหมายของการสาธารณสุขแล้ว ผู้ประกอบการจะต้องใช้เอกสารในการขออนุญาตเปิดร้านเสริมสวย ดังนี้ :- 

  • คำขอรับ หรือขอต่ออายุใบอนุญาต
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 1 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ฉบับ
  • ใบรับรองแพทย์  อายุไม่เกิน  6  เดือน  

สถานที่ขออนุญาตเปิดร้านเสริมสวย

ก่อนจะเปิดร้านเสริมสวยเป็นกิจลักษณะแล้ว คุณจำเป็นต้องมีใบอนุญาตให้จัดตั้งร้านหรือใช้เป็นสถานที่รับจ้าง และเป็นผู้รับจ้างจัดแต่งทรงผม ซึ่งสถานที่ที่คุณสามารถขออนุญาตได้ก็คือ

  • กรุงเทพฯ – ยื่นขอ ณ สำนักงานเขตที่ตั้งสถานประกอบการร้านเสริมสวย  
  • ต่างจังหวัด – ยื่นขอ ณ สำนักงานเทศบาล หรือ สำนักงานสุขาภิบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งดูแลเขตพื้นที่ที่ตั้งสถานประกอบการร้านเสริมสวย

หมายเหตุ:  มีค่าธรรมเนียม 500 บาท

การจดทะเบียนพาณิชย์ร้านเสริมสวย

  • ถ้าคุณเปิดร้านเสริมสวยเป็นธุรกิจบริการอย่างเดียว ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
  • ถ้าเปิดร้านเสริมสวยและขายสินค้าควบคู่ไปด้วย เช่น แชมพู, ครีมนวด, ทรีทเมนต์, ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ฯลฯ ทางร้านต้องมีการจดทะเบียนพาณิชย์

นอกจากนี้คุณจะต้องศึกษาเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย คือ ภาษีป้าย, กฎหมายและระเบียบเฉพาะธุรกิจ, การปิดป้ายแสดงราคาค่าบริการ และในเรื่องของการเสียภาษี

ภายในร้านเสริมสวยเล็กๆ

ภาพโดย Guilherme Petri จาก Unsplash

3. เลือกทำเลในการเปิดร้านเสริมสวยให้เป็น

ทำเลในการเปิดร้านเสริมสวย คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ร้านของคุณประสบความสำเร็จ เพราะถ้าทำเลดี โอกาสที่ลูกค้าจะมาใช้บริการก็ย่ิงมีมากขึ้น ดังนั้นเราขอแนะนำให้เลือกทำเลทองเอาไว้ก่อน ซึ่งทำเลที่เหมาะสำหรับการเปิดร้านเสริมสวยก็คือ

  • พื้นที่ตลาดหรือแหล่งชุมชน – หากคิดจะเปิดร้านเสริมสวยขนาดเล็ก บอกเลยว่าต้องเปิดในตลาดและพื้นที่ชุมชน เพราะเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตา หลายอาชีพ และมีโอกาสที่ลูกค้าจะแวะมาใช้บริการบ่อย ๆ
  • บริเวณใกล้เคียงสถานที่บริการ – สังเกตไหมว่าลูกค้าหลัก ๆ ของร้านเสริมสวยก็คือกลุ่มข้าราชการ ยิ่งเป็นกลุ่มสาว ๆ ยิ่งรักสวยรักงาม แถมยังบอกต่อร้านดี ๆ ให้เพื่อนข้าราชการด้วยกันอีกด้วย ถ้าร้านคุณจับกลุ่มลูกค้านี้ได้ รับรองมีรายได้ไม่ขาดสายแน่นอน
  • พื้นที่มหาวิทยาลัย โรงเรียน และสถานศึกษา – ทำเลทองสุดเบสิกในการเปิดร้านเสริมสวยก็คือบริเวณใกล้เคียงมหาวิทยาลัย โรงเรียน และสถานศึกษา เพราะมีกลุ่มนักศึกษา กลุ่มวัยรุ่นที่เป็นวัยดูแลตัวเอง ทั้งยังมีกลุ่มนักเรียนที่ต้องตัดผมตามระเบียบของโรงเรียนอีกด้วย
  • ห้างสรรพสินค้า – หากมีทุนเรื่องค่าเช่าและอยากเปิดร้านเสริมสวยร้านใหญ่พร้อมราคาสูงหน่อย ก็สามารถเปิดในห้างได้เลย เพราะห้างสรรพสินค้ามีคนมาเดินเล่นและช้อปปิ้งอยู่แล้ว ยังไงก็มีโอกาสทำเงินแน่นอน

4. อุปกรณ์ในการเปิดร้านเสริมสวยต้องพร้อม

ในการเริ่มต้นเปิดร้านเสริมสวย คุณต้องมีงบและเช็คลิสต์ในการจัดซื้ออุปกรณ์ด้วย แล้วคุณก็ต้องเลือกอุปกรณ์คุณภาพดีถึงจะคุ้มค่าแก่การลงทุน ซึ่งอุปกรณ์ร้านเสริมสวยที่จำเป็นก็จะมีราคาแตกต่างกันออกไป เช่น

  • กระจกบานใหญ่ – กระจกด้านหน้าลูกค้า ราคาเริ่มต้นที่บานละ 1,000 – 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของกรอบกระจก
  • กระจกบานเล็ก – กระจกด้านหลัง มีไว้ใช้ส่องด้านหลังให้ลูกค้าดูหลังจากตัดหรือทำผม ราคาเริ่มต้นที่ 250 – 300 บาท
  • เก้าอี้ร้านเสริมสวยสำหรับช่าง – ราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 500 บาทขึ้นไป
  • เก้าอี้ร้านเสริมสวยสำหรับลูกค้า – ราคาเริ่มต้นที่ 2,500 บาทขึ้นไป
  • เตียงสระผมพร้อมอ่าง – ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 บาท หากเลือกรุ่นดีขึ้นมาหน่อย ราคาก็อาจจะเริ่มที่หลักหมื่น

นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์จำเป็นอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น กรรไกรตัดผม, ไดร์เป่าผม, เครื่องรีดผม, เครื่องม้วนผม, ผ้าขนหนู, กรรไกรตัดเล็บ, หวี, ชั้นวางอุปกรณ์เสริมสวย ฯลฯ ทางที่ดีเราแนะนำให้ทำเป็นเช็คลิสต์อุปกรณ์ร้านเสริมสวยและสำรวจราคาให้ดีก่อนเลือกซื้อ เพื่อจะได้ประหยัดงบในการเปิดร้านเสริมสวย แล้วก็มีอุปกรณ์พร้อมเปิดร้านจริง ๆ

เช็คลิสต์อุปกรณ์ร้านเสริมสวยภาพโดย senivpetro – www.freepik.com

5. ดูว่ามีสินค้าไหนที่ขายในร้านเสริมสวยได้บ้าง

สมัยนี้ใคร ๆ ก็ขายสินค้าในร้านเสริมสวยกันทั้งนั้น เพราะนอกจากจะให้บริการตัดผม เสริมสวย หรือว่าทำเล็บแล้ว ทางร้านจะต้องเพิ่มยอดขายร้านด้วยวิธีอื่น ๆ ด้วย แต่สินค้าที่ขายเพิ่มเติมในร้านเสริมสวยจะต้องเป็นสินค้าที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าเท่านั้น เช่น ถ้าที่ร้านทำผมและทำเล็บด้วยก็อาจจะขายสินค้าเพิ่มเติม ดังนี้ :-

  • แชมพู 
  • ครีมนวด
  • มาส์กผม/ทรีทเมนต์
  • น้ำมันใส่ผม
  • เซรั่มบำรุงผม
  • น้ำยาทาเล็บ
  • น้ำยาล้างเล็บ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างสินค้าที่ช่วยเพิ่มรายได้ร้านเสริมสวยเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่ามีสินค้าที่ขายเสริมได้อีกเพียบ ! แต่จะขายสินค้าเสริมเหล่านี้อย่างสบายใจไร้ปัญหาได้ยังไง? เราขอแนะนำว่าให้มีหน้าร้านออนไลน์ จะได้ขายสินค้าได้ตลอดเวลา แม้เวลาปิดร้านก็ยังมีโอกาสขายได้ แล้วก็ต้องมีระบบ POS ไว้คอยติดตามสต๊อกสินค้า เพื่อให้มีข้อมูลสินค้าที่แม่นยำ รู้ว่าสินค้าไหนขายดีหรือไม่ดี และสต๊อกสินค้าได้อย่างถูกต้อง (ที่สำคัญระบบ POS ยังมีฟีเจอร์อีกหลายอย่างที่ดีต่อใจคนเปิดร้านเสริมสวยด้วยนะ)

6. เลือกช่างเสริมสวยมืออาชีพเท่านั้น

มาถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการเปิดร้านเสริมสวย นั่นก็คือ การเลือกช่างเสริมสวย ซึ่งถ้าคุณไม่ได้เป็นคนลงมือตัดผมหรือให้บริการลูกค้าเอง ก็ต้องเลือกช่างเสริมสวยมืออาชีพเข้ามาทำงานที่ร้าน ซึ่งคุณสมบัติของช่างเสริมสวยที่คุณจะต้องมองหาก็คือ

  • มีฝีมือ – ช่างเสริมสวยที่มีศิลปะและทักษะในการทำงานจะทำให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาที่ร้านของคุณบ่อย ๆ 
  • มีประสบการณ์ – เลือกช่างเสริมสวยที่ผ่านการฝึกอบรบและมีประสบการณ์ไว้ก่อน
  • มีคุณสมบัติสำหรับงานบริการ – ต้องมีความขยัน อดทน มีใจรักบริการ อ่อนน้อมถ่อมตน มีมารยาท ใส่ใจลูกค้า และรู้จักกาลเทศะ

เมื่อคุณได้ช่างเสริมสวยมืออาชีพที่มีฝีมือดีและมีคุณสมบัติตรงตามข้างต้นแล้ว คุณก็จะรู้ว่าสิ่งนี้คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะช่างเหล่านี้จะมีวิธีพูดคุยกับลูกค้า แล้วร้านคุณก็จะเรียกลูกค้าได้ไม่ยาก

ช่างเสริมสวยกำลังตัดผมลูกค้า

ภาพโดย Racool_studio – www.freepik.com

7. การตกแต่งร้านที่เรียกลูกค้า

การแต่งร้านเสริมสวยที่ดีจะช่วยเรียกลูกค้าได้ ดังนั้นคุณจึงต้องเน้นเรื่องความเป็นระเบียบสวยงามของร้านด้วย ที่สำคัญ ร้านต้องถ่ายรูปสวย เพราะสมัยนี้ลูกค้าชอบถ่ายรูปและเช็คอินกันเสียส่วนใหญ่ ถ้าร้านคุณมีช่างเสริมสวยฝีมือดี และมีมุมสวย ๆ ถ่ายรูปแล้ว รับรองลูกค้าบอกต่อเพื่อนหรือคนรู้จักให้มาใช้บริการแน่นอน แค่นี้ร้านคุณก็ทำการตลาดได้แบบฟรี ๆ แล้ว!

ทั้งนี้ไอเดียร้านเสริมสวยที่เราอยากแนะนำก็มีดังนี้ :-

  • สไตล์รัสติก (Rustic) – เน้นความงามในเนื้อแท้และปล่อยให้วัสดุเป็นไปตามกาลเวลา เช่น ผนังปูนเปลือยหรือผนังอิฐเปลือยเปล่า เป็นต้น
  • สไตล์เออร์เบิน (Urban) – ร้านเสริมสวยสไตล์คนเมือง เน้นความโมเดิร์นทันสมัย
  • สไตล์ Elegant – เน้นความหรูหราและการตกแต่งที่ดูแพง
  • สไตล์มินิมอล – ร้านเสริมสวยสไตล์มินิมอลลิสต์ เน้นความเรียบง่ายและพื้นที่ใช้สอย
  • สไตล์อินดัสเทรียล (Industrial) – เน้นการตกแต่งที่ดูดิบ แต่แฝงไปด้วยศิลปะ

นอกจากนี้คุณยังสามารถเลือกต้นไม้ใบหญ้า พร็อพเก๋ ๆ ภาพวาดศิลปะ หรือจะเพ้นท์ภาพบนผนังร้านให้ร้านดูมีลูกเล่นและมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้นมาอีกก็ยังได้

8. ร้านต้องสะอาดและปลอดภัยสำหรับลูกค้า

ขึ้นชื่อว่าร้านเสริมสวยแล้ว ก็อาจจะมีเศษผมตกหล่นอยู่บนพื้นกันบ้าง แต่ก็ต้องทำความสำอาดให้เร็วที่สุด เพื่อให้ร้านดูดีอยู่เสมอและน่าเข้าในสายตาลูกค้า ซึ่งวิธีการรักษาความสะอาดร้านเสริมสวยก็คือ

  • ทำความสะอาดอยู่เสมอ ทั้งบริเวณรับรองลูกค้า บริเวณทำผม สระผม ห้องน้ำ และบริเวณอื่น ๆ ของร้าน มีการฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ หรือโซเดียมไฮโปคลอไรท์ 0.1 เปอร์เซ็นต์
  • ตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานและลูกค้าก่อนเข้าร้านทุกครั้ง เพื่อป้องกันโควิด 19 ในเบื้องต้น
  • จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ ให้พนักงานและลูกค้าได้ล้างมือบ่อย ๆ 
  • พนักงานควรใส่ Faceshield หรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เว้นระยะห่างภายในร้าน แม้สถานการณ์โควิด 19 ในไทยจะดีขึ้นแล้ว แต่เราก็ยังควรป้องกันไว้ ดังนั้นร้านเสริมสวยของคุณก็ควรมีการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าด้วย

การรักษาความสะอาดร้านเสริมสวย

ภาพโดย Delbeautybox จาก Pexels

9. การบริการต้องมาเป็นที่หนึ่ง

อย่าลืมว้าร้านเสริมสวยคือธุรกิจบริการประเภทหนึ่ง ดังนั้นทางร้านจึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วย คือต้องบริการลูกค้าด้วยใจจริงและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในร้าน และวิธีให้บริการลูกค้าร้านเสริมสวยที่มัดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดีก็ได้แก่

  • กล่าวทักทายและขอบคุณ – เชื่อว่าหลาย ๆ ร้านคงมีวิธีปฏิบัติกันแบบนี้อยู่แล้ว เพราะการพูดจาทักทายและขอบคุณลูกค้าคือการสร้างความประทับใจเบื้องต้น ทั้งนี้การเชิญชวนให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้งหลังจากกล่าวขอบคุณ ก็เป็นสิ่งที่ชวนให้ลูกค้านึกถึงร้านเมื่อต้องการตัดแต่งทรงผมหรือทำเล็บอีกครั้ง
  • มีอะไรให้ลูกค้าทำ – มีนิตยสารและชาให้ลูกค้าจิบระหว่างรอและขณะรับบริการเพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดอาการเบื่อหรือเซ็ง อย่างน้อยก็มีอะไรให้ลูกค้าอ่านเล่นเพลิน ๆ และจิบแก้คอแห้ง
  • ใส่ใจทุกขั้นตอน – สอบถามความพึงพอใจลูกค้าในทุกขั้นตอนการให้บริการ เช่น เปิดรับความคิดเห็นของลูกค้าสระ/ไดร์ผม ถ้ามือหนักไป ให้ลูกค้าบอกช่างได้ทันที

10. มีเทคนิคเสริมเพื่อเรียกลูกค้า

ส่วนใหญ่เมื่อลูกค้าติดใจร้านเสริมสวยแล้ว ก็จะอยากกลับมาใช้บริการอีก แต่ก็ไม่เสมอไป เพราะปัจจุบันการแข่งขันในวงการธุรกิจเสริมสวยก็ถือว่าไม่น้อย ดังนั้นทางร้านจึงควรมีจุดเด่นและจุดขายที่ช่วยเรียกลูกค้าให้กลับมาใช้บริการอีกครั้ง ซึ่งก็คือ

  • จัดโปรโมชั่น – มีแพ็คเกจให้ลูกค้าเลือกใช้บริการในราคาพิเศษ เช่น สระ+ซอย, สระ+ตัด+ไดร์ หรือจะมีโปรโมชั่นทำสีและทรีทเมนต์ก็เก๋ไม่น้อย 
  • แพ็คเกจสินค้า – จับคู่แชมพูหรือครีมนวด แล้วขายในราคาถูกกว่า แนะนำสินค้าที่ตรงกับปัญหาของลูกค้าจริง ๆ ห้ามฮาร์ดเซลล์จนออกหน้าออกตา ไม่อย่างนั้นลูกค้าอาจจะเข็ดและไม่กลับมาที่ร้านก่อนก็ได้ จำไว้ว่าไม่มีใครชอบโดนบังคับขายของ
  • มีระบบสมาชิก – มีระบบสมาชิกเก็บชื่อ เบอร์โทร หรืออีเมล เพื่อส่งต่อข่าวสารของร้าน และมีรางวัลมอบให้กับลูกค้าสมาชิก อาจจะเป็นเครดิตร้านค้า บัตรสะสมแต้ม หรือโปรแกรมเงินคืน ก็ได้ ให้ลูกค้ามีส่วนลดและแรงจูงใจในการกลับมาใช้บริการที่ร้านเสริมสวยของคุณอีก

การให้บริการลูกค้าร้านเสริมสวย

สรุป

การเปิดร้านเสริมสวยไม่ว่าจะร้านเล็กหรือใหญ่คุณก็ประสบความสำเร็จได้ ขอแค่มีใจรักเป็นพื้นฐานและมีเทคนิคเป็นตัวช่วย อย่างเทคนิคที่เรานำมาฝากก็มีตั้งแต่งบในการเปิดร้านเสริมสวย การเลือกทำเล การขออนุญาตเปิดร้าน การขายสินค้าเพิ่มเติมในร้านเพื่อเพิ่มรายได้ ไปจนถึงเทคนิคการให้บริการและมัดใจลูกค้า ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผนเปิดร้านเสริมสวย หรือถ้าใครมีเทคนิคเด็ด ๆ เพิ่มเติม สามารถแชร์กับเราที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ทิ้งท้ายก่อนไป . . .

หากคุณคิดจะขายสินค้าเพิ่มเติมในร้าน ทำระบบสมาชิก จัดโปรโมชั่น หรือจัดการดูแลพนักงานในร้านเสริมสวย ระบบ POS ก็ถือว่าครอบคลุมและช่วยแบ่งเบาภาระของคุณได้เป็นอย่างดี ซึ่งคุณสามารถทดลองใช้ระบบ POS ฟรี หรือติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย!

CTA - ระบบ POS สโตร์ฮับ โปรแกรมจัดการร้านค้าปลีกและร้านอาหาร

Share this Post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Hey there! Please enter your store name.

.storehubhq.com