Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

อยากขายของ? ขายอะไรดี ขายที่ไหนดี

อยากขายของ? ขายอะไรดี ขายที่ไหนดี

อยากขายของ แต่ยังไม่รู้จะ ขายอะไรดี ขายที่ไหนดี หรือ ถ้าจะ ขายของออนไลน์ ก็ไม่รู้จะเอาสินค้าอะไรที่เป็นที่นิยม ขายใน Shopee หรือ Lazada ดี เรามีคำตอบ!

ยุคนี้ ยุค Work From Home (WFH) ทำงานที่บ้าน หรือ บางคนก็เศร้าหน่อยที่ตกงานไปเลยช่วงโควิด หลายคนคงกำลังหาอะไรทำ หาอะไรขาย แต่ว่าปัญหาคือ อยากขายของ? แต่ไม่รู้ว่า ขายอะไรดี หรือ ขายที่ไหนดี วันนี้ผมเลยหาข้อมูลมาให้ครับ ซึ่งในบทความนี้เราจะรวมถึงการขายของออนไลน์ด้วยว่า เมื่อรู้ว่าจะขายอะไรออนไลน์แล้ว เราขายทางช่องทางไหนดี แค่บนโซเชียลมีเดีย หรือ ecommerce ดี

อยากขายของ? เริ่มต้นยังไงดี

มาครับ อย่างแรก ต้องหาให้ได้ก่อนว่าเราจะ ขายอะไรดี โดยที่เวลาเราดูว่าเราจะขายอะไร อย่างแรกเลย คือ เอาที่ชอบครับ เราอินกับอะไรก็ขายอย่างนั้น และพอได้สิ่งที่ชอบแล้ว มันมีอยู่ 2 องค์ประกอบที่ต้องดูครับ

  1. ความต้องการของตลาด ว่ามีคนต้องการมันไหม แล้วต้องการบ่อยแค่ไหน กำลังในการซื้อของกลุ่มเป้าหมายเรามีหรือเปล่า
  2. คู่แข่ง อันนี้สำคัญมากครับ คู่แข่งต้องไม่สูงเกินไป หรือถ้ามีสูงเรื่องราคาเราต้องสู้ได้ แต่ถ้าสู้ราคาไม่ได้ เราต้องหาจุดต่างให้กับสินค้าของเรา จะเหมือนเลย 100% แต่สู้เรื่องราคาไม่ได้ ก็ยากหน่อยครับ

หากรู้แล้วว่าจะ ขายอะไรดี และอยากได้คำแนะนำดี ๆ เรามีของฟรีมาแจก! ฟรีจริง ๆ ครับ ตั้งใจทำมาก

ดาวน์โหลดฟรีคลิก >> คู่มือแม่ค้ามือใหม่ ทั้ง ขายหน้าร้าน และ ออนไลน์ <<

เข้าประเด็น เริ่มต้นที่ ขายอะไรดี

อยากขายของ? เริ่มต้นที่ ขายอะไรดี

ถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบโควิด ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ความสนใจของลูกค้าไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากช่วงเวลาปกติ นั่นก็คือ กลุ่มสินค้าด้านสุขภาพ

ขายผลิตภัณฑ์​เพื่อสุขภาพ หรือ Healthcare

กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ เช่น ปรอทวัดไข้ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ หากเราดูเรื่องราคา ก็จะเห็นว่ากลับมาเป็นปกติแล้ว แต่มันยังคงจำเป็น และ มีความสนใจซื้ออยู่สูง ซึ่งตัวผมที่เป็นผู้เขียนเองอยู่ในกลุ่มเฟสบุ๊ค ธรรมศาสตร์และการฝากร้าน ก็ยังเห็นความสนใจในหลาย ๆ โพสต์ที่จำหน่ายสินค้าประเภทนี้

จึงเป็นโอกาสที่ดีหากเรารู้จักโรงงาน หรือ ที่ขายส่ง แต่ก็ต้องคำนึงถึงเรื่องคุณภาพ เช่น ใบรับรอง และ เลขจดทะเบียน อย. รวมทั้งเรื่องราคา เพราะสินค้าประเภทนี้ บางอย่างเป็นสินค้าควบคุม อย่างเช่น หน้ากากอนามัย เป็นต้น

ขายเสื้อผ้า และ เครื่องประดับ

ในช่วงปิดเมืองหรือล็อคดาวน์ที่ผ่านมา ความสนใจต่อสินค้าประเภทนี้อาจจะลดลง แต่ตอนนี้ ศูนย์การค้ากลับมาทำการปกติ ทำให้ความสนใจต่อสินค้าประเภทนี้กลับมาด้วย โดยเฉพาะตลาดขายส่งเสื้อผ้าประตูน้ำ หรือ แพลตตินั่ม ก็เริ่มกลับมาเปิดเป็นปกติ ผมได้มีโอกาสคุยกับร้านขายส่งเสื้อผ้าและถุงเท้าที่ประตูน้ำ ก็ได้ความว่า ถึงแม้ว่ากำลังซื้อจะไม่กลับมาเท่าปกติ แต่ก็ไม่ได้ซบเซาเหมือนช่วงปิดประเทศ ดังนั้น อาจะมองได้ว่า กลุ่มสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับ กำลังค่อย ๆ กลับมาสู่ภาวะปกติ

ตอนนี้ล่าสุด เดือน กันยายน 2563 ที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ ผมไม่มั่นใจว่า ตลาดขายส่งวันศุกร์กลางคืนที่จตุจักรเปิดขายหรือยัง แต่ที่ประตูน้ำและแพลตตินั่ม ผมรับรองว่ากลับมาแล้ว สามารถไปเดินดูเพื่อหาสินค้าที่สนใจ นำไปจำหน่ายต่อได้

อีกอย่างหนึ่งที่ผมเห็นเรื่องการขายสินค้าประเภทนี้เริ่มกลับมาแล้ว ก็คือ เรื่องการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ อย่างเช่นพวก Bao Bao และ กระเป๋ามือสอง จากญี่ปุ่น, MCM จากเกาหลี, หรือ Coach Outlet จากอเมริกา ตรงนี้ผมก็มองว่าเป็นโอกาสที่ดี (ผมเองก็ F รัว ๆ) แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติมนิดหน่อยเรื่องการส่งสินค้าจากต่างประเทศ และข้อจำกัดของทางแบรนด์

ขายสินค้าเพื่อความงาม

สินค้าเพื่อความงาม เช่น สกินแคร์และเครื่องสำอาง สำหรับผมเองคิดว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย และมันแปรผันตรงกับเศรษฐกิจ เช่น เศรษฐกิจดีก็ขายดี เศรษฐกิจไม่ดีก็ขายไม่ได้ แต่ลองมองในทางกลับกัน เราอาจมองว่าสินค้าประเภทนี้เป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการสำหรับคนบางกลุ่มด้วย คือ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร คนบางกลุ่ม ถือว่าการดูแลตัวเองเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เหมือนการทานอาหารที่ดี

ดังนั้นจากตรงนี้ ตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม (Health & Beauty) น่าจะยังไปต่อได้

  • สามารถหาซื้อสินค้าราคาส่งแล้วขายต่อ เป็นการซื้อมาขายไป หากเราทราบแหล่งค้าส่ง
  • นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น และ อเมริกา อันนี้ผมเห็นว่ากลับมาทำแล้วได้แน่นอน มีบริษัทชิปปิ้ง (Shipping) กลับมาส่งของปกติแล้ว อย่างเพื่อนผมที่ทำบริษัท Shipping ของจากญี่ปุ่น กิโลละไม่กี่ร้อยบาท พร้อมจัดการเรื่องภาษีให้เสร็จ ก็กลับมาทำการปกติแล้วเรียบร้อย แต่อย่าลืมว่าการขนส่งนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาแล้วเป็นเครื่องสำอาง จริง ๆ ต้องมีฉลากไทย เราแนะนำให้ทำถูกต้องดีกว่า
  • สั่งโรงงานผลิตและทำแบรนด์เอง อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวเลยครับ เดี๋ยวนี้โรงงานออกมาโปรโมทผ่าน Facebook Ads เยอะมาก เพื่อรับผลิตเครื่องสำอางสำหรับรายย่อย เริ่มต้นแค่ไม่กี่ร้อยชิ้น และทำเรื่องขอ อย. ให้ได้ด้วย อันนี้ก็เหมาะกับคนที่มีสายป่านยาว มีเงินทุนมาก และไม่ต้องกู้มาลงทุน แต่อย่าลืมว่า เริ่มต้นตอนนี้ อาจจะทำให้ได้อะไร ๆ ในราคาที่ถูกลง

    ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    Apple จะเปิดตัว iPhone 12 ความสนใจก็ไม่ได้ดูจะน้อยลงเท่าไหร่นัก แต่หากตลาดสมาร์ทโฟนยังพอจะไปได้ อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ก็ต้องยังอยู่ได้เช่นกัน เช่น เคสโทรศัพท์, สายชาร์จ, หูฟัง, ลำโพง, และ Gadget ต่างๆ เช่น Smartwatch เพราะเทรนด์ออกกำลังกาย ยิ่งมีแนวโน้มดีขึ้นจากผลกระทบโควิด ดังนั้นหากคิดจะลงทุนสินค้าด้านนี้ก็เป็นแนวคิดที่ไม่แย่มากนัก

    สำหรับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตอนนี้ ไม่รู้ว่าอุปกรณ์สะพานเหล็กยังถูกอยู่ไหม เพราะตั้งแต่การสั่งซื้อจากจีนง่ายขึ้น ตัวผมเองก็สั่งออนไลน์ตลอด เพราะสินค้าเหมือนกัน ยี่ห้อเดียวกัน แต่ได้ราคาถูกกว่ามาก พอพูดแบบนี้ บางคนอาจสงสัยว่า แล้วถ้าทุกคนสั่งออนไลน์ได้ เราจะสั่งจากจีนมาขายได้อย่างไร?

    ใช่ครับ ถ้าทุกคนสั่งออนไลน์เองได้ ถ้าเรารับราคานั้นมาขายเลย บวกกำไรไปมา ก็คือ เราจะขายแพงกว่าจีน ดังนั้น การซื้อปริมาณที่เยอะขึ้นเพื่อได้ราคาที่ถูกลงก็อาจจะช่วยได้ อีกอย่างหนึ่ง ลองคิดแบบนี้ว่า คนซื้อออนไลน์กับคนเดินซื้อ เป็นลูกค้าคนละกลุ่มกัน เพราะคนที่เดินซื้อ คือคนที่ต้องการจับ ต้องการลอง ต้องการคุยก่อนจ่ายเงิน ดังนั้น หากเรารับออนไลน์แล้วนำมาขายที่หน้าร้าน หรือ ตลาดนัด ก็สามารถทำได้

    ถ้าหากคุณยังไม่รู้ว่าจะ ขายอะไรดี เราก็หวังว่าหมวดหมู่สินค้าที่รวบรวมมาไว้ในบทความนี้จะเป็นประโยชน์บ้าง

    อ่านเพิ่ม คลิก >> วิธีเปิดร้านขายของชำให้ขายดีมีกำไร <<

    จะขายของแบบออฟไลน์ หรือ มีหน้าร้าน ขายที่ไหนดี

    จะขายของแบบ Offline หรือ มีหน้าร้าน ขายที่ไหนดี

    พอรู้ว่าเราสนใจจะ ขายอะไรดี และ พื้นที่ที่เราจะไปขายมีความสนใจต่อสินค้าประเภทไหนแล้ว ทีนี้ถ้าจะขายแบบมีหน้าร้าน ขายที่ไหนดี ?

    ขายของตลาดนัด

    ตลาดนัดใหญ่ ๆ ยังมีคนเดินแน่นอน แต่ก็ต้องดูสถานที่ แนะนำให้ไปลองเดินตลาดนั้น ๆ เพื่อประเมินจำนวนคนเดินก่อน ทั้งในช่วงปกติ และช่วงที่มีคนเดินมากที่สุด (Peak Time)  เพื่อจะได้ประเมินว่า จะขายสินค้าได้เยอะขนาดไหน และคุ้มค่าแก่การไปขายที่ที่นั่นไหม

    เวลาเดินสำรวจตลาดนัดนะครับ ผมขอแนะนำว่า

    • ดูว่าตลาดที่เราสนใจ เขาขายอะไรกัน เพื่อที่เราจะได้ไม่ขายซ้ำเพราะจะมีคู่แข่งเยอะเกินไปจนเราสู้ราคาไม่ได้ หรือ ไม่ได้ขายฉีกจนเกินไป จนไม่ใช่ที่สนใจของคนเดินตลาด
    • สืบราคาในสินค้าประเภทเดียวกันกับที่เราจะขาย เช่น ถ้าเราจะขายเสื้อฮาวาย เราก็เดินดูแบบแล้วถามราคามาให้หมดทุกร้านเลยครับ เพื่อที่เราจะได้หาจุดต่างให้กับร้านเรา แล้วดูได้ด้วยว่า ร้านขายส่งหรือโรงงานที่เรารับมา แข่งขันด้านราคาได้ไหมในตลาดที่เราเล็งไว้
    • ค่าเช่า และ สัญญาตลาด เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะถ้าค่าเช่าแพงเกินไป เราอาจจะต้องขายเพื่อจ่ายค่าเช่า ไม่ได้ขายเพื่อกำไร ปกติของสัญญาตลาดนัดใหญ่ ๆ จะอยู่ที่ 1 ปี และต้องติดคิวยาวมาก ไม่ได้คิดจะขาย แล้วขายได้เลย ดังนั้น ไปติดต่อไว้แต่เนิ่น ๆ ดีที่สุด

    ขายของบน ศูนย์การค้า โดยเฉพาะ Community Mall

    ส่วนหากต้องการขายของในห้าง ช่วงนี้แนะนำให้มองเป็น Community Mall เพราะจะอยู่ใกล้แหล่งชุมชน และจริง ๆ มันก็คือตลาดนัดติดแอร์นั่นเอง ซึ่งคนมีแนวโน้มที่จะเดินมากกว่าห้างใหญ่ ๆ สังเกตง่าย ๆ คือ Community Mall จะมีร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่เยอะ

    อย่างผมผู้เขียนเองก็ไม่ได้เข้าห้างใหญ่ ๆ ในช่วงนี้ เพื่อเก็บเงินไว้เผื่อจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะโควิดยังไม่หายไปไหน การซื้ออะไรแพง ๆ ต้องคิดเยอะขึ้นมาก แต่ก็ยังเดิน Community Mall ตลอด เพราะต้องซื้อของเข้าบ้าน และหาอะไรทาน รวมทั้งฟิตเนสที่ใช้บริการก็อยู่ใน Commnunity Mall 

    ข้อดีของการมองหา Community Mall เพื่อการเปิดร้านในช่วงนี้คือ ล็อคว่างเยอะ! เหตุผลส่วนหนึ่งคือ ร้านค้าจำนวนหนึ่งปิดตัวลงในช่วงปิดเมืองที่ผ่านมา ดังนั้นตอนนี้เลยมีพื้นที่ว่างเยอะ หากสนใจ สามารถต่อรองราคาได้ง่ายขึ้น

    เมื่อรู้ว่าจะ ขายอะไรดี ขายที่ไหนดี แล้ว อย่าลืมอ่านบทความสำหรับผู้เริ่มต้นเปิดร้านและทำธุรกิจที่เรานำมาฝากกัน ซึ่งคุณสามารถเริ่มต้นเปิดร้านค้าได้ง่าย ๆ

    อ่านเพิ่ม คลิก >> คู่มือเริ่มต้นธุรกิจค้าปลีก เปิดง่ายใน 10 ขั้นตอน <<

    ขายของออนไลน์ ผ่าน Marketplace ที่ไหนดี Lazada หรือ Shopee

    ขายของออนไลน์ ผ่าน Marketplace ที่ไหนดี Lazada หรือ Shopee

    ถ้าคิดว่ายุคนี้ใครจะขายแบบมีหน้าร้าน หรือ ขายออฟไลน์กัน เพราะใคร ๆ ก็ขายออนไลน์กันหมดแล้ว!

    เรามาเริ่มกับแหล่งขายออนไลน์ ในลักษณะ Marketplace กันว่ามีที่ไหนบ้าง ซึ่งที่ ๆ เราจะมาพูดถึงกันวันนี้เป็น 2 แพลตฟอร์มยอดนิยมของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ Lazada กับ Shopee 

    ขายของบน Lazada

    เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จัก Lazada! และถ้าไม่อยากขายเอง ไปเปิดร้านที่ Lazada ได้เลย เพราะถ้าเราไม่ได้เปิดร้านค้าใน LazMall จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการขาย แต่จะมีค่าธรรมเนียมเรื่องค่าขนส่งและค่าธรรมเนียมการจ่ายเงิน

    เราจะเสียเงินตอนมีโปรโมชั่นต่าง ๆ ถ้าเราจะเข้าร่วมเพื่อโปรโมทร้านของเรา และถ้าหากคุณต้องการให้ลูกค้าเชื่อถือร้านของคุณแบบสุด ๆ ไปเลย แนะนำให้เปิดร้านแบบ Flagship Store บน LazMall ซึ่งมีค่าธรรมเนียมตรงนั้น และต้องเปิดในรูปบริษัท แต่ข้อดีก็คือทาง Lazada จะโปรโมทร้านของคุณมากกว่า

    อีกหนึ่งข้อดีของ Lazada ก็คือ Lazada Affiliate Program ตัวโปรแกรมโปรโมทสินค้าให้ร้านค้า ซึ่งเป็นอีคอมเมิร์ซหนึ่งเดียวที่จัดการระบบนี้ด้วยตัว Lazada เอง ถ้าใครต้องการรู้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า Affiliate Marketing คืออะไร Comment ไว้เลย เดี๋ยวเรามาเขียนให้อีกบทความ

    ขายของบน Shopee

    Shopee ก็เหมือน Lazada แต่ง่ายกว่า ตรงที่คุณสมัครสมาชิกง่ายและขายได้เลย หากคุณเคยซื้อของที่ Shopee ก็ใช้บัญชีนั้นขายของได้เลย แต่ถ้าคุณต้องการขายบน Shopee Mall ก็จะมีค่าธรรมเนียมและขั้นตอนคล้าย ๆ กับ LazMall

    เรื่องค่าธรรมเนียมการขาย ร้านค้าแบบปกติไม่ต้องเสีย! จะมีก็แต่ค่าธรรมเนียมการจ่ายเงิน และค่าขนส่งหากคุณใช้บริการ Shopee Express

    หากมีคำถามว่า ที่ไหนจัดโปรโมชั่นบ่อยกว่ากัน ระหว่าง Lazada และ Shopee เราว่าพอ ๆ กันเลย ลองสังเกตนะครับ นอกจากแคมเปญใหญ่ๆ อย่าง 9.9, 11.11 และ 12.12 แล้ว ทั้ง 2 เจ้า จะมีโปรโมชั่นทุก 3 วันหมุนวนไปเรื่อย ๆ และเรื่องส่งฟรีก็เหมือนกัน ต่างกันที่วิธีครับ ทาง Shopee ลูกค้าต้องส่งเก็บโค้ดส่วนลดค่าขนส่ง 40 บาท ส่วน Lazada จะมีโค้ดสั่งซื้อ 3 ชิ้นจากร้านเดียวกันส่งฟรี ๆ ไปเลย

    ถ้าจะให้แนะนำและเอาสินค้าเข้าร้านค้าทางการ หรือ Flagship Store เราขอแนะนำ LazMall แต่ถ้าจะขายปลีกด้วยตนเอง ขอแนะนำเป็น Shopee และอย่าลืมดูข้อมูลด้วยว่าต้องทำอย่างไรถึงได้เป็นร้านค้าแนะนำของ Shopee ตรงนี้จะช่วยได้มากครับ

    ขายของออนไลน์ “ด้วยตัวเอง” ขายช่องทางไหนดี

    ขายของออนไลน์ “ด้วยตัวเอง” ขายช่องทางไหนดี

    ถ้าหากคุณอยากขายออนไลน์ แต่อยากสร้างแบรนด์ด้วยตัวเอง หรือ มีหน้าร้านอยู่แล้วแต่อยากขายออนไลน์ด้วย เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายของทางร้านและสร้างความเข้าถึงให้ร้านคุณ ก็สามารถทำการตลาดออนไลน์ได้ด้วยตนเองเช่นกัน ทั้งขายทางโซเชียลมีเดียและเปิดเว็บไซต์เป็นของตัวเองครับ

    ขายของบน IG – Instagram

    ถ้าเป็นการขายออนไลน์บน IG ส่วนมากเป็นการลงรูปสินค้าพร้อมราคาเท่านั้น จะไม่เกิดขายซื้อขายขึ้นบน IG ครับ โดยส่วนมาก ขายขายสินค้าบน IG จะใส่ข้อมูลและลิงก์การติดต่อไว้ที่ Profile ครับ อย่าลืมนะครับว่าสำหรับ IG เราจะใส่ลิงก์ที่สามารถคลิกได้บน Profile ทีเดียวเลย ดังนั้น ต้องตัดสินใจให้ดีครับ ว่าจะให้ลูกค้าไปซื้อที่ไหน โดยเลือกได้ว่าจะเป็น เว็บไซต์ของร้านเอง, Facebook Message, ไลน์, หรือ ลิงก์ไปที่ร้านบน Shopee และ Lazada

    ขายของบน Facebook

    การขายบน Facebook เป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะเดี๋ยวนนี้ เราสามารถสร้าง Shop ได้บน Facebook Page เลย และการจ่ายเงินผ่านบัตร ก็สามารถทำผ่าน Facebook Message ได้ด้วย แต่มีค่าธรรมเนียม อีกทั้ง การขายบน Facebook ยังสามารถสร้าง Community ผู้ซื้อ และ ขอรีวิวจากลูกค้าได้ด้วย

    ขายของออนไลน์ บนเว็บไซต์ของตัวเอง

    สุดท้ายครับ ไม่ว่าคุณจะขายของเข้า Lazada, Shopee, IG, หรือ Facebook มันคือการขายออนไลน์ “บนพื้นที่ของคนอื่น” ดังนั้น การสร้างร้านเสมือนของตัวเองบนโลกออนไลน์ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และการเปิดเว็บขายของออนไลน์ด้วยตัวเองตอนนี้ก็ง่ายมาก มีเว็บสำเร็จรูปให้ใช้เยอะ และยังเชื่อมต่อข้อมูลการชำระค่าสินค้าและอัพเดทสถานะการส่งสินค้าได้ด้วย

    โดยที่คุณอาจจะ เปิดเว็บ แล้วพาคนจาก Facebook และ IG ของคุณมาที่เว็บไซต์ และเกิดการซื้อขายบนนั้น เพื่อประหยัดเวลาในการปิดการขาย ลูกค้าไม่ต้องสอบถามรายละเอียดทุกขั้นตอนผ่านแชท แค่มีข้อมูลบนเว็บมากพอและตอบทุกข้อสงสัยของลูกค้าไว้เท่านั้น อีกอย่างเรื่องการแจ้งโอนและแจ้ง Tracking Number หรือเลขติดตามพัสดุก็ทำได้บนเว็บไซต์ ถือว่าประหยัดเวลาและแรงงานไปได้อีกเยอะ

    พอจะตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายออนไลน์ ขายที่ไหนดี แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ลองทำตามขั้นตอนง่าย ๆ ในบทความนี้ดูนะครับ

    อ่านเพิ่ม

    คลิก >> 10 วิธีสุดสมาร์ท ทำร้านให้ปังง่าย ๆ ด้วย Social Media <<

    สุดท้ายขอฝากไว้สักนิด หากคุณเหนื่อยกับ

    • การจัดการร้านด้วยการจดมือ
    • สรุปยอดด้วยเครื่องคิดเลขและผิดพลาด
    • นับสต๊อกยังไงก็ไม่ตรง
    • ไม่สามารถเก็บข้อมูลพนักงานเรื่องเวลาเข้าออกงาน และยอดขายว่าคนไหนทำได้เท่าไหร่
    • จัดการหน้าร้านและออนไลน์พร้อมกันวุ่นวาย
    • เปิดเว็บไซต์ด้วยตนเองยาก ค่าใช้จ่ายสูง

    แอดมินแนะนำให้คุณหาระบบ POS หรือ เครื่อง POS มาใช้ครับ เดี๋ยวนี้มีหลายเจ้า แต่ 5 ข้อด้านบน ต้องทำได้ทั้งหมดนะครับ ก็จะสามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการทำงาน ลดความผิดพลาดในการนับมือจากทั้งตัวคุณเองและลูกน้อง รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องจ้างคนเยอะ และ จ่ายทุกระบบในที่เดียวไม่วุ่นวายครับ

    เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อคุณอ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายนี้แล้ว จะพอมีไอเดียบ้างว่า จะเริ่มต้นธุรกิจ คุณจะ ขายอะไรดี และมีแนวคิดในใจว่าจะ ขายที่ไหนดี ใครเปิดร้านแล้วมาคอมเม้นต์บอกเราได้นะครับ เผื่อว่ามีโอกาส จะตามไปอุดหนุนครับsmile

    CTA - บริหารจัดการร้านค้าด้วย POS สโตร์ฮับ

    Share this Post

    Share on facebook
    Share on twitter
    Share on linkedin
    Share on pinterest
    Share on print
    Share on email
    ⏳ Limited-time only! Get up to 80% OFF POS Hardware!Hurry! Only for the first 150 customers!

    ✔️ Manage your orders, sales, and payments all in one place

    ✔️ Manage your store inventory and streamline kitchen operations

    ✔️ Track and monitor your store performance with detailed analytics 

    ... and so much more! T&C Apply. Get it now!👇

    Hey there! Please enter your store name.

    .storehubhq.com