Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

แผนธุรกิจคืออะไร จำเป็นกับร้านค้าปลีกยังไง

แผนธุรกิจคืออะไร ทำไมร้านค้าปลีกต้องมี

แล้วต้องทำยังไงบ้าง ?

การจะทำธุรกิจอะไรให้สำเร็จได้นั้นจะต้องเริ่มจากแผนธุรกิจ เพราะการที่คุณวางแผนธุรกิจไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณรู้จักเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ธุรกิจจะเป็นไปในทางไหน กลุ่มลูกค้าเป็นใคร หรือว่าร้านของคุณจะทำเงินได้ยังไง คุณจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ง่าย ๆ หากมีแผนธุรกิจค้าปลีกไว้ในมือ

ดังนั้นในบทความนี้เราจึงจะพาเจ้าของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก มาทำความรู้จักแผนธุรกิจตั้งแต่เริ่มต้น เหตุผลที่ควรมี ไปจนถึงการทำแผนธุรกิจค้าปลีก เพื่อให้เจ้าของร้านเข้าใจกันแบบแจ่มแจ้งและนำไปปรับใช้กับธุรกิจค้าปลีกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

แผนธุรกิจคืออะไร ?

แผนธุรกิจคืออะไร

ภาพจาก Pixabay

แผนธุรกิจ (Business Plan) คือ เครื่องมือในการก่อตั้งธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ จะเรียกว่าเป็นคู่มือที่จำเป็นและขาดไม่ได้เลยก็ว่าได้ เพราะแผนนี้มีการวิเคราะห์ข้อมูลของธุรกิจไว้อย่างละเอียด ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของไฟล์เอกสาร หรือการเขียนมือก็ได้ และเจ้าแผนนี้ก็ประกอบไปด้วยสิ่งสำคัญดังนี้ :-

  • กระบวนการคิด 
  • การพิจารณา
  • การตัดสินใจ
  • ขั้นตอนการก่อตั้ง
  • สินค้าและบริการ
  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  • กลยุทธ์การตลาด
  • การแข่งขัน
  • การวางแผนการเงิน
  • จุดแข็ง-จุดอ่อน
  • โอกาส
  • อุปสรรค/ปัญหา

สิ่งเหล่านี้ช่วยกำหนดทิศทางการทำธุรกิจของคุณและถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

แผนธุรกิจค้าปลีกคืออะไร ?

แผนธุรกิจค้าปลีกคืออะไร

ภาพจาก Freepik

แผนธุรกิจค้าปลีก (Retail Business Plan) คือ รูปแบบของเอกสารหรือการเขียนที่ร่างข้อมูลจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าปลีก จึงไม่ต่างจากแผนธุรกิจทั่วไปสักเท่าไหร่ เพียงแต่เจาะจงที่ร้านค้าปลีกเท่านั้น”

ยังไงก็ตาม แผนธุรกิจและแผนธุรกิจค้าปลีกนั้นจะไม่มีความตายตัว และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ เพราะฉะนั้นแผนที่ว่านี้จึงเป็นเหมือนไอเดียคร่าว ๆ ที่ให้ผู้ประกอบการและหุ้นส่วนได้รู้ถึงหลักการกับแผนการดำเนินการของร้านค้าปลีกเท่านั้น

แผนธุรกิจจำเป็นสำหรับร้านค้าปลีกยังไง ?

เหตุผลที่ควรมีแผนธุรกิจค้าปลีก

ภาพจาก Pixabay

“แล้วทำไมจะต้องเขียนแผนธุรกิจร้านค้าปลีกให้ยุ่งยากด้วยล่ะ ? 

ก็แค่เริ่มเปิดร้านค้าปลีก หรือว่าทำธุรกิจไปเลยไม่ได้หรอ ?”

นั่นก็เพราะว่าธุรกิจค้าปลีกนั้นมีการแข่งขันสูงแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้มีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอยู่บ่อย ๆ ซึ่งบางทีก็อาจจะทำให้รับมือกับปัญหาผิดพลาดโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ ดังนั้นในฐานเจ้าของร้านค้าปลีก คุณจึงจำเป็นต้องแจงรายละเอียด และร่างภาพปัญหาไว้ล่วงหน้า แล้วยิ่งถ้าเป็นเจ้าของธุรกิจที่จำเป็นต้องกู้เงินกับธนาคารแล้ว แผนธุรกิจค้าปลีกที่ดีจะช่วยให้การกู้เงินอนุมัติง่ายขึ้น 

และนอกจากเหตุผลข้างต้นแล้ว เราก็มีอีก 3 ข้อดีหลักของการเขียนแผนธุรกิจค้าปลีกมาบอกต่อด้วย ซึ่งก็คือ

1. เจ้าของธุรกิจร้านค้าปลีกรู้ว่าจะต้องทำอะไร

อย่างที่เราได้พูดถึงกันตั้งแต่เริ่มต้น ว่าแผนธุรกิจค้าปลีกจะช่วยให้เจ้าของร้านและผู้ประกอบการเห็นภาพของร้านได้อย่างชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น เพราะขั้นตอนในการเริ่มต้นทำธุรกิจค้าปลีกมีหลายส่วนด้วยกัน เมื่อมีแผนธุรกิจแล้ว คุณก็จะรู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน ควรให้ความสำคัญกับส่วนไหนก่อน หรือว่าต้องทำส่วนไหนไปพร้อม ๆ กัน เช่น

  • ต้องใช้เงินทุนในการทำธุรกิจค้าปลีกเท่าไหร่ ?
  • รูปแบบของร้านควรเป็นแบบไหน ?
  • จะขายสินค้าอะไรบ้าง ?
  • แผนการตลาดเป็นยังไง ?

การเขียนแผนธุรกิจจึงเป็นเหมือนแนวทางที่ช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจน และเมื่อถึงเวลาลงมือทำจริง ๆ ก็จะก้าวผ่านอุปสรรคได้ง่าย ๆ เพราะคุณมีแผนสำรองไว้เรียบร้อยแล้ว

2. ทดสอบแนวคิดทางธุรกิจได้อย่างยอดเยี่ยม

การจะเขียนแผนธุรกิจได้นั้น คุณจำเป็นต้อง

  • ค้นคว้าหาข้อมูลโดยละเอียด
  • เขียนถึงปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับธุรกิจ
  • บอกข้อดี-ข้อเสียของแนวคิดทางธุรกิจ

แล้วก็ต้องร่างข้อมูลต่าง ๆ ออกมาให้ได้มากที่สุด เพราะในฐานะผู้ประกอบการ คุณจำเป็นต้องเตรียมตัวรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้รู้ว่าควรไปต่อกับแนวคิดในการทำธุรกิจที่มี หรือว่าต้องเปลี่ยนแผนใหม่

3. สร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดหุ้นส่วนได้เป็นอย่างดี

แผนธุรกิจค้าปลีกสำคัญเป็นอย่างมากเมื่อคุณต้องการกู้เงินธนาคาร หาหุ้นส่วน และหานักลงทุน ซึ่งแผนธุรกิจสำหรับกู้เงินธนาคารนั้น จะต้องมี 3 หัวข้อหลัก ๆ คือ

  • ความเป็นมาของธุรกิจ
  • จุดประสงค์ในการกู้และวงเงินที่ต้องการ
  • แผนธุรกิจ

ซึ่งประเด็นที่ทางธนาคารจะพิจารณาก็แบ่งได้ 3 ข้ออีกเช่นกัน ได้แก่

  • ความเป็นไปได้ของธุรกิจ/กิจการ/โครงการ: เนื่องจากธนาคารจะดูแนวโน้มของความสำเร็จของกิจการ เช่น ดูแผนการตลาดว่าครอบคคลุมหรือไม่ สภาพการแข่งขันเป็นอย่างไร และมีโอกาสที่จะทำยอดขายถึงเป้าหรือไม่ เป็นต้น เพื่อจะดูว่าคุณมีความสามารถในการจ่ายหนี้คืนธนาคารมาก-น้อยแค่ไหน
  • มูลค่าการลงทุน: วงเงินสินเชื่อที่คุณต้องการกู้เหมาะสมกับธุรกิจที่จะทำ หรือเหมาะกับธุรกิจที่ทำอยู่หรือไม่ รายได้ที่คาดว่าจะได้รับ ขนาดของกิจการ โอกาสในการเติบโต เงินทุนที่คุณมี รวมทั้งสัดส่วนการลงทุนของคุณกับทางธนาคาร
  • แผนสำรอง: แผนธุรกิจของคุณมีความยืดหยุ่นแค่ไหน คุณมีแผนสำรองหรือเปล่า แล้วร้านค้าปลีกของคุณจะปรับตัวกับสถานการณ์และปัจจัยต่าง ๆ ยังไง 

ดังนั้นการเขียนแผนธุรกิจค้าปลีกออกมาจึงมีส่วนสำคัญในการแสดงศักยภาพของธุรกิจต่อธนาคาร หุ้นส่วน หรือนักลงทุนของคุณเป็นอย่างมาก เพราะหากพวกเขาเห็นแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและเห็นว่าร้านของคุณมีแววประสบความสำเร็จ คุณก็จะได้รับความร่วมมือจากพวกเขาได้ไม่ยาก

5 วิธีการเขียนแผนธุรกิจค้าปลีกที่ดีและมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างการเขียนแผนธุรกิจค้าปลีกที่ดี

ภาพจาก Pixabay

เมื่อเข้าใจถึงความสำคัญของการมีแผนธุรกิจกันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูดีกว่าว่าการเขียนแผนธุรกิจค้าปลีกที่ดีจะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง 

1. ภาพรวมของการดำเนินงาน

การเขียนอธิบายถึงภาพรวมของธุรกิจและการดำเนินงานจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจคร่า ว ๆ เกี่ยวกับร้านค้าปลีกของคุณ ทั้งที่มาของธุรกิและเป้าหมายในการเปิดร้าน โดยในส่วนนี้คุณจะต้องเขียน 3 สิ่งสำคัญดังต่อไปนี้ :-

1.1 อธิบายภาพรวมของธุรกิจ

เขียนบอกเล่าเรื่องราวและรายละเอียดของธุรกิจสัก 1-2 ย่อหน้า เช่น หากคุณจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงก็อาจจะเขียนว่า

Fashion For You ร้านเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิงสำหรับสาว ๆ อายุ 18 ปีขึ้นไป เน้นสไตล์ที่หลากหลายและราคาที่เข้าถึงง่าย

ร้านของเราจะเป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่นที่มอบความสนุกในการแต่งตัวให้กับสาว ๆ แห่งแรกในเขต XXX และมีเป้าหมายที่จะเติบโต X% ภายใน X ปี

1.2 ภารกิจและวิสัยทัศน์

ในส่วนนี้จะพูดถึงจุดประสงค์ แรงบันดาลใจ และเป้าหมายในการทำธุรกิจ เช่น สำหรับร้านเสื้อผ้าผู้หญิง Fashion For You ที่เราได้ยกตัวอย่างไป ก็อาจจะเป็น

“เพื่อให้สาว ๆ ได้สนุกกับการแต่งตัวด้วยสไตล์ที่หลากหลายในราคาเป็นกันเอง”

1.3 จุดประสงค์ในการทำธุรกิจ

ลิสต์จุดประสงค์หลักในการทำธุรกิจ หรือเป้าหมายที่คุณอยากทำให้สำเร็จออกมาเป็นข้อ ๆ เช่น 

  • เพื่อเปิดร้านเป็นทางเลือกแก่สุภาพสตรี ให้ลูกค้าสะดวกสบายเมื่อมาซื้อเสื้อผ้าที่ร้าน และรู้สึกสวยมั่นใจเมื่อใส่สินค้าของร้าน
  • เพื่อให้สุภาพสตรี มีโอกาสแต่งตัวในสไตล์ของตัวเอง ในราคาไม่แพง
  • เพื่อสร้างกำไรจากเงินทุน 50% หลังจากเปิดร้าน 1 ปี

2. บทสรุปของธุรกิจ

หลังจากที่เขียนอธิบายภาพรวมของธุรกิจไปแล้ว ก็ต้องเขียนสรุปธุรกิจเพื้อชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ เจ้าของร้านค้าปลีกและผู้ประกอบการจะต้องเขียนถึง

2.1 โครงสร้างบริษัทและกรรมสิทธิ์

ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านค้าปลีกด้วยตัวเอง เป็นเจ้าของร้านคนเดียว หรือว่ามีหุ้นส่วน คุณจำเป็นต้องเขียนสิ่งนี้ไว้ในแผนธุรกิจค้าปลีกของคุณ

โดยบอกถึงโครงสร้างบริษัท การดำเนินการทางกฎหมาย เป็นเจ้าของร้านคุณเดียวหรือเปล่า เปิดเป็นบริษัทห้างร้าน หรือว่ามีผู้ถือหุ้นร่วมลงทุนทั้งหมดกี่คน อย่าลืมระบุไว้ให้ชัดเจน

2.2 ทำเล/ที่ตั้งร้าน

อย่าลืมบอกทำเลหรือที่ตั้งร้านไว้ในแผนธุรกิจของคุณด้วย เพื่อให้หุ้นส่วนหรือธนาคารรู้ว่าร้านของคุณตั้งอยู่ที่ไหน และอยู่ในทำเลที่เหมาะสมในการเปิดร้านค้าปลีกของคุณหรือเปล่า เช่น อยู่ใจกลางเมือง นอกเมือง ย่านธุรกิจ ฯลฯ

2.3 สินค้า

คุณจะต้องบอกถึงสินค้าที่จะขายไว้ในแผนธุรกิจด้วย เช่น บอกประเภทสินค้า จุดเด่น รวมถึงแหล่งผลิตและแหล่งจัดซื้อด้วย ระบุให้ชัดเจนว่าคุณมีโรงงานผลิตสินค้าเอง หรือจะซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์มาขายอีกที

ภาพรวมและบทสรุปของแผนธุรกิจค้าปลีก

ภาพจาก Pixabay

3. การวิจัยการตลาด

สำหรับแผนธุรกิจร้านค้าปลีกส่วนนี้ คุณจะต้องบอกถึงการวิจัยการตลาดและลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยเป็นการร่างขนาดตลาด ประชากร และหลักจิตวิทยาในการขาย เพื่อให้รู้ว่าใครคือลูกค้าที่จะซื้อสินค้าของคุณ ดังนี้ :-

3.1 ขนาดตลาด

ขนาดตลาด (Market Size) คือ การวิจัยตลาดเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกในการพัฒนาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นในแผนธุรกิจส่วนนี้คุณจึงต้องเขียนถึงศักยภาพของตลาดและจำนวนผู้ซื้อสินค้า

3.2 คู่แข่ง

นอกเหนือจากส่วนประกอบอื่น ๆ ในแผนธุรกิจแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องมีในแผนก็คือ คู่แข่ง คือคุณต้องดูว่า

  • คู่แข่งที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันมีกี่เจ้าและมีใครบ้าง ?
  • ร้านคู่แข่งอยู่ตรงไหนบ้าง ?

จำไว้ว่า

“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง”

ดังนั้นศึกษาคู่แข่งให้ละเอียดและหากลยุทธ์ให้ร้านของคุณอยู่เหนือเกมให้ได้

3.3 เทรนด์ตลาด

จากการศึกษาตลาดและสภาพการแข่งขันแล้ว คุณจะต้องคาดการณ์เทรนด์ตลาดด้วย คือดูว่าทิศทางของตลาดจะเป็นไปในทางไหน แล้วร้านคุณจะปรับตัวยังไงเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเข้ามา หรือคำนวณว่า

  • ร้านของคุณจะทำกำไรได้เท่าไหร่ในอีก 1 ปี ?
  • ในอีก 5-10 ปี ร้านของคุณจะขยายหรือเติบโตไปแบบไหน ?

3.4 ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

ระบุลักษณะหรือคุณสมบัติของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย จะได้ทำกลยุทธ์การตลาดได้ง่ายขึ้น เช่น

  • เพศ
  • อายุ
  • รายได้
  • การศึกษา
  • ที่อยู่
  • ที่ทำงาน

4. แผนการตลาด

ในขั้นตอนนี้คุณจะต้องบอกถึงวิธีการบุกตลาดและกลยุทธ์การขาย ซึ่งควรประกอบไปด้วย

4.1 ตำแหน่งของธุรกิจในตลาด

บอกช่องทางตลาดที่คุณต้องการบุก โดยอาจจะเขียนกราฟเพื่อให้เห็นตำแหน่งของธุรกิจคุณในตลาดอย่างชัดเจน ดูว่าคุณอยู่ตำแหน่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ๆ และนี่คือตัวอย่างกราฟแสดงตำแหน่งสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในตลาดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ตัวอย่าง Market Positioning หรือตำแหน่งของธุรกิจในตลาด

ในภาพแสดงให้เห็นว่าสินค้าของธุรกิจดังกล่าวแพงกว่าคู่แข่ฝ แต่ก็มีคุณภาพดีกว่า ซึ่งคุณสามารถใช้ข้อดีที่ว่านี้ไปเป็นจุดขายทางการตลาดได้ และสำหรับเจ้าของร้านค้าปลีกก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี

4.2 ความได้เปรียบในการแข่งขัน

ในส่วนนี้คุณจะต้องพูดถึงความพิเศษ ความโดดเด่น รวมถึงลักษณะเฉพาะตัวของร้านและสินค้า ระบุในแผนธุรกิจให้ชัดไปเลยว่าร้านของคุณต่างจากคู่แข่งยังไง และคุณวางแผนที่จะเอาชนะคู่แข่งแต่ละเจ้าไว้ยังไง

4.3 กลยุทธ์แบรนด์/ร้าน

แผนธุรกิจสำหรับกลยุทธ์แบรนด์หรือร้าน ควรบอกถึงรายละเอียดของกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่คุณจะใช้ในการทำธุรกิจ เช่น

  • น้ำเสียงในการพูดคุยกับลูกค้า เช่น ทางการ กึ่งทางการ หรือสบาย ๆ 
  • ภาษาที่ใช้ เช่น การเล่นคำในการสื่อสาร ตัวอย่างเช่น ร้านขายของชำที่จะทำให้คุณลืมการช้อปปิ้งแบบเดิม ๆ หรือการตัวเลขเพื่อสื่อถึงประสิทธิภาพและดึงดูดใจลูกค้า อาทิ ร้านขายเสื้อผ้าอันดับ 1 เรื่องสไตล์และราคา

นอกจากนี้ก็อาจจะมีเรื่องของสี โลโก้ และภาพเพื่อสื่อถึงตัวตนของร้านค้าปลีกด้วย

4.4 กลยุทธ์ราคา

แผนธุรกิจที่ดีจะต้องพูดถึงโครงสร้างราคาสินค้า และบอกถึงที่มาที่ไปของราคาสินค้าแต่ละรายการ ระบุต้นทุนในการจัดซื้อและกำไรที่จะได้ไว้อย่างละเอียด เช่น 

  • คุณวางแผนที่จะขายสินค้าแต่ละประเภทในราคาเท่าไหร่ 
  • ทำไมถึงต้องเป็นราคานี้ 
  • กำไรสุทธิของแต่ละรายการเป็นเท่าไหร่

4.5 กลยุทธ์ในการจัดโปรโมชั่น

ข้อนี้ก็ไม่ยุ่งยากจนเกินไป เพียงแต่คุณต้องเขียนในแผนธุรกิจและแจกแจงกลยุทธ์การจัดโปรโมชั่นร้านค้าปลีกของคุณ เช่น

  • จะใช้ช่องทางไหนในการบอกต่อโปรโมชั่น อาทิ SMS อีเมล หรือโซเชียลมีเดีย
  • จะใช้โปรโมชั่นไหนเพื่อดึงดูดใจลูกค้าให้มาที่ร้าน เป็น Loyalty Program โปรแกรมลูกค้าสมาชิก ซื้อ 1 แถม 1 หรือว่าโปรโมชั่นไหน

5. กระบวนการการขายและการมอบประสบการณ์ร้านค้าปลีก

เมื่อพูดถึงวิธีการเรียกลูกค้าเข้าร้านค้าปลีกไปแล้ว สำหรับแผนธุรกิจในขั้นตอนต่อไป คุณจะต้องบอกถึงแผนการและวิธีที่จะทำให้ลูกค้าซื้อของในร้าน เช่น 

  • จะให้บริการลูกค้าอย่างไรเพื่อให้พวกเขาประทับใจและอยากซื้อสินค้ามากขึ้น 
  • ลูกค้าจะเห็นอะไรอย่างแรกเมื่อเดินเข้ามาในร้าน 
  • จะจัดสินค้าอย่างไรเพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสซื้อสินค้าอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับไอเท็มที่พวกเขาต้องการมากขึ้น
  • จะเป็นลูกค้าที่มาเดินดูของให้ซื้อสินค้าในร้านได้ยังไง

การวิจัยและการวางแผนการตลาด

ภาพจาก Pixabay

มาถึงเรื่องของแผนการจัดการ ซึ่งสำหรับแผนธุรกิจร้านค้าปลีกในส่วนนี้ คุณจะต้องให้ข้อมูลเชิงลึกกับผู้อ่านเกี่ยวกับพนักงานที่จะจ้างและโครงสร้างการจัดการและบริหารงานที่วางไว้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ

5.1 โครงสร้างองค์กร

เป็นการร่างโครงสร้างองค์กรและจัดระบบตามลำดับขั้น เช่น ผู้จัดการร้านเป็นใคร พนักงานคนไหนรายงานกับใคร หรือความรับผิดชอบของพนักงานแต่ละคน เป็นต้น

5.2 แผนการจ้างพนักงาน

อธิบายว่าร้านค้าปลีกของคุณจะมีพนักงานตำแหน่งไหนบ้าง หรือคุณจำเป็นต้องว่าจ้างพนักงานในส่วนไหน ต้องการพนักงานกี่คน และถ้ารับสมัครพนักงานใหม่ แต่ละตำแหน่งจะต้องมีคุณสมบัติยังไงบ้าง

สำหรับแผนธุรกิจค้าปลีกในส่วนนี้ คุณจะต้องพูดถึงกฎและนโยบายการทำงาน ฐานเงินเดือนของพนักงาน โบนัส เงินชดเชย และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของพนักงานให้ละเอียด

6. แผนการเงิน

การเขียนแผนการเงินในแผนธุรกิจค้าปลีกถือเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะคุณจะต้องร่างไว้ว่า ร้านของคุณจะมีรายได้จากส่วนไหนบ้าง คุณจะทำยอดขายได้เท่าไหร่หลังจากเปิดร้าน โดยในส่วนนี้จะมี 4 หัวข้อที่ควรรวมไว้ดังนี้ :-

6.1 เงินลงทุนสำหรับเปิดร้าน

ระบุจำนวนเงินลงทุนที่จะใช้ในการเปิดร้าน ซึ่งต้องบอกรายละเอียดของแต่ละส่วนให้ชัดและเข้าใจง่าย อาทิจะใช้เงินเท่าไหร่ในการเช่าที่, ซื้อของตกแต่งร้าน, ซื้อสินค้าเข้าร้าน, จ้างพนักงาน ฯลฯ

6.2 การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน

จุดคุ้มทุน (Break-even Point) คือ จุดที่ธุรกิจไม่ได้กำไร ไม่ขาดทุน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า จุดเท่าทุน เป็นจุดที่รายได้เท่ากับต้นทุน ซึ่งถ้านึกภาพตามไม่ออกก็ดูตัวอย่างแผนธุรกิจสำหรับจุดคุ้มทุนได้ดังนี้ :-

  • ต้องขายสินค้าเท่าไหร่ถึงจะคุ้มทุน ?
  • ต้องขายสินค้าชิ้นละเท่าไหร่ถึงจะคุ้มทุน (ไม่มีกำไร ไม่ขาดทุน) ?
  • ต้องได้ยอดขายเท่าไหร่ถึงจะคุ้มทุน ?

6.3 การคาดการณ์ยอดขายล่วงหน้า

เป็นการคำนวณและคาดการณ์ยอดขายของร้านในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้จะพูดถึงกำไรและขาดทุนด้วย เช่น

  • ร้านค้าปลีกของคุณจะมีรายได้เท่าไหร่หลังจากเปิดได้ 1 ปี ?
  • แล้วอีก 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี ร้านของคุณจะทำกำไรได้เท่าไหร่ ?

6.4 การเงิน/กระแสเงินสดของธุรกิจ

กระแสเงินสด คือ เงินสดหรือทรัพย์สินที่หมุนเวียนในร้านค้าปลีกของคุณ เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของธุรกิจค้าปลีก อย่าลืมเขียนตารางอธิบายยอดเงินสดในบัญชีที่ร้านของคุณจะมีเมื่อเปิดร้าน โดยอาจจะชี้แจงเป็นรายเดือนก็ได้ จากนั้นก็ใช้ยอดขายที่คาดการณ์ไว้มาคำนวณกระแสเงินสดหรือการเงินในร้าน

นอกจากนี้คุณก็สามารถดูตัวอย่างแผนธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจอื่น ๆ สำหรับผู้ประกอบการได้หลากหลายที่นี่

การทำแผนการจัดการและแผนการเงิน

ภาพจาก Pixabay

ข้อคิดปิดท้ายสำหรับแผนธุรกิจค้าปลีก

หากคิดจะเปิดร้านหรือทำธุรกิจนั้น คุณจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเยอะอยู่เหมือนกัน ซึ่งเมื่อมีข้อมูลแน่นแล้ว คุณก็จะเขียนแผนธุรกิจค้าปลีกออกมาได้อย่างครอบคลุมและสมบูรณ์แบบที่สุด ทำให้จัดการร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และแผนธุรกิจที่ว่านี้ก็จะต้องบอกถึงตัวธุรกิจ, การวางแผนการตลาด, แผนการจัดการ, รวมถึงแผนการเงินอย่างละเอียด เพราะแผนที่รัดกุมนี่แหละที่จะทำให้ร้านค้าปลีกของคุณประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

หรือถ้าอยากให้ร้านค้าปลีกเป็นไปอย่างราบรื่น ก็ต้องมีตัวช่วยการจัดการร้านที่ทำงานอย่างอัตโนมัติ ใช่แล้ว ! เราหมายถึงระบบ POS นั่นแหละ เพราะโปรแกรมนี้มีดีกว่าที่คุณคิดและช่วยให้คุณบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างระบบ POS ของสโตร์ฮับก็จะมีฟีเจอร์มาให้ครบทั้งนับ-ตัดสต๊อกอัตโนมัติ รายงานยอดขาย ระบุสินค้าขายดี บริหารจัดการพนักงาน ทั้งยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกเพียบ ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าร้านไหน ๆ ก็ใช้เจ้าระบบนี้กันหมดแล้ว ดังนั้นหากคุณคิดจะเปิดร้าน ก็ต้องลองดู แล้วจะรู้ว่าชีวิตผู้ประกอบการไม่ได้ยากอย่างที่คิด !wink

CTA - ระบบ POS สโตร์ฮับ โปรแกรมจัดการร้านค้าปลีกและร้านอาหาร

Share this Post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Hey there! Please enter your store name.

.storehubhq.com