ร้านขายกระเป๋า

5 ข้อควรคิดในการเลือกทำเลขายของให้กิจการไปได้สวย

การเลือกทำเลเปิดร้านขายของ คือหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดเมื่อคุณคิดจะเปิดร้านในประเทศไทยของเรา

แน่นอนว่าเจ้าของร้านอย่างคุณต้องอยากได้ทำเลที่เรียกลูกได้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ทำเลร้านก็ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ที่แพงจนเกินไปจนต้องกระทบต่อเงินหมุนเวียนในร้าน (cashflow)

อย่างไรก็ตาม การเลือกทำเลขายของนั้นเป็นสิ่งที่คุณต้องตัดสินใจให้ดี เพราะคุณมีโอกาสเลือกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แล้วการจะเปลี่ยนทำเลร้านแต่ละทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังต้องใช้เงินและเวลาในการย้ายไม่น้อย

“แล้วทีนี้คุณจะเลือกทำเลขายของยังไงถึงจะปัง ?”

คำตอบก็ขึ้นอยู่กับประเภทของร้านค้าและสินค้าที่คุณจะขาย เพราะหากคุณเปิดร้านขายของชำ ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขายของเล่น หรือร้านค้าประเภทไหน การเลือกทำเลก็ย่อมแตกต่างกันออกไป

ดังนั้นเมื่อคุณรู้แล้วว่าจะขายสินค้าประเภทไหน ลองดู 5 ข้อควรพิจารณาในเลือกทำเลขายของต่อไปนี้ แล้วยอดขายร้านคุณจะดีแน่นอน

1. ลูกค้าคือใคร และทำไมพวกเขาเลือกซื้อสินค้าร้านคุณ ?

ระบบจัดการหน้าร้านสโตร์ฮับ

ความรู้เรื่องสถิติประชากร (demographics) และลักษณะจิตวิทยา (psychographics) ถือว่าสำคัญมาก ๆ ในการเปิดร้านขายของและร้านค้าปลีกประเภทต่าง ๆ เพราะนั่นจะทำให้คุณรู้ว่าลูกค้าของคุณเป็นใคร พวกเขามักจะซื้อสินค้าเมื่อไหร่ ทำไมถึงเลือกซื้อสินค้านั้น ๆ และซื้อยังไง

สถิติประชากร (demographics) คืออะไร ? สถิติประชากรก็คือ คุณลักษณะของลูกค้าอย่างอายุ, เพศ, การศึกษา และรายได้ เป็นต้น

ลักษณะจิตวิทยา (psychographics)?คืออะไร ? ลักษณะจิตวิทยา คือ พฤติกรรมทั่วไป, ทัศนคติ และลักษณะการซื้อสินค้าของลูกค้า

เช่น หากคุณจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิง ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็จะเป็นนักเรียนนักศึกษา และทำเลที่ดีที่สุดก็จะเป็นพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัย หรือถ้าคุณจะเปิดร้านเสริมสวยระดับไฮเอนด์ กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นผู้หญิงวัยทำงานที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป ดังนั้นควรเลือกทำเลร้านที่อยู่ใกล้กับออฟฟิศ

ซึ่งการที่คุณรู้จักลูกค้ากลุ่มเป้าหมายนี่แหละที่จะช่วยให้คุณเลือกทำเลขายของและเปิดกิจการร้านค้าปลีกของคุณได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมในการเริ่มต้นเปิดร้านได้จากหลายหน่วยงานด้วยกัน เพราะในไทยเรามีหน่วยงานที่สนับสนุนธุรกิจ SMEs อยู่หลายหน่วยงานด้วยกัน เช่น

โดยแต่ละหน่วยงานจะมีข้อมูลที่คุณต้องการและช่วยส่งเสริมกิจการของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ข้อดีข้อเสียในการเปิดร้านในห้างและนอกห้างคืออะไร ?

สโตร์ฮับอีคอมเมิร์ซ

ประเทศไทยของเรามีสภาพอากาศร้อนอบอ้าว หลายคนจึงนิยมไปช้อปปิ้งที่ห้างตากแอร์เย็น ๆ กันมากกว่า แต่ก็มีหลายคนที่ชอบไปเดินตลาดตอนกลางคืนเพื่อช้อปปิ้งอีกเช่นกัน ถ้าจะพูดจริง ๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความสะดวกของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอีกนั่นแหละ อย่างในกรุงเทพก็มีทั้ง

  • ห้างสรรพสินค้าทั่วไป เช่น เซ็นทรัล, Silom Complex และ Terminal 21
  • ห้างขายเสื้อผ้าแฟชั่นโดยเฉพาะ เช่น แพลตตินั่มและ Union Mall
  • ตลาดกลางคืนที่ให้คนมากินและช้อปได้ในที่เดียว เช่น ตลาดนัดรถไฟรัชดา, ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา และตลาดจตุจักร

แล้วข้อดีข้อเสียของการขายของสถานที่เหล่านี้ล่ะ จะดูได้จากอะไร ?

ส่วนใหญ่แล้วการขายของในห้างและพื้นที่เหล่านี้ มักจะมีลูกค้าชาวไทยและชาวต่างชาติเดิน พร้อมกับมีพื้นที่จอดรถให้ลูกค้าอยู่แล้ว ซึ่งบางที่ลูกค้าก็อาจจะต้องจ่ายค่าจอดรถนิดหน่อย เมื่อพื้นที่เหล่านี้มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว ในการเลือกทำเลขายของคุณจะต้องคำนึงถึงอะไร คำตอบคือ พิจารณาจาก 2 ข้อต่อไปนี้ได้เลย

  • ค่าเช่า ลองดูสิว่าคุณอยากเปิดร้านในทำเลไหน เปิดร้านใหญ่ไหม จะเปิดเป็น Pop-up Store ออกบูธ หรือว่าเปิดหน้าร้านจริงจังไปเลย และค่าเช่าของห้างกับตลาดต่างกันมากเท่าไหร่ในแต่ละเดือน ยังไงลองคำนวณความคุ้มค่าคร่าว ๆ แล้วคุณจะเลือกทำเลขายของได้ง่ายขึ้นแน่นอน
  • ค่าการจัดการร้านในการเปิดร้าน คุณจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าเช่าอยู่แล้ว เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบำรุงสถานที่ ค่ารักษาความปลอดภัย และค่าทำความสะอาด เป็นต้น

แล้วคุณจะทำยังไงถึงจะคำนวณค่าเช่า ค่าจัดการ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพและวางแผนได้ดียิ่งขึ้น ? คุณสามารถเลือกระบบจัดการร้านค้าอย่างระบบ POS สโตร์ฮับเป็นตัวช่วยในการเปิดร้านได้ เพราะระบบนี้เป็นได้ทั้งเครื่องคิดเงินและระบบหลังบ้าน มีข้อมูลเชิงลึกของร้านให้คุณวางแผนการขายและวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของร้านได้ดีขึ้น ที่สำคัญ ตัวเครื่องเล็กกะทัดรัด ไม่เปลืองพื้นที่ ให้คุณใช้ประโยชน์จากพื้นที่ที่คุณเช่าได้อย่างเต็มที่และสร้างโอกาสในการขายได้ทุกตารางเมตร

3. ถ้าเปิดร้านนอกห้างจะขายที่ไหนดี ?

ผู้ชายจับมือกับผู้หญิง

ร้านโชห่วย ร้านขายของชำ หรือร้านค้าปลีกเล็ก ๆ ถือเป็นร้านที่เหมาะกับทำเลในชุมชน เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าคุ้มค่ายิ่งขึ้นเมื่อซื้อสินค้าในแหล่งชุมชน

อีกอย่างความสะดวกสบายก็เป็นหนึ่งปัจจัยในการตัดสินใจซื้อสินค้าของลูกค้าเช่นกัน ดังนั้นหากร้านคุณมีพื้นที่จอดรถให้ลูกค้า ก็จะช่วยเรียกลูกค้าให้มาช้อปที่ร้านมากขึ้น

หรือถ้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ ก็ให้หาทำเลเปิดร้านในย่านที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย เช่น ธนาคาร, ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งร้านซักรีด เพื่อใช้ประโยชน์และสร้างโอกาสในการขายจากพื้นที่ตรงนั้น

อย่างไรก็ตาม หากคุณมีร้านขายสินค้าเฉพาะกลุ่มที่โดดเด่นกว่าร้านค้าปลีกทั่วไป หรือว่ามีชื่อเสียงอยู่แล้ว แม้ว่าทำเลขายของของคุณจะอยู่ไกลหน่อย แต่ลูกค้าก็จะเต็มใจขับรถไปแน่นอน

ดังนั้นการเปิดร้านนอกห้างจึงไม่เสียหายอะไร เพียงแค่ดูว่าร้านของคุณเหมาะกับพื้นที่ในชุมชนหรือเปล่า หรือไม่ก็ต้องเลือกทำเลที่อยู่ใกล้กับร้านอื่น ๆ จึงจะเพิ่มโอกาสในการขายให้กับร้านค้าปลีกของคุณได้ ถ้าจะสรุปง่าย ๆ ก็คือ เปิดร้านนอกห้างดี แต่ต้อง

  • มีที่จอดรถสะดวก
  • มีคนเดินผ่านไป-มา
  • มีร้านอื่น ๆ อยู่ในบริเวณนั้น

4. ลูกค้าสามารถเข้าถึงร้านของคุณได้ง่ายแค่ไหน ?

มือถือใบไม้

ภาพจาก Unsplash

หากคุณจะเปิดร้านโชห่วย ร้านขายของชำ หรือว่าร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กที่ขายเครื่องดื่มและของกินเล็ก ๆ น้อย ๆ คุณก็อาจจะต้องเลือกเช่าทำเลร้านในพื้นที่ที่ลูกค้าสัญจรไปมา โดยพื้นที่หลัก ๆ ที่น่าสนใจก็จะมี

  • สถานีรถไฟฟ้า
  • ท่ารถ
  • ท่าเรือ
  • ป้ายรถเมล์

เพราะพื้นที่เหล่านี้จะมีคนผ่านไปมาทุกเช้าเย็น หรือถ้าคุณจะไปขายของในพื้นที่นั้นด้วยตนเองก็ต้องดูด้วยว่าทำเลขายของแห่งนั้นใกล้กับที่พักหรือเปล่า และสะดวกในการเดินทางหรือขนส่งสินค้ามากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้แล้วคุณยังสามารถเลือกทำเลขายของตามหลักการง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

  • การมองเห็น ดูสิว่าถ้าคุณเลือกเปิดร้านในทำเลนั้นแล้ว คุณสามารถมองเห็นร้านได้ง่ายจากถนนเลยหรือเปล่า หรือว่าร้านของคุณหาเจอง่ายแค่ไหน
  • การสัญจรไปมา ลักษณะการจราจรเป็นยังไง อยู่ใกล้ทางด่วน ไฟแดง หรือแยกต่าง ๆ หรือเปล่า แล้วลูกค้าสามารถเดินทางมายังร้านของคุณได้ง่ายหรือไม่
  • การคมนาคม แถวนั้นมีรถโดยสารสาธารณะอย่างรถสองแถว รถเมล์ รถไฟ เรือ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ไม่มีรถยนต์หรือเปล่า

5. คุณควรเปิดร้านใกล้ ๆ กับคู่แข่งหรือไม่ ?

พนักงานขายของอย่างมีความสุข

ภาพจาก Thailand Business News

เคยสังเกตไหมว่าทำไมร้านที่ขายสินค้าเหมือนหรือคล้ายกันอย่างร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น, ปั๊มน้ำมัน, ร้านโชห่วย ฯลฯ ถึงเลือกที่จะเปิดร้านใกล้ ๆ กัน ?

ง่าย ๆ เลยก็คือ

ถ้าร้านไหนเปิดก่อนและขายดี นั่นก็หมายความว่าทำเลนั้นเหมาะกับธุรกิจประเภทนั้น แล้วร้านที่ขายสินค้าแนวเดียวกันหรือร้านที่เป็นคู่แข่งของเราก็เปรียบเหมือนตัวช่วยเรียกลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาในพื้นที่ขายของของเราด้วย

เช่น เราจะเห็นว่า Tesco Lotus Express, Mini Big C หรือ Family Mart เปิดอยู่ใกล้ ๆ ร้านสะดวกซื้อยอดนิยมอย่าง 7-11 ให้ลูกค้ามีทางเลือกและเทียบราคา ซึ่งแต่ละร้านสะดวกซื้อก็จะมีจุดขายที่แตกต่างกันออกไป

สรุปก็คือ คุณสามารถใช้ประโยชน์จากร้านที่ขายสินค้าแนวเดียวกันและสร้างโอกาสในการขายของด้วยกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่แล้วในพื้นที่นั้น ๆ เพราะฉะนั้นการเปิดร้านใกล้ ๆ กับคู่แข่งจึงไม่ใช่เรื่องที่เสียหาย แต่กลับเป็นเรื่องดีเสียอีก

สรุป

การเลือกทำเลขายของเป็นเรื่องที่คุณควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ๆ เพราะเมื่อเลือกทำเลเปิดร้านผิด คุณจะต้องเสียทั้งเงินและเวลา ส่วนหลักในการเลือกเบื้องต้นก็ต้องเริ่มตั้งแต่กลุ่มลูกค้า, การสัญจรไปมา, การเดินทาง, ค่าเช่า, ความยากง่ายในการเข้าถึง ไปจนถึงร้านคู่แข่ง เท่านี้คุณก็จะเลือกทำเลเปิดร้านขายของได้อย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมกิจการให้ไปได้สวยมากยิ่งขึ้นแล้ว

บริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วยสโตร์ฮับ

ระบบจัดการหน้าร้านสโตร์ฮับ

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับสามารถช่วยคุณจัดการธุรกิจได้อย่างไร

Phaksornkan Thongkam

Phaksornkan is a Thai Digital Content Writer who loves to exchange knowledge through different platforms.