bubble-tea-popular-trend

การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเบื้องต้น

หลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้นล้วนขึ้นอยู่กับประเภทและความหลากหลายของสินค้า และในขณะที่สินค้ายังคงสำคัญต่อการทำธุรกิจนั้น ก็มีอีกหนึ่งปัจจัยที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของวงการธุรกิจ นั่นก็เพราะว่าตอนนี้ร้านค้าต่าง ๆ หันมาให้ความสำคัญกับลูกค้ามากยิ่งขึ้นนั่นเอง

ต้องยอมรับว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคที่ลูกค้าเป็นทุกอย่างและมีอิทธิพลต่อร้านค้ากับธุรกิจประเภทต่าง ๆ มากกว่าแต่ก่อน เพราะพวกเขาไม่เพียงแต่สนใจในสินค้าที่คุณขายเท่านั้น แต่ยังสนใจในวิธีการขายและบริการที่คุณมีอีกด้วย หมายความว่าลูกค้าให้ความสนใจกับประสบการณ์และบริการหลังการขายมากยิ่งขึ้น

การศึกษาของ Microsoft พบว่า 59% ของลูกค้าคาดหวังในเรื่องของมาตรฐานการให้บริการที่สูงขึ้นมากกว่าปี 2017

และภายในปี 2020 นี้ คาดว่าประสบการณ์/การบริการลูกค้าจะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้แทนตัวสินค้าและราคา

ดังนั้นสิ่งที่ท้าทายในตอนนี้ก็คือ คุณต้องทำให้ลูกค้าจะประทับใจและมอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมให้กับพวกเขาในทุกการบริการ

และในการมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้านี้เองที่ทำให้ร้านค้ากับธุรกิจประเภทต่าง ๆ หันมาพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าของพวกเขา ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้านั้นไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า (Customer Loyalty) และรักษาลูกค้าขาประจำไว้ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าและทำให้พวกเขารู้ถึงว่าเป็นคนสำคัญของร้านอีกด้วย

การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าคืออะไร ?

การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ภาษาอังกฤษเรียกว่า Customer relationship management หรือ CRM เป็นการมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้าแต่ละราย ยิ่งคุณบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสร้างความภักดีของลูกค้าได้มากขึ้นเท่านั้น ทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งหมดของร้านได้ด้วย

ดังนั้นธุรกิจและร้านค้าควรมุ่งเน้นที่การสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า เพราะพวกเขาคือปัจจัยหลักที่ช่วยเพิ่มยอดขายและทำกำไรให้กับร้านของคุณ แล้วตัว CRM เองก็มีเป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์ให้เป็นไปมากกว่าแค่การซื้อ-ขายที่มีผลประโยชน์ต่อทั้งร้านและลูกค้าเอง

ในปัจจุบันถ้าหากคุณสูญเสียลูกค้าไป นั่นหมายความว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่สำหรับแต่ก่อนร้านค้ากับธุรกิจหลายเจ้ามักจะคิดว่าลูกค้าหายก็ไม่เป็นไรเพราะพวกเขาสามารถหาลูกค้าใหม่เมื่อไหร่ก็ได้

นั่นก็เพราะว่าตอนนี้ทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว

เมื่อคุณเสียลูกค้าไป ก็หมายความว่าแหล่งรายได้ของคุณหายตามไปด้วย และคุณก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ซึ่งนี่ก็ส่งผลให้ร้านของคุณมีกำไรน้อยลง

และการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าก็ช่วยกำจัดปัญหานี้ได้ เพราะคุณจะต้องทำให้ลูกค้าประทับใจทุกครั้งที่มาร้าน

CRM เป็นส่วนสำคัญในการบริหารจัดการธุรกิจทั้งหมด ตั้งแต่การให้บริการลูกค้า การตลาด และยอดขาย ซึ่งส่วนประกอบทั้งหมดเหล่านี้จะผลต่อความสัมพันธ์ลูกค้าเป็นอย่างมาก

และ CRM ก็ประกอบไปด้วยสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ :-

  • แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ลูกค้ารายงาน
  • ให้บริการลูกค้าอย่างยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอ
  • สื่อสารกับลูกค้าเป็นประจำเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า โปรโมชั่น และอัพเดตต่าง ๆ 
  • โปรโมทส่วนลดของสินค้าที่ลูกค้าชื่นชอบและนำเสนอส่วนลดสุดพิเศษให้
  • ทำการตลาดส่วนบุคคล
  • มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า
  • สร้างความภักดีของลูกค้าและทำให้พวกเขารู้สึกผูกพันกับร้านยิ่งขึ้น

ความสำคัญของการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า

ถ้าจะไม่พูดถึงความสำคัญของการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือ CRM ก็คงไม่ได้ เพราะการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้านั้นมีข้อดี 3 ข้อหลัก ๆ ด้วยกัน คือ 

1. เพิ่มอัตราการกลับมาที่ร้านของลูกค้า

การรักษาลูกค้านั้นหมายถึง การที่ร้านค้าหรือธุรกิจสามารถรักษาลูกค้าไว้ได้เป็นเวลานาน ๆ และหากร้านคุณรักษาลูกค้าไว้ได้มากเท่าไหร่ ก็หมายความว่าลูกค้ามีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อของที่ร้านคุณบ่อยขึ้น

2. สร้างความภักดีของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

การมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าจะทำให้คู่แข่งแย่งลูกค้าของคุณไปได้ยากขึ้น และความภักดีของลูกค้าก็เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเจ้าของร้านค้าและธุรกิจต่าง ๆ เพราะลูกค้าขาประจำเต็มใจที่จะใช้จ่ายในร้านของคุณอยู่แล้ว และการรักษาลูกค้ากลุ่มนี้ก็คุ้มค่ากว่าการหาลูกค้าใหม่ ๆ เสียอีก นั่นหมายความว่าร้านของคุณจะมีกำไรเยอะกว่าเดิม !

3. สร้างความประทับใจของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ชาวมิลเลนเนียลกลายเป็นผู้บริโภคกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของโลกไปแล้ว และพวกเขาก็คือกลุ่มที่มีอิทธิพลและอำนาจในการซื้อมากที่สุด และในยุคดิจิตอลนี้ ถ้าชาวมิลเลนเนียลไม่ประทับในสินค้าหรือบริการ พวกเขาก็สามารถทำลายชื่อเสียงของแบรนด์คุณผ่านคอมเม้นต์และรีวิวในโลกโซเชียลมีเดียได้ง่าย ๆ

ยิ่งการแข่งขันในท้องตลาดสูงแล้ว ลูกค้ายิ่งมีตัวเลือกในการซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าคุณมีชื่อเสียมากกว่าชื่อเสียง คุณก็จะเสียโอกาสในการขายให้กับคู่แข่งทันที

รู้แบบนี้แล้ว คุณคิดว่า CRM สำคัญในการทำธุรกิจหรือยัง ?

ถ้ายัง ลองดูข้อเท็จจริงพร้อมสถิติต่อไปนี้สิ เผื่อคุณจะเปลี่ยนใจ :-

เห็นไหมละว่าการมีบริการดี ๆ พร้อมประสบการณ์อันน่าประทับใจ และการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้านั้นสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจของคุณและมีส่วนให้คุณได้เปรียบคู่แข่งมากขนาดไหน ! 

ตัวอย่างการใช้ CRM หรือการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าที่ดีที่สุดในไทย

มาดูตัวอย่างร้านค้าในไทยที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าได้อย่างยอดเยี่ยมกันบ้างดีกว่า และในบทความนี้เราก็มี 2 ร้านด้วยกัน ซึ่งก็คือ

LOOKSI

ภาพจาก LOOKSI Thailand

LOOKSI คือ เว็บขายเสื้อผ้าออนไลน์ยอดนิยมในไทย มีการแยกประเภทสินค้าเพื่อให้ลูกค้าหาสิ่งที่ต้องการเจอง่ายยิ่งขึ้น เช่น แบ่งสินค้าตามเภท, มีฟิลเตอร์กรองราคาจากถูกไปแพง, ฟิลเตอร์สินค้าราคาสูงไปต่ำ, สินค้ามาใหม่ และสินค้าขายดี เป็นต้น นอกจากนี้ทาง LOOKSI ยังส่งเมลแจ้งเตือนลูกค้าที่เพิ่มสินค้าในตะกร้าแต่ลืม หรือส่งโปรโมชั่นสินค้าและส่วนลดวันเกิดไปยังอีเมลของลูกค้าด้วย

ซึ่งการแบ่งสินค้านี้เองที่ทำให้ลูกค้าขาช้อปออนไลน์ของ LOOKSI ได้ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นส่วนตัวและถูกใจยิ่งขึ้น

หากจะถามว่าทาง LOOKSI ส่งโปรโมชั่นต่าง ๆ ให้กับลูกค้าได้ยังไง คำตอบก็คือ อีเมล เพราะทางแบรนด์จะส่งรายละเอียดหรือโปรโมชั่นของแคมเปญต่าง ๆ ไปยังอีเมลของลูกค้าโดยตรง เช่น อีเมลต้อนรับเมื่อลูกค้าลงทะเบียน, อีเมลแจ้งสินค้าในตะกร้า, อีเมลยืนยันการสั่งซื้อสินค้า, อีเมลแจ้งโปรวันเกิด และอีเมลแจ้งส่วนลดในวันสำคัญหรือเทศกาลต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ทางแบรนด์ก็ยังอัพเดตข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ กับลูกค้าผ่าน SMS, แนะนำสินค้าทางโทรศัพท์ (Telemarketing) สำหรับลูกค้า VIP, คอนเท้นต์เชิญชวนใช้สินค้าบนโซเชียลมีเดีย และ Loyalty Program

นอกเหนือจากการตลาดที่ว่านี้แล้ว LOOKSI ยังมีแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานง่ายเพื่อให้ลูกค้าช้อปเสื้อผ้าออนไลน์ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น ดังนั้นไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ช้อปผ่านแอพ LOOKSI ได้เลย!

แล้วที่เจ๋งไปกว่านั้น ลูกค้าจะได้รับแจ้งเตือนทุกครั้งที่มี Flash Sale สามารถบันทึกสินค้าชิ้นโปรดไว้ได้ เผื่ออยากกลับมาช้อป สินค้าจะได้ไม่ตกหล่นและไม่ต้องเสียเวลาหาใหม่อีกรอบ แล้วทาง LOOKSI ยังแนะนำสินค้าที่ใกล้เคียงกับความชอบของลูกค้าหลังจากที่พวกเขาช้อปหรือบันทึกสินค้าใน Wishlist ด้วย

Sizzler

ภาพจาก Sizzler Thailand

Sizzler หรือ ซิสเลอร์ ร้านสเต็กสไตล์ตะวันตกชื่อดังยอดนิยมของเราชาวไทยก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของร้านที่บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและใช้หลัก CRM ได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากจะมีจุดเด่นที่สลัดบาร์ฟรีแล้ว ยังมีเมนูต่าง ๆ ให้เลือกทานหลากหลาย ที่สำคัญทางร้านมักจะมีโปรโมชั่นให้ลูกค้าได้ทานคุ้มค่าเป็นประจำ

และในยุคดิจิตอลนี้แล้ว ลูกค้าสามารถเช็คเมนูของร้าน ข่าวสาร หรือสาขาร้านได้ง่าย ๆ บนเว็บไซต์จบครบที่เดียว โดยตัวเว็บไซต์จะมีส่วนของเมนู, ข่าวสารโปรโมชั่น, สาขาร้าน, สมาชิกออนไลน์ และบัตรกำนัลเงินสด เมื่อลูกค้าเข้ามาที่เว็บไซต์ก็จะได้ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล ทำให้ลูกค้าประทับใจในตัวร้านมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของสมาชิกนั้น ทาง Sizzler จะแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

  • Green Level – ลูกค้าที่ลงทะเบียน Emember จะได้รับ E-Coupons แบบฟรี ๆ
  • Gold Level – ลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายครบ 8,000 บาทใน 12 เดือน หรือซื้อบัตรสมาชิก Sizzler Member Card 399 บาท จะได้รับทั้ง E-Coupons ฟรี ส่วนลด 10% เมื่อจ่ายด้วยเงินสด/ส่วนลด 5% เมื่อจ่ายด้วยบัตรเครดิต และรับฟรี Combination Platter มูลค่า 399 บาทในเดือนเกิด
  • Diamond Level – ลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายครบ 16,000 บาท ใน 12 เดือน รับฟรี E-Coupons, ส่วนลด 10% เมื่อจ่ายด้วยเงินสด/ส่วนลด 5% เมื่อจ่ายด้วยบัตรเครดิต, ฟรี Combination Platter มูลค่า 399 บาทในเดือนเกิด ทั้งยังมี Welcome Pack ให้ด้วย 

ด้วยระบบสมาชิกที่น่าดึงดูดและสเต็กเมนูเด็ดต่าง ๆ นี่เองที่ทำให้ Sizzler ประสบความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหารและอยู่ในวงการมานานกว่า 27 ปีในไทย (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535)

จะเห็นว่าร้านค้าปลีกและร้านอาหารชื่อดังในไทยต่างก็หันมาใช้ระบบสมาชิกและบริหารความสัมพันธ์ลูกค้ากันหมดแล้ว เพราะในยุคนี้ลูกค้าขาประจำของร้านคือกลุ่มหลักที่ช่วยเพิ่มยอดขายและทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตนั่นเอง แล้วร้านค้าหรือธุรกิจของคุณละเริ่มใช้หลัก CRM เข้ามาช่วยหรือยัง ถ้าอยากลองใช้หลักการนี้แล้วก็ไปดูเคล็ดลับที่เราเตรียมมาฝากได้เลย !

เคล็ดลับในการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า

ตอนนี้เจ้าของร้านอย่างคุณคงจะเห็นถึงความสำคัญของการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ CRM กันแล้วใช่ไหมละ​ ? และถ้าคุณไม่รู้ว่าต้องเริ่มใช้หลักการนี้ในธุรกิจร้านค้าปลีก ธุรกิจร้านอาหาร หรือธุรกิจบริการของคุณยังไง ก็ลองดูเคล็ดลับดังต่อไปนี้ :- 

1. เก็บสะสมและอัพเดตข้อมูลลูกค้าเป็นประจำ

ใช้ข้อมูลลูกค้าอันมีค่าให้เป็นประโยชน์ ลองดูข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าและความสนใจของลูกค้า จากนั้นก็แนะนำสินค้ามาใหม่หรือสินค้าที่เกี่ยวข้องให้กับลูกค้า เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญอย่างวันเกิดก็ส่งข้อความสุดพิเศษไปอวยพรพร้อมโปรโมชั่นที่ตรงใจ ทั้งนี้อย่าลืมอัพเดตข้อมูลอย่างเบอร์โทรและอีเมลของลูกค้าเป็นประจำ จะได้ไม่อัพเดตข้อมูลข่าวสารผิดที่เวลาต้องการมอบข้อเสนอดี ๆ ให้ลูกค้า

2. เน้นคุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณ

คุณต้องแน่ใจว่าร้านของคุณมีสินค้าหรือบริการที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ควรตรวจสอบคุณภาพสินค้าในสต๊อกและสินค้าที่วางขายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าของคุณอยู่ในสภาพสมบูรณ์ กล่องไม่บุบหรือเสียหาย เพราะแม้ว่าที่ร้านจะมีสินค้าตุนไว้เยอะ แต่ถ้าเกิดสภาพสินค้าเก่าหรือไม่พร้อมขาย ลูกค้าก็คงไม่ประทับใจสักเท่าไหร่ ดังนั้นควรหมั่นเช็คสินค้าเป็นประจำ เพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดเมื่อมาที่ร้านของคุณ

 3. อบรมพนักงาน

แน่นอนว่าเมื่อมาที่ร้าน ลูกค้าของคุณจะเจอกับพนักงานเป็นอย่างแรก ดังนั้นพนักงานขายและพนักงานที่ให้บริการลูกค้าควรจะมีทักษะขายและมีใจรักในการบริการ เมื่อลูกค้ามาที่ร้านก็พร้อมต้อนรับและดูแลอย่างเต็มที่ ลองอบรมพนักงานให้มอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับลูกค้าดู ซึ่งนอกจากการขายแล้ว พนักงานก็อาจจะแนะนำสินค้าหรือให้ความสนใจกับลูกค้าจนสัมผัสได้ว่าพวกเขาคือลูกค้าคนพิเศษ แต่ก็อย่าจู่โจมหรือเข้าถึงลูกค้ามากจนพวกเขารู้สึกอึดอัด ลองสอนให้พนักงานปฏิบัติต่อลูกค้าในแบบที่พวกเขาอยากโดนปฏิบัติดู รับรองเวิร์กแน่ ๆ 

4. พูดคุยสื่อสารกับลูกค้าตลอดเวลา

ทางร้านควรติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเป็นประจำและแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโปรโมชั่นล่าสุดหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง การทำเช่นนี้จะทำให้ลูกค้าไม่ลืมว่าร้านของคุณยังอยู่และยังใส่ใจพวกเขา อย่าลืมทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นกับโปรโมชั่น ส่วนลด และข้อเสนอต่าง ๆ พร้อมกับแสดงให้ลูกค้าสัมผัสได้ว่าพวกเขาคือส่วนหนึ่งของร้านด้วย โดยคุณสามารถสื่อสารสิ่งเหล่านี้ได้หลากหลายช่องทาง เช่น โพสต์เฟสบุ๊ค, ไอจี, ไลน์, อีเมล, จดหมาย หรือจะบอกลูกค้าเวลาลูกค้ามาที่ร้านก็ได้

5. กระตุ้นให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น

ด้วยพลังของโซเชียลมีเดียแล้ว ธุรกิจร้านค้าของคุณสามารถใช้ช่องทางนี้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้สินค้าและบริการของร้านได้ แล้ววิธีนี้ก็จะทำให้ลูกค้าเห็นว่าความคิดเห็นของพวกเขาไม่สูญเปล่า และมั่นใจได้ว่าทุกคำถามที่สงสัยกับทุกปัญหาหาการใช้งานก็จะได้รับการแก้ไขและไม่ถูกเพิกเฉยแน่นอน

และถ้าหากลูกค้ามีปัญหาในการใช้งานใด ๆ แนะนำให้รีบแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าต้องรู้สึกแย่กับสินค้าและบริการของร้านคุณ แล้วการที่ร้านคุณใส่ใจในฟีดแบ็คและประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าเช่นนี้เองที่จะทำให้ร้านของคุณเป็นที่น่าประทับใจในสายตาลูกค้ามากยิ่งขึ้น นั่นก็เพราะคุณจะพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จากความคิดเห็นของพวกเขายังไงละ

6. ให้รางวัลลูกค้า

มีใครบ้างไม่ชอบของรางวัล ? แล้วการแจกรางวัลให้กับลูกค้าก็เป็นวิธีอันยอดเยี่ยมในการสร้างความภักดีของพวกเขา (Customer Loyalty) โดยรางวัลที่ว่านี้อาจจะเป็นของขวัญฟรี, ส่วนลด, สินค้าตัวอย่าง, หรือสินค้าสุดพิเศษจากทางร้านก็ได้ สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นให้พวกเขากลับมาซื้อของที่ร้านของคุณอีก ทั้งยังทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนพิเศษของร้านอีกด้วย

7. ต้อนรับลูกค้าอย่างเต็มใจ

ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพนักงานที่ร้านเต็มใจต้อนรับและให้บริการตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาในร้าน เพียงแค่ทักทายและกล่าวต้อนรับเมื่อลูกค้าเดินเข้ามาในร้านก็ทำให้พวกเขาประทับใจได้แล้ว และวิธีนี้ก็จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าใช้จ่ายที่ร้านได้มากขึ้นอีกด้วย

8. อย่าลืมกล่าวขอบคุณ

อย่าลืมกล่าวขอบคุณลูกค้าเสมอ เพราะคำง่าย ๆ คำเดียวนี้จะทำให้ลูกค้าของคุณแฮปปี้ทันทีหลังซื้อสินค้าหรือบริการจากทางร้าน ลองฝึกให้พนักงงานแคชเชียร์ขอบคุณลูกค้าทุกครั้งและส่งข้อความ/อีเมลไปขอบคุณอีกครั้ง รับรองว่าลูกค้าจะประทับใจในการบริการของร้านคุณมากขึ้นแน่นอน

นั่นก็เพราะหัวใจสำคัญของร้านค้า/ธุรกิจประเภทต่าง ๆ คือการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า คล้ายกับการสร้างมิตรภาพดี ๆ กับเพื่อน ซึ่งถ้าหากคุณพยายามใส่ใจและทุ่มเวลาให้กับลูกค้า ยังไงพวกเขาก็จะปฏิบัติกับคุณเช่นนั้นแน่นอน

9. ใช้ระบบ CRM

ปัจจุบันมีระบบ CRM หลายแบรนด์ที่น่าพิจารณา ดังนั้นถ้าจะให้เจ้าของธุรกิจอย่างคุณเลือกใช้งานก็คงเลือกยากกันสักหน่อย แล้วจะเลือกยังไงถึงจะบริการความสัมพันธ์ลูกค้าให้ได้ผลพร้อมกับบริหารจัดการร้านด้านอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำตอบง่าย ๆ ก็คือ เลือกระบบที่ทำงานได้อย่างอัตโนมัติสิ จะได้ลดภาระงานและการดูแลร้านได้ในตัวด้วย เท่านี้คุณก็จะยังคงได้เปรียบในการทำธุรกิจแล้ว 

นอกจากนี้แล้วก็ต้องบอกว่าโชคดีมาก ๆ ที่เทคโนโลยีในปัจจุบันช่วยให้คุณสามารถใช้งานระบบ CRM และจัดการเรื่องต่อไปนี้ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก :-

  • เก็บสะสมและบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า
  • ติดตามพฤติกรรมการซื้อสินค้าและความชอบของลูกค้า
  • มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลูกค้าของคุณ
  • คาดการณ์ยอดขายได้อย่างแม่นยำ
  • เชื่อมต่อกับบัญชีโซเชียลมีเดีย
  • มอบประสบการณ์และทำการตลาดที่เป็นส่วนตัวและตรงใจให้กับลูกค้า
  • อัพเดตข้อมูลข่าวสารกับลูกค้าได้ง่าย ๆ ผ่าน SMS
  • วางแผนจัดโปรโมชั่นและข้อเสนอต่าง ๆ เองได้

แล้วระบบ CRM นี้ยังมีข้อดีอื่น ๆ อีกมากมาย !

แล้วแบบนี้คุณจะรออะไรอยู่ละ ?

เราหวังว่าตอนนี้คุณจะเข้าใจในการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าและเห็นถึงความสำคัญของ CRM มากยิ่งขึ้นแล้ว และปัจจุบันก็มีร้านค้าหรือธุรกิจมากถึง 91% ที่ใช้โปรแกรม CRM ช่วยบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าได้อย่างอัตโนมัติ ทำให้ร้านค้าเหล่านี้มีความสัมพันธ์กับลูกค้าดีกว่าเดิมนั่นเอง

ต้องบอกว่าในโลกที่มีการแข่งขันสูงแบบในปัจจุบันนั้น ธุรกิจร้านค้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าได้ดีเท่านั้นถึงจะอยู่ยาว

แล้วคุณจะรออะไรอยู่ละ ?

ใช้งานระบบ CRM บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าง่าย ๆ เลยตอนนี้ !

บริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วยสโตร์ฮับ

 

StoreHub Point of Sales

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับสามารถช่วยคุณจัดการธุรกิจได้อย่างไร