Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

3 วิธีโปรโมทร้านค้าออนไลน์และ food delivery ร้านอาหาร

3 วิธีโปรโมทร้านค้าออนไลน์และ

Food Delivery ร้านอาหาร – ประหยัด คุ้มค่า ได้ผลจริง!

เปิดร้านค้าออนไลน์ หรือเปิดให้บริการ สั่งอาหารออนไลน์ Food Delivery กันเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย ?

ถ้าใช่ ตอนนี้ก็ถึงเวลาทำยอดขายกันแล้ว

แต่ว่าคุณจะทำให้ร้านของคุณเป็นที่รู้จักได้โดยไม่ต้องเสียเงินเยอะ ๆ ยังไง ?

บอกเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา ! เพราะวันนี้เรามี 3 วิธีโปรโมทร้านสุดประหยัด ทั้งยังคุ้มค่า และได้ผลจริง รับรองว่าคราวนี้ร้านค้าออนไลน์และบริการ Food Delivery ของร้านคุณจะเป็นที่รู้จักและอยู่ในสายตาของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแน่นอน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

1. มีความเคลื่อนไหวบน Social Media และ Google

ฟังดูเหมือนจะง่ายใช่ไหมล่ะ ? แต่เท่าที่สั่งเกตแล้ว เราไม่ค่อยเห็นร้านค้ากับร้านอาหารขนาดเล็กให้ความสำคัญกับเรื่องความเคลื่อนไหวบนโซเชียลมีเดียและกูเกิ้ลเท่าไหร่

ทำไมไม่ลองหันมาสร้างโอกาสในการขายทางนี้บ้างล่ะ ?

เพราะจริง ๆ แล้วร้านค้าและร้านอาหารของคุณสามารถเพิ่มยอดขายผ่านการเป็นที่รู้จักบนโลกออนไลน์ได้ แล้วคนไทยเราก็ใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ตมากถึงวันละ 9 ชั่วโมงและใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับ Social Media 

เพราะฉะนั้นก็ถึงเวลาที่คุณจะวางแผนกลยุทธ์เพื่อโปรโมทร้านและเริ่มโพสต์ตามแพลตฟอร์มเหล่านี้แล้ว :-

  • เพจเฟสบุ๊ค (Facebook Page)
  • ไอจี/อินสตาแกรม (Instagram)
  • ไอจี สตอรี่ (Instagram Story)
  • กลุ่มเฟสบุ๊ค (Facebook Group)
  • ทวิตเตอร์ (Twitter)
  • Google My business

ไม่รู้ว่าจะโพสต์อะไรในโซเชียลมีเดียของร้านคุณ ? ไม่ต้องห่วง เพราะคุณสามารถโพสต์คอนเทนต์แนว ๆ นี้ได้

  • วิดีโอสาธิตการใช้งานสินค้า โชว์ลูกค้าว่าสินค้าของคุณใช้ยังไง หรือใช้แบบไหนได้บ้าง
  • วิดีโอ Behind-the-scene – โชว์เบื้องหลังการทำงานให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเห็นว่าร้านคุณใส่ใจและพยายามอย่างหนักเพื่อให้พวกเขาได้สินค้าและบริหารที่ดีที่สุด อาจจะเป็นคลิปการทำงานของทีมงานในร้านแต่ละวัน หรือขั้นตอนการทำ/เลือกวัตถุดิบอาหารแต่ละเมนู เพื่อสร้างคอนเน็คชั่น (Connection) กับลูกค้าของคุณ
  • Social Proof – แคปหน้าจอหรือแชร์ภาพที่ลูกค้าพูดถึงคุณ 

ในส่วนของ Google นั้น ถือเป็นโปรแกรมค้นหา (Search Engine) สุดโปรดของทุกคนอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะหาข้อมูลเรื่องช้อปปิ้ง กินข้าว ดูหนัง หาหมอ ดิกออนไลน์ หรือว่าเรื่องไหน ๆ ก็ต้องถาม Google เป็นที่แรกอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ ?

โปรไฟล์ร้าน Snaffle's Thailand บน Google My Business

คุณรู้มั้ยว่า . . .

บัญชี Google My Business ของคุณสามารถแสดงผลได้มากกว่า 1,000 ครั้งต่อเดือน ?!

แล้วคุณก็ไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาดูโปรไฟล์ร้านบน Google My Business ของคุณอีกด้วย

ที่สำคัญ 5% ของจำนวนผู้เข้าชมทั้งหมดยังคลิกเว็บไซต์ร้าน กดโทร และเรียกเส้นทางไปยังร้านด้วย

ซึ่งหมายความว่าคุณมีโอกาสสร้างยอดขายจาก Google My Business มากกว่าครึ่ง !

ดังนั้นทำไมไม่ใช้ประโยชน์จากบัญชี Google My Business และอัพเดตข้อมูลธุรกิจของร้านคุณให้พร้อมล่ะ ?
ลองโพสต์เนื้อหาบน Google My Business และใส่ข้อมูลดังต่อไปนี้ :-

  • ภาพหรือวิดีโอที่น่าสนใจ – เกี่ยวกับสินค้าหรือเมนูสั่งอาหารออนไลน์​ Food Delivery ของร้าน
  • ข้อมูลสำคัญ – ใส่ข้อมูลต่าง ๆ ของร้านออนไลน์และร้านอาหารของคุณให้ครบ อย่าลืมมีสินค้าแนะนำหรือเมนูน่าลองให้ลูกค้าได้พิจารณากันด้วย
  • ลิ้งค์ลิ้งค์ไปยังหน้าร้านค้าออนไลน์ หรือลิ้งค์สำหรับสั่งอาหารออนไลน์ Food Delivery สำหรับร้านคุณ เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมร้านของคุณบน Google My Business กดเข้าไปดูได้ทันที

ยังไม่มีบัญชี Google My Business สำหรับร้านค้าหรือร้านอาหารของคุณ ? สมัครใช้งานเลยที่นี่ !

วิธีสร้างบัญชีร้านใน Google My Business

ภาพจาก Google My Business

2. ใส่แฮชแท็ก # ที่เกี่ยวข้อง

แฮชแท็ก # ในโพสต์ต่าง ๆ จะช่วยให้คนที่สนใจหัวข้อของคุณเจอโพสต์ของคุณง่ายขึ้น

ดังนั้นแฮชแท็ก # จะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์และร้านอาหารของคุณ

  • สร้างแบรนด์ – คิดแฮชแท็กเป็นของร้านคุณเอง เช่น #StoreHub #StoreHubEcommerce #StoreHubShares
  • ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้คุณใกล้ชิดกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในโลกออนไลน์ได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • โปรโมทแคมเปญการตลาดออนไลน์เพิ่ม Engagement จัดแคมเปญที่น่าสนใจให้กับลูกค้า เช่น กดไลค์ กดแชร์ หรือคอมเมนต์ เป็นต้น

หากคุณเป็นลูกค้าสโตร์ฮับที่เปิดร้านอาหารอยู่แล้ว ก็แค่เปิดใช้งาน Beep Delivery กับเรา และนี่ก็คือแฮชแท็กที่เราแนะนำให้ใส่ในโซเชียลมีเดียสำหรับร้านคุณที่เปิดใช้งานเมื่อเปิดใช้งาน Beep Delivery กับเรา:

#BeepDelivery #SaveOurStores #FoodDeliveryTH #Saveร้าน #SaveSMEs #StoreHub #สโตร์ฮับ #Saveร้านอาหาร

ยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้แฮชแท็กไหน ?

ลองใช้ Hashtag Geenerator หรือดูตามไอจีและโซเชียลมีเดียที่คนดัง ๆ กับคู่แข่งของคุณใช้ได้เลย

ส่วนจำนวนแฮชแท็ก # ที่ดีที่สุดของ Social Media แต่ละแพลตฟอร์ม ก็คือ

  • Facebook – ใส่ได้สูงสุด 4 แฮชแท็ก
  • Instagram – ใส่ได้สูงสุด 30 แฮชแท็ก
  • Twitter – ใส่ได้สูงสุด 4 แฮชแท็ก

ใส่แฮชแท็กเพื่อโปรโมทร้านบน Social Media

ภาพจาก Pixabay

3. ส่ง SMS, LINE และอีเมลหาลูกค้าของคุณ

SMS

สำหรับใครที่มองว่าการส่ง SMS เป็นวิธีคร่ำครึ แต่ใครจะรู้ว่าบางทีวิธีที่แสนจะโบราณและใครหลายคนมองอาจจะได้ผลดีกว่าวิธีอื่น ๆ ก็ได้

ลองส่ง SMS ไปบอกลูกค้าของคุณให้พวกเขารู้ว่าคุณมีหน้าร้านออนไลน์แล้ว หรืออัพเดตพวกเขาให้รู้ว่าสามารถสั่งอาหารออนไลน์หรือใช้บริการ Food Delivery ของร้านอาหารคุณได้แล้ว เช่น ถ้าเกิดคุณเปิดใช้งาน Beep Delivery ก็ให้รีบบอกทันทีเพื่อความสะดวกสบายของลูกค้าและร้านของคุณเอง

และถ้าคุณมีระบบข้อมูลลูกค้าอยู่แล้ว ก็ใช้เครื่องมือนี้ส่ง SMS แจ้งข้อมูลข่าวสารกับลูกค้าของคุณได้เลย เพราะวิธีนี้รวดเร็วและช่วยคุณประหยัดเวลาได้มากเลยล่ะ

อย่างถ้าคุณใช้ระบบ POS ของสโตร์ฮับก็สามารถส่ง SMS ไปหาลูกค้าผ่านระบบหลังบ้าน (BackOffice) ได้เลย

อย่างไรก็ตาม ในการส่ง SMS ก็มีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนคำเช่นกัน ซึ่งก็คือ

  • ภาษาอังกฤษ – จำกัดที่ 160 ตัวอักษร
  • ภาษาไทยและอื่น ๆ – จำกัดที่ 70 ตัวอักษร

เพราะฉะนั้นข้อความใน SMS ของคุณควรสั้น กระชับ และได้ใจความ และเทคนิคนี้ก็ใช้ได้กับทั้งลูกค้าและเพื่อของคุณเลยล่ะ

คราวนี้ก็ได้เวลาบอกต่อเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับร้านค้าออนไลน์และบริการ Food Delivery ของร้านคุณแล้ว ส่งต่อ SMS เพื่อโปรโมทร้านคุณและขอให้พวกเขาสนับสนุนหรือใช้บริการได้เลย !

LINE

LINE หรือ ไลน์ คืออีกวิธีโปรโมทร้านค้าออนไลน์และ Food Delivery ของร้านอาหารคุณได้ดีที่สุด เพราะในไทยมีผู้ใช้งาน LINE มากถึง 44 ล้านคนจากประชากรทั้งหมด 69 ล้านคน และคุณก็ส่งข้อความหาลูกค้าแบบเป็นกันเองและเป็นส่วนตัวได้ง่าย ๆ 

ส่วนข้อควรคำนึงในการส่งข้อความหาลูกค้าก็คือ

  • เรียกความสนใจลูกค้าด้วยคำถามหรือข้อความโดน ๆ – เพราะใคร ๆ ก็อยากอ่านข้อความที่มีสีสันและเต็มไปด้วยอรรถรส
  • ใช้อีโมจิใส่อีโมจิเพื่อทำให้บทสนทนาของคุณเป็นกันเองมากขึ้น
  • ใส่ลิ้งค์ร้านใส่ลิ้งค์ร้าน และช่องทางการติดต่อต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้ากดไปดูข้อมูลต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง

อีเมล

อีเมล คือ วิธีโปรโมทร้านและช่องทางทำการตลาดชั้นเยี่ยม เพราะฉะนั้นหากคิดจะโปรโมทร้าน ก็ส่งอีเมลหาลูกค้าได้เลย ซึ่งรายละเอียดสำคัญที่ควรมีในอีเมลก็คือ

  • ชื่อผู้ส่ง – เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าอีเมลมาจากใคร
  • ชื่อเรื่องหัวข้อหรือชื่อเรื่องควรยาวไม่เกิน 30 ตัวอักษร เขียนข้อความแบบเป็นส่วนตัวและเป็นกันเอง เช่น คุณ <ชื่อ> คุณสั่งข้าวกระเพราหมูเมนูโปรดของคุณออนไลน์ได้แล้ววันนี้ !
  • เขียนเหมือนตอนพูดการส่งอีเมลก็คือการคุยกับลูกค้าผ่านตัวอักษร ดังนั้นเขียนให้เป็นภาษาพูดของคุณเอง

เคล็ดลับ:

  • ส่งข้อความเพื่อแจ้งข่าวหรือประกาศ 1 ครั้ง
  • ส่งข้อความแจ้งเตือน 3 ครั้ง – เว้นระยะส่งอีเมลแต่ละฉบับ 1 วัน เช่น วันที่ 1 ส่งอีเมลแจ้งเตือน >>> วันที่ 2 พัก >>> วันที่ 3 ส่งอีเมลไปอีกครั้ง >>> วันที่ 4 พัก >>> วันที่ 5 ส่งอีเมลแจ้งเตือนไปอีก
  • ส่งอีเมลให้ถูกช่วงเวลา – เช่น ถ้าเป็นอีเมลเตือนโปรโมชั่นเซ็ตอาหารกลางวัน ก็ให้ส่งไปก่อนมื้อเที่ยงหน่อย ๆ หรือถ้าเป็นดีลเด็ดร้านค้าออนไลน์ช่วงปีใหม่ ก็ให้ส่งไปก่อนปีใหม่สัก 3 – 5 วัน

เราหวังว่าเทคนิคทั้ง 3 ข้อนี้จะช่วยให้ร้านค้าออนไลน์และ Food Delivery ร้านอาหารของคุณมีลูกค้าเข้าไปเยี่ยมชมใช้บริการมากขึ้นและเพิ่มยอดขายให้กับร้านของคุณได้หลายเท่าตัว

แสดงความคิดเห็นด้านล่างเพื่อแชร์เคล็ดลับดี ๆ กับเรา

แล้วเราจะขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างสง่างามไปด้วยกันค่ะ !

Beep Delivery ฟีเจอร์ Food Delivery สำหรับร้านอาหาร โดยระบบ POS สโตร์ฮับ

Share this Post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Hey there! Please enter your store name.

.storehubhq.com