ระบบรายงานการขาย StoreHub สำหรับเจ้าของธุรกิจ

รายงาน 7 แบบจาก StoreHub พร้อมข้อมูลเชิงลึก

ที่ช่วยในการตัดสินใจในการทำธุรกิจ

เหตุผลหลักที่คุณควรใช้ระบบ POS บนคลาวด์ที่ทันสมัยอย่าง StoreHub ก็คือรายงานต่างๆ ที่มันช่วยคุณทำได้

อย่างไรละ ?

คุณใช้ระบบ POS ในการดำเนินและจัดการธุรกิจเป็นประจำทุกวัน ดังนั้นจึงมีข้อมูลที่ต้องเก็บมากมาย

และนี่คือจุดที่ระบบบริหารธุรกิจจะช่วยคุณในการตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลอย่างชาญฉลาดในธุรกิจค้าปลีกหรือธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของคุณ

ระบบจะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างชาญฉลาดให้คุณทราบแน่ชัดว่าธุรกิจของคุณเป็นอย่างไรบ้าง นี่คือรายงานบางแบบที่ StoreHub ช่วยทำให้ธุรกิจของคุณได้

1. รายงานสินค้าขายดี

ระบบหลังบ้านรายงานสินค้าขายดีStoreHub

ในฐานะผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจค้าปลีกนั้น สำคัญมากที่คุณต้องทราบว่าสินค้าใดขายดีที่สุดเพื่อที่จะได้

  1. สั่งเพิ่มและขายสินค้านั้นได้มากขึ้น
  2. จัดรายการส่งเสริมการขายสำหรับสินค้าที่ขายไม่ดีเท่า
  3. หยุดขายสินค้าที่ขายได้น้อยที่สุด ซึ่งไม่ทำกำไรเลย

ลูกค้าส่วนใหญ่กล่าวว่ารายงานสินค้าขายดีนั้นมีประโยชน์มากที่สุด ข้อมูลเชื่อถือได้และช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับสินค้าสำหรับการทำกำไรเพิ่มและพัฒนาธุรกิจไปอีกระดับ

ใน StoreHub BackOffice คุณสามารถกรองสินค้าขายดีตามช่วงเวลา ผู้จัดหา หมวดหมู่ และแท็กได้

รายงานสินค้าขายดีของ StoreHub จะให้ข้อมูลเหล่านี้แก่คุณ :– 

  • ยอดขายรวม – ยอดขายรวมภายในช่วงเวลาหนึ่ง
  • จำนวนที่ขายได้ – จำนวนสินค้าที่ขายได้ภายในช่วงเวลาหนึ่ง
  • ยอดขายต่อสินค้า – ยอดขายเฉลี่ยต่อสินค้า
  • ต้นทุนต่อสินค้าหนึ่งชิ้น – ต้นทุนเฉลี่ยต่อสินค้า
  • กำไรรวม (%) – กำไรรวมเป็นเปอร์เซ็นต์

2. รายงานยอดขายประจำวัน

ระบบหลังบ้าน StoreHub รายงานยอดขายรายวัน

การที่คุณทราบยอดขายประจำวันจะช่วยให้คุณเพิ่มการขายได้สูงสุด

ลองนึกภาพสถานการณ์นี้ดู:

รายงานยอดขายประจำวันบอกว่าคุณขายสินค้าได้มากกว่าเดิม 10 เท่าทุกวันเสาร์ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สิ่งนี้บ่งบอกว่าคุณควรเพิ่มจำนวนพนักงานที่มาเข้างานเพื่อให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น

รายงานยอดขายประจำวันบอกให้ทราบว่าธุรกิจของคุณเป็นอย่างไรบ้างในทุกๆ วัน ซึ่งเยี่ยมมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณทำธุรกิจที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

รายงานยอดขายประจำวันจะบอกสิ่งเหล่านี้แก่คุณ :–

  • ยอดขายสุทธิ – ยอดขายสุทธิประจำวันในช่วงเวลาที่กำหนด (โดยไม่ปัดเศษ ไม่รวมค่าบริการและภาษี) โดยที่ยอดขายสุทธิ + การปัดเศษ + ค่าบริการ + ภาษี = ยอดชำระรวม
  • การปัดเศษ – ยอดที่ถูกปัดเศษแล้วจะแสดงไว้ในตารางนี้
  • ค่าบริการ – ค่าบริการสะสมในวันนั้นๆ
  • ภาษี – ภาษีทั้งหมดที่เก็บในช่วงเวลาที่กำหนด
  • ยอดชำระรวม – ยอดทั้งหมดในการขาย
  • กำไรรวม (%) – กำไรรวมทั้งหมดเป็นเปอร์เซ็นต์
  • การขาย – จำนวนขายที่ทำภายในช่วงเวลาที่กำหนด
  • ยอดขายสุทธิต่อการทำธุรกรรม – มูลค่าเฉลี่ยของการขายในการทำธุรกรรมหนึ่งครั้ง

3. รายงานยอดขายรายชั่วโมง

ระบบหลังบ้าน StoreHub รายงานยอดขายรายชั่วโมง

รายงานยอดขายรายชั่วโมงจะช่วยให้คุณจัดการการขายเป็นรายชั่วโมงได้

สิ่งนี้สำคัญเพราะคุณจะได้ทราบเวลาที่มีลูกค้ามากและเวลาที่มีลูกค้าน้อย เมื่อคุณทราบข้อมูลนี้ คุณจะสามารถพัฒนาธุรกิจของคุณได้ เช่น

  • จัดรายการส่งเสริมการขายพิเศษในช่วงที่มีลูกค้าน้อย (เช่น ซื้อ 1 แถม 1)
  • จัดตารางให้มีพนักงานเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีลูกค้ามาก

รายงานยอดขายรายชั่วโมงของ StoreHub มีสองแบบด้วยกัน

  • รายงานยอดขายรายชั่วโมง – กราฟและตารางแสดงยอดขายและจำนวนธุรกรรมเฉลี่ย (ในช่วงเวลาที่กำหนด) ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง
  • รายงานแนวโน้มยอดขายรายชั่วโมง – กราฟยอดขายรายชั่วโมงจากหลายๆ วัน โดยแสดงทีละชั่วโมง

4. รายงานยอดขายตามหมวดหมู่

ระบบหลังบ้าน StoreHub รายงานยอดขายตามหมวดหมู่

คุณทราบหรือไม่ว่าคุณสามารถดูรายงานยอดขายตามหมวดหมู่ได้

หากคุณได้แบ่งสินค้าออกเป็นหมวดหมู่โดยใช้ฟังก์ชัน Manage Products แล้ว BackOffice จะสามารถสร้างชาร์ตวงกลมที่แสดงเปอร์เซ็นต์ยอดขายและสินค้าที่ขายไปในแต่ละหมวดหมู่ สำหรับช่วงเวลาที่คุณต้องการได้

หมวดหมู่คือกลุ่มของสินค้า เช่น “เสื้อผ้า” “เครื่องประดับ” หรือ “บริการ”

ด้วยรายงานยอดขายตามหมวดหมู่ของ StoreHub คุณจะทราบว่าหมวดหมู่ใดที่ขายได้มากและน้อยที่สุด

ตัวอย่างเช่น

  • ค้าปลีก – เสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือรองเท้า
  • อาหารและเครื่องดื่ม – พาสต้า ซุป หรือของหวาน

สิ่งนี้มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะต่อธุรกิจที่มีสินค้า/บริการหลากหลายชนิด

5. รายงานยอดขายตามแบบ

ระบบหลังบ้าน StoreHub รายงานยอดขายตามแบบ

หากสินค้าของคุณมีหลายแบบ คุณสามารถดูยอดขายเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ทั้งแบบสินค้าและหมวดหมู่

แบบคือลักษณะต่างๆ ของสินค้า ดังนี้ :–

  • กลุ่มแบบ = สี
  • แบบสี = ดำ แดง ขาว หากสินค้าของคุณคือเสื้อยืด แบบสินค้าก็คือสีต่างๆ (เช่น เสื้อยืดสีดำ แดง ขาว)

คุณสามารถดูรายงานยอดขายตามแบบของ StoreHub ตามหมวดหมู่หรือสินค้าก็ได้

หากคุณดูรายงานตามหมวดหมู่ รายงานจะแสดงยอดขายรวมของแต่ละแบบที่มี สำหรับหมวดหมู่หรือสินค้าหนึ่งๆ

6. รายงานช่องทางการชำระเงิน

ระบบหลังบ้าน StoreHub รายงานช่องทางการชำระเงิน

ลูกค้าแต่ละรายใช้ช่องทางการชำระเงินที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเงินสด บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

ในฐานะเจ้าของธุรกิจ คุณควรมีตัวเลือกช่องทางการชำระเงินต่างๆ เพื่อให้ธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับลูกค้าทุกราย

ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องทราบว่าช่องทางการชำระเงินแบบใดได้รับความนิยมมากที่สุด

เช่น หากลูกค้าของคุณต้องการชำระเงินด้วย

  • เงินสด – คุณควรมีเงินทอนเตรียมไว้ และอาจต้องสร้างกลยุทธ์ในการเชิญชวนให้ลูกค้าใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดจากมนุษย์และค่าธรรมเนียมการดำเนินการในธุรกิจของคุณ
  • บัตรเดบิตหรือบัตรเครดิต – จำเป็นต้องมองหาพันธมิตรทางการค้าที่เหมาะสม เพื่อให้ไม่สิ้นเปลืองเงิน
  • เครดิตร้านค้า – คุณควรพัฒนาโปรแกรมสร้างความภักดีที่ดี เพื่อดึงดูดลูกค้า
  • กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Ewallet) – ดูว่าแบบใดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และให้บริการช่องทางการชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบดังกล่าวด้วย

ใช้รายงานช่องทางการชำระเงินของ StoreHub ในการดูจำนวนธุรกรรม ยอดขาย การคืนเงิน และอื่นๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับตัวเลือกช่องทางการชำระเงิน

7. รายงานมูลค่าสินค้าคงคลัง

ระบบหลังบ้าน StoreHub รายงานสินค้าคงคลัง

คุณอาจมีสินค้าคงคลังจำนวนมาก

คุณทราบหรือไม่ว่าสินค้าแต่ละรายการมีจำนวนเท่าไรและมีมูลค่ารวมเท่าไร ? 

สิ่งนี้สำคัญมากสำหรัยเจ้าของธุรกิจทุกราย เนื่องจากคุณควรทราบว่าคุณกำลังสิ้นเปลืองเงินไปกับสินค้าบางอย่างหรือไม่ หรือคุณอาจต้องเปลี่ยนผู้จัดหาสำหรับสินค้าบางอย่างหรือไม่

รายงานมูลค่าสินค้าคงคลังจะมีประโยชน์ในส่วนนี้เพราะมันช่วยให้คุณทราบจำนวนสินค้าคงคลังที่มีและมูลค่ารวม

ด้วยรายงานมูลค่าสินค้าคงคลังของ StoreHub คุณจะสามารถดูข้อมูลสินค้าที่มีท้ังจำนวนและมูลค่ารวม

ทำรายงานแบบกำหนดเองเพิ่มเติมด้วยเครื่องมือ Pivot Tables

ระบบหลังบ้าน StoreHub

การวิเคราะห์ข้อมูลได้นั้นจะช่วยให้คุณตัดสินใจในการทำธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

และแม้ว่าจะมีรายงานที่เป็นประโยชน์ทั้ง 7 ข้อที่เราได้กล่าวถึงไปนั้น บางครั้งคุณก็ต้องใช้ Custom Report ที่ไม่มีให้เรียกดูในระบบ StoreHub 

ซึ่งสิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือดาวน์โหลดข้อมูลดิบที่ StoreHub BackOffice และใช้ตาราง Pivot Tables (เครื่องมือที่ช่วยให้คุณจัดเตรียมและสรุปข้อมูลของ Custom Report ได้) ในการสร้างและแก้ไขรายงานได้เองใน  Microsoft Excel หรือ Google Sheets

คุณสามารถเรียกดูรายงานดังต่อไปนี้ด้วยการใช้ Pivot Tables :–

  • รายงานแนวโน้มยอดขาย (Sales Trend Report)

  • รายงานสินค้าลดราคา (Discount Report)

  • การเปรียบเทียบยอดขายระหว่างหลายร้าน (Sales Performance Comparison Between Multiple Stores)

สนับสนุนธุรกิจของคุณด้วย StoreHub!

โปรแกรมขาย StoreHub

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับช่วยบริหารธุรกิจของคุณให้เติบโตได้อย่างไร