Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

10 ไม้เด็ด! เปิดร้านขายของเล่นเด็กให้รุ่ง

ร้านขายของเล่นเด็ก อีกหนึ่งธุรกิจค้าปลีกที่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะเป็นที่นิยมสำหรับพ่อค้าแม่ค้าหลายคน ทั้งยังสร้างกำไรได้แบบมหาศาล ถ้าหากคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ที่เพิ่งเปิดร้านขายของเล่นเด็กและไม่รู้ว่าจะต้องบริหารจัดการธุรกิจที่มียังไงให้ประสบความสำเร็จและไม่ขาดทุน ก็อย่าเพิ่งเครียดหรือท้อไป ลองดู 10 ไม้เด็ดช่วยเปิดร้านขายของเล่นเด็กให้รุ่งที่เรานำมาฝากก่อน รับรองว่าคุณจะมีแรงฮึดสู้ต่อและยิ้มแก้มปริรับยอดขายที่เพิ่มขึ้นแน่นอน !

1. เจาะตลาดตรงกลุ่มเป้าหมาย

ภาพจาก Pixabay

ในปัจจุบันมีร้านขายของเล่นเด็กมากมายเต็มไปหมด ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องมีจุดเด่นในตัว จะได้บุกตลาดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ซึ่งก่อนที่จะรู้ว่าของเล่นที่ร้านเหมาะกับลูกค้ากลุ่มใด คุณจำเป็นต้องรู้ข้อมูลดังต่อไปนี้

1. ร้านของคุณขายของเล่นเด็กประเภทใดบ้าง ?

เราสามารถแบ่งของเล่นเด็กออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

  • Active Play ของเล่นที่ให้เด็กได้ออกแรงอย่างของเล่นประเภทกีฬา เช่น ลูกบอล จักรยาน และไม้เทนนิส
  • Manipulative Play ของเล่นที่เด็กต้องประกอบขึ้นและควบคุมการเล่นเองอย่างจิ๊กซอว์ หุ่นยนต์ บล็อกไม้ และเลโก้
  • Creative Play ของเล่นที่สร้างเสริมจินตนาการของเด็ก เช่น เครื่องดนตรี ดินน้ำมัน และสีไม้
  • Learning Play ของเล่นที่ส่งเสริมการเรียนรู้และช่วยพัฒนาทักษะต่าง ๆ เช่น เกมบันไดงู เกมเศรษฐี และนิทาน
  • Make Believe Play ของเล่นที่เลียนแบบของจริงและช่วยให้เด็ก ๆ ได้เล่นบทบาทสมมติได้เสมือนจริงและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น ชุดทำอาหารหรืออุปกรณ์ทำครัว ชุดเครื่องมือหมอ และชุดแต่งตัวตุ๊กตา

2. ของเล่นที่ร้านคุณเหมาะกับเด็กวัยไหนบ้าง ?

ของเล่นของเด็กแต่ละวัยจะค่อนข้างแตกต่างกัน เช่น ของเล่นเด็กวัยแรกเกิด – 6 เดือนจะเป็นโมบาย กล่องดนตรี และหนังสือภาพ, ของเล่นเด็กวัย 6 เดือน – 1 ขวบจะเป็นลูกบอลนุ่ม บล็อกไม้ใหญ่ และของเล่นลอยน้ำ ส่วนของเล่นเด็กวัย 1 – 2 ขวบจะเป็นระนาด ของเล่นรูปทรงเรขาคณิต และดินน้ำมัน เป็นต้น

นอกจากนี้คุณจะต้องรู้ด้วยว่าของเล่นแบบไหนมีวิธีเล่นยังไง เพื่อจะได้ให้ข้อมูลผู้ปกครองที่เป็นลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น เพราะยิ่งคุณมีข้อมูลหรือความรู้เกี่ยวกับสินค้าและธุรกิจของคุณมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเจาะตลาดได้ตรงกลุ่มและเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่าเดิม

2. เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของของเล่นเด็ก

ภาพจาก Pixabay

นอกเหนือจากการขายของทั่วไปแล้ว เจ้าของร้านขายของเล่นอย่างคุณจะต้องรู้วิธีทำการตลาดที่น่าสนใจด้วย ซึ่งหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจก็คือการตลาดที่เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของของเล่น เช่น ของเล่นชิ้นไหนช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในด้านใด เมื่อผู้ปกครองเห็นประโยชน์ของสินค้าแล้ว พวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกแน่นอน

ทั้งนี้อย่าลืมเน้นถึงคุณภาพและความปลอดภัยของของเล่นด้วย เพราะแม้ว่าคุณจะโฆษณาถึงประโยชน์ของของเล่นเด็กมากแค่ไหนแต่ไม่การันตีเรื่องความปลอดภัย พ่อแม่หลายคนก็คงจะตัดสินใจเลือกซื้อของเล่นจากร้านคุณยากอยู่เหมือนกัน ทำให้พวกเขามั่นใจในสินค้าของคุณโดยการสื่อให้เห็นประโยชน์ ความแข็งแรงทนทาน มาตรฐานการผลิต รวมถึงแสดงให้เห็นว่าของเล่นที่คุณขายปราศจากวัตถุดิบหรือสารที่เป็นอันตรายต่อเด็ก

3. สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ารีวิว

ภาพจาก Unsplash

72% ของลูกค้ามักอ่านรีวิวก่อนใช้บริการหรือซื้อสินค้า ดังนั้นแม้ว่าร้านของคุณจะมีการตลาดที่ยอดเยี่ยม ก็ต้องอาศัยรีวิวจากลูกค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ารายอื่น ๆ ที่ไม่เคยซื้อของเล่นที่ร้านคุณด้วย ลองเสนอส่วนลดให้ลูกค้าที่เขียนรีวิวเพื่อเป็นการตอบแทน ถ้าจะให้ดีที่สุด ร้านของคุณควรมีสินค้าและบริการที่ดีจนลูกค้าต้องเขียนรีวิวแล้วแนะนำลูกค้าด้วยกันเอง

หรือคุณจะติดต่อกับ Social Influencer คนดังในโลกโซเชียลที่มีชื่อเสียงให้มารีวิวของเล่นพร้อมกับลูกของพวกเขาก็ได้ โดยเนื้อหารีวิวควรมีตั้งแต่การแกะกล่อง วิธีประกอบของเล่น วิธีเล่น ไปจนถึงประโยชน์ในการเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก แล้วร้านคุณจะน่าเชื่อถือและมียอดสั่งซื้อเพิ่มมากขึ้นแน่นอน !

4. ตกแต่งร้านเอาใจเด็ก ๆ

ภาพจาก Pixabay

เมื่อเปิดร้านขายของเล่นเด็ก ก็ต้องตกแต่งร้านเอาใจเด็ก ๆ ใช่ไหมล่ะ ? ลองสำรวจดูสิว่าร้านของคุณดูจืดชืดเกินไปหรือเปล่า ถ้าใช่ ก็ถึงเวลาเพิ่มสีสันในร้านด้วยตัวการ์ตูนที่เป็นขวัญใจเด็ก ๆ อย่างโปเกม่อน​ โดเรม่อน ชินจัง หรือคิตตี้ โดยคุณอาจจะตกแต่งด้วยตุ๊กตา วอลเปเปอร์ หรือไอเท็มอื่น ๆ ที่มีสีสันและโดนใจเด็ก ๆ ก็ได้ เท่านี้ร้านของคุณก็จะดูน่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสนุกสนานแล้ว

และเมื่อร้านขายของเล่นของคุณมีบรรยากาศที่ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย ก็จะดึงดูดได้ทั้งเด็ก ๆ และผู้ปกครองได้อย่างง่ายดาย นั่นก็เพราะว่าการตกแต่งร้านสำคัญไม่แพ้ตัวของเล่นและการบริการยังไงล่ะ

5. ขายของเล่นเด็กราคาถูก

ภาพจาก Unplash

อย่างที่รู้กันดีว่า ไม่ว่าคุณจะเปิดร้านหรือทำธุรกิจประเภทใดก็ย่อมมีคู่แข่งด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าร้านคุณขายของเล่นเด็กราคาแพงกว่าที่อื่น ๆ ก็จะยิ่งเปิดโอกาสให้คู่แข่งแซงหน้าธุรกิจของคุณไปอีก และแม้ว่าร้านคุณจะมีสินค้าคุณภาพเยี่ยม แต่ก็ยังมีแนวโน้มที่ลูกค้าจะหันไปซบอกร้านที่ขายราคาถูกกว่าอยู่ดี

อีกอย่างเศรษฐกิจในปัจจุบันก็ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายคนที่เป็นกลุ่มผู้ซื้อคิดหน้าพะวงหลังก่อนตัดสินใจเลือกด้วย ดังนั้นให้เน้นสินค้าคุณภาพดี ราคาย่อมเยาเข้าถึงง่ายจะดีกว่า ร้านขายของเล่นของคุณจะได้มีสินค้าในราคาน่าประทับใจและมีลูกค้าเข้าไม่ขาดสาย

6. สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า

คุณจำเป็นต้องรอบรู้เกี่ยวกับของเล่นที่ขายและสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ไม่ใช่โฟกัสที่เรื่องขายเพียงอย่างเดียว อย่าลืมสร้างเพจเฟสบุ๊ค (Facebook Page) อินสตาแกรม และไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการติดต่อให้กับลูกค้า จากนั้นก็หมั่นโพสต์เนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าด้วย เช่น ของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กในแต่ละด้าน และวิธีเลือกของเล่นให้เหมาะกับเด็กแต่ละวัย เป็นต้น แล้วลูกค้าก็จะประทับใจและรู้สึกอยากกลับมาซื้อของเล่นที่ร้านของคุณมากขึ้น

นอกจากนี้คุณก็ต้องแปลงร่างเป็นกูรูด้านของเล่นเด็กด้วย คือต้องหมั่นหาความรู้และอัพเดตเทรนด์ของเล่นอยู่เสมอ เพื่อจะได้ตอบคำถามของลูกค้าได้กระจ่างแจ้ง เพราะพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองขายและตอบคำถามลูกค้าไม่ได้เลย มีแนวโน้มที่จะเสียลูกค้ามากกว่าพ่อค้าแม่ค้าที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาและตอบข้อสงสัยของลูกค้าได้

7. ตอบรีวิวลูกค้า

จากการศึกษาของ Bazaarvoice นั้นพบว่า 41% ของลูกค้าบอกว่าแบรนด์ที่ตอบรีวิวลูกค้าทำให้พวกเขาเชื่อว่าบริษัทใส่ใจลูกค้าจริง ๆ แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่สร้างความรู้สึกดี ๆ และแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าคุณจริงใจกับพวกเขาล่ะ จริงไหม ? ดังนั้นเมื่อมีลูกค้ามาคอมเมนต์ในโลกโซเชียล เรตร้านของคุณ หรือแสดงความคิดเห็นบน Google อย่าลืมตอบรีวิวของพวกเขาให้ครบและตอบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สำหรับลูกค้าที่ให้ 5 ดาวและแสดงความคิดเห็นเชิงบวก ให้กล่าวขอบคุณลูกค้าในนามของร้านและชักชวนให้กลับมาที่ร้านอีก แต่สำหรับลูกค้าที่ไม่ประทับใจในร้านของคุณ ให้กล่าวขอโทษและส่งข้อความหาลูกค้าเพื่อสอบถามปัญหาและแสดงให้เห็นว่าคุณพร้อมปรับปรุงแก้ไข เท่านี้ลูกค้าก็จะรู้สึกดีขึ้นและมีแนวโน้มที่จะกลับมาซื้อสินค้าที่ร้านอีกครั้งแล้ว

8. ใช้ระบบสมาชิก

จะดีกว่าไหมถ้าร้านขายของเล่นของคุณมีแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อของที่ร้านอีก ลองใช้ระบบสมาชิกที่ให้ลูกค้าได้สะสมแต้มหรือรับส่วนลดดู รับรองว่าลูกค้าจะตื่นเต้นกับการซื้อของที่ร้านคุณมากขึ้นแน่นอน

แต่หากคุณยังไม่รู้ว่าจะเริ่มใช้ระบบนี้ยังไง ก็สามารถเริ่มจากบัตรสะสมแต้มสุดคลาสสิค หรือจะเริ่มด้วยโปรแกรมคืนเงินลูกค้าที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้ก็ได้ เพราะที่สโตร์ฮับของเรามี Loyalty Program ชื่อว่า Beep Cashback ที่แค่คุณเปิดใช้งานที่ BackOffice ก็สามารถคืนเงินให้ลูกค้าสะสมยอดเพื่อใช้เป็นส่วนลดครั้งต่อไปได้เลย !

เมื่อคุณเปิดใช้งาน Beep Cashback และตั้งค่าเปอร์เซ็นต์ (%) เงินคืนแล้ว เครื่องพิมพ์ใบเสร็จของร้านจะปริ้นต์ QR Code โดยอัตโนมัติ

จากนั้นลูกค้าก็แค่เปิดกล้องมือถือหรือแอพสแกน QR Code > สแกน QR Code บนใบเสร็จ > กรอกเบอร์มือถือ > รับเงินคืน

แล้วคุณจะมีระบบสมาชิกเป็นของตัวเอง แถมยังเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่ายที่สุดอีกด้วย !

9. มีตัวช่วยบริหารจัดการธุรกิจที่ดี

คุณรู้ไหมว่าหนึ่งในเคล็ดลับการเปิดร้านขายของเล่นให้ประสบความสำเร็จนั้นคืออะไร ? คำตอบก็คือ ตัวช่วยบริหารจัดการธุรกิจอย่างระบบ POS ยังไงล่ะ ! โดยระบบนี้เป็นโปรแกรมขายหน้าร้านที่ยิ่งคุณมีระบบที่ดีและมีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งดูแลร้านได้ง่ายมากขึ้นเท่านั้น

และใช่แล้ว ! ระบบ POS สโตร์ฮับของเราคือตัวช่วยที่เจ้าของร้านค้าปลีกส่วนใหญ่เลือกใช้ ! (แถมยังมีร้านค้ากว่า 11,000 ทั่วเอเชียวางใจอีกด้วย)

นั่นก็เพราะว่าเจ้าระบบนี้มีฟีเจอร์การใช้งานที่ตอบโจทย์ทุกการขาย ทั้งการจัดการสต๊อกสินค้า การบริหารจัดการพนักงาน เช็คยอดขายได้แบบเรียลไทม์ให้เห็นทุกความเคลื่อนไหว การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า และยังมีฟีเจอร์อัจฉริยะอื่น ๆ อีกมากมาย

ลองคิดดูว่าถ้าคุณต้องมานั่งนับสต๊อกและทำทุกอย่างเอง คุณจะปวดหัวและวุ่นวายมากแค่ไหน แล้วถ้าเกิดคุณไม่รู้สต๊อกสินค้า แต่สั่งของมาตุนไว้เยอะเกินจำเป็นจะเกิดอะไรขึ้น ? เสียทั้งเงินและเวลา แถมยังเปลืองพื้นที่การจัดเก็บสินค้าอีกใช่ไหมล่ะ ? ดังนั้นอย่าพลาดตัวช่วยบริหารจัดการร้านดี ๆ อย่างระบบ POS สโตร์ฮับ !

10. กระตุ้นยอดขายด้วยโปรโมชั่น

วิธีสร้างยอดขายให้ร้านขายของเล่นคุณได้อย่างมหาศาลอีกหนึ่งวิธีก็คือ การจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย สามารถจัดช่วงเทศกาลสำคัญ ๆ เช่น 11.11, 12.12, ปีใหม่, วันเด็ก และสงกรานต์ ฯลฯ ได้เลย

โดยรูปแบบของโปรโมชั่นอาจจะเป็นซื้อ 1 แถม 1, โปรแลกซื้อ, โปรของเล่นราคาเดียว, หรือชิ้นที่ 2 ลด 50% ก็ได้ เพราะโปรโมชั่นเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้าเห็นถึงความคุ้มค่า รู้สึกเหมือนได้กำไร และไม่โดนเอาเปรียบ แล้วลูกค้าจะพุ่งมาที่ร้านจนคุณต้องตกใจเลยล่ะ

สรุป

การจะเปิดร้านขายของเล่นเด็กให้รุ่งได้นั้น เจ้าของร้านอย่างคุณต้องมีพร้อมทั้งความรู้เรื่องสินค้า รู้จักกลุ่มลูกค้า และรู้กลยุทธ์การตลาด คือต้องไม่คำนึงถึงฝั่งผู้ขายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใส่ใจลูกค้าด้วย เช่น มีเนื้อหาที่ให้ความรู้ ตอบรีวิวลูกค้า และมอบกำไรให้กับลูกค้าด้วยโปรแกรมคืนเงินกับโปรโมชั่นต่าง ๆ ที่สำคัญต้องมีตัวช่วยดี ๆ อย่างระบบ POS ไว้ติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในร้าน ทั้งยอดขาย สต๊อกสินค้า พนักงาน ลูกค้า ฯลฯ เท่านี้คุณก็จะบริหารธุรกิจค้าปลีกร้านขายของเล่นเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ขาดทุน แล้วก็ประสบความสำเร็จง่ายขึ้นแล้ว

CTA - ระบบ POS สโตร์ฮับ โปรแกรมจัดการร้านค้าปลีกและร้านอาหาร

Share this Post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Hey there! Please enter your store name.

.storehubhq.com