มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19

มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs

ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

หลังจากมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไทยก็ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เซไปตาม ๆ กัน ซึ่งเราต่างก็รู้ดีว่าธุรกิจ SMEs นี้เปรียบเสมือนฟันเฟืองของเศรษฐกิจ หาก SMEs ล้ม ระบบเศรษฐกิจของไทยเราก็จะดำเนินไปข้างหน้าไม่ได้เช่นกัน

หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ธนาคาร รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ จึงออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ช่วยลดดอกเบี้ย ปล่อยสินเชื่อ และมีมาตรการรองรับอีกมากมายเพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs มีเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจกันต่อไป

1. กระทรวงการคลัง: มาตรการดูแลและเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19 ระยะที่ 1-3

หลังจากที่เศรษฐกิจไทยของเราเจอพิษ COVID-19 ไป หลายหน่วยงานก็ไม่นิ่งนอนใจและเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งทางฝั่งของกระทรวงการคลังเองก็มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ 3 ระยะด้วยกัน เป็นการเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระ และมุ่งเน้นช่วยเหลือทั้งทางตรงและทางอ้อม

มาตรการเยียวยาระยะที่ 1 ออกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563

กระทรวงการคลัง มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ระยะที่ 1

แบ่งมาตรการเป็น 2 ด้านด้วยกันคือ เพิ่มสภาพคล่อง และ ลดภาระ

เพิ่มสภาพคล่อง:

  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 150,000 ลบ. – อัตราดอกเบี้ย 2% 2 ปี สินเชื่อไม่เกิน 20 ลบ. ต่อราย
  • พักต้นเงิน ลดดอกเบี้ย และขยายเวลาชำระหนี้แก้ลูกหนี้ฯ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้
  • สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานของประกันสังคม วงเงินสินเชื่อรวม 30,000 ลบ. ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3% ต่อปี ระยะเวลา 3 ปี
  • คืนสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจาก 3% เหลือ 1.5% (เม.ย. – ก.ย.63)
  • เร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการส่งออก กรณียื่นแบบทางอินเตอร์เน็ต ได้รับคืนภายใน 15 วัน ส่วนกรณียื่นแบบปกติ ได้รับคืนภายใน 45 วัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ปี 2563 กรมบัญชีกลางได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงมีการปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ

ลดภาระ:

  • หักเพิ่มภาษีดอกเบี้ย จ่ายจาก 1 เท่าเป็น 1.5 เท่า (Soft Loan 150,000 ลบ.)
  • บรรเทาภาระการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และคืนค่าประกันการใช้ไฟ
  • ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของนายจ้างและลูกจ้าง ม.33 จาก 5% เหลือ 4% ม.39 จาก 9% เหลือ 7%
  • ไม่ปลดแรงงาน หักรายจ่ายค่าจ้างงานได้ 3 เท่า
  • บรรเทาค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนการให้บริการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เลื่อนการจ่ายค่าเช่าที่ราชพัสดุสำหรับผู้เช่าประเภทผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

มาตรการเยียวยาระยะที่ 2 ออกเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563

กระทรวงการคลัง มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ระยะที่ 2

ยังคงมาตรการเป็น 2 ด้านคือ เพิ่มสภาพคล่อง และ ลดภาระ

เพิ่มสภาพคล่อง:

ลดภาระ:

  • ยืดการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด. 50 จากเดิม พ.ค. 63 ออกไปเป็นภายใน 31 ส.ค. 63 และ ภ.ง.ด. 51 จากเดิม 31 ส.ค. 63 ออกไปเป็นภายใน 30 ก.ย. 63
  • ยืดการเสียภาษีสรรพากร เช่น VAT ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอื่น ๆ ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เลื่อนกำหนดเวลายื่นแบบและชำระภาษีทุกประเภท 1 เดือน
  • ยืดการเสียภาษีสรรพสามิตให้กิจการสถานบริการ เลื่อนการยื่นแบบและชำระภาษีสถานบริการออกไป 3 เดือน ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 31 พ.ค. 63 ให้เสียภาษี 15 ก.ค. 63
  • ยืดการเสียภาษีสรรพสามิตให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เลื่อนการยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 10 วัน เป็นภายในวันที่ 13 ของเดือนถัดไป เป็นระยะเวลา 3 เดือน
  • ยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและรักษา COVID-19 ยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่ใช้รักษาและป้องกันโรคโควิด-19 เป็นเวลา 6 เดือนถึงช่วงกันยายน 2563
  • ยกเว้นภาษีและลดค่าธรรมเนียมจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (Non-Bank) ให้เจ้าหนี้ไม่ใช่สถาบันการเงิน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลเช่าซื้อ Leasing ตั้งแต่ 1 ม.ค. 63 – 31 ธ.ค. 64

มาตรการเยียวยาระยะที่ 3 ออกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563

กระทรวงการคลัง มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ระยะที่ 3

ในส่วนของระยะที่ กระทรวงการคลังได้จัดหาแหล่งเงินเพื่อนำมาแก้ไขวิกฤตการณ์ COVID-19 และมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ คือ

  • พ.ร.ก. ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย ออก Soft Loan เพื่อดูแลภาคธุรกิจ​โดยเฉพาะ SMEs 500,000 ลบ. สินเชื่อใหม่ 500,000 ลบ. อัตราดอกเบี้ย 2% สำหรับ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ลบ. วงเงิน 500,000 ลบ. ธพ. และ SFIs พักชำระหนี้ (ทั้งเงินต้นและดอกแบี้ย) 6 เดือน ให้ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ลบ.

ทั้งนี้ยังมี พ.ร.ก. กู้เงินเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจ พร้อมกับ พ.ร.ก. ดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน 400,000 ลบ. ด้วย

2. สภาอุตสาหกรรม: นโยบาย Local Economy กับ 5 มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วงวิกฤต COVID-19

หลังจากที่มีการหารือมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs จากผลกระทบ COVID-19 ระหว่างภาครัฐและเอกชน ก็ได้มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs เร่งด่วน ดังนี้ :-

2.1) มาตรการด้านภาษี

  • ให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ SME 3 ปี ทุกธุรกิจ (ปีภาษี 63-65) โดยจะต้องเข้าระบบ E-Filling
  • ให้กรมสรรพากรเร่งรัดการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนที่ชำระเกินภายใน 30 วัน
  • ขยายเพดานค่าลดหย่อนภาษีการกุศลของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในปี 2563 โดยไม่จำกัดเพดาน
  • ปรับอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทุกประเภทเป็นอัตราเดียว คือ 1% เฉพาะปี 63

2.2) มาตรการด้านการเงิน

  • สินเชื่อที่รัฐให้เพิ่มสภาพคล่อง ขอให้ บสย. ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มเป็น 80%
  • สถาบันการเงินปรับลดระยะเวลาพิจารณาประวัติการผิดนัดชำระหนี้ในเครดิตบูโร จาก 3 ปี เหลือ 1 ปี
  • ขอให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชนในการจัดตั้ง Private Equity Trust ภายใต้กำกับของ กลต. โดยเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจโรงแรมที่มีปัญหาเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

2.3) มาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน

  • ลดค่าจดจำนองและค่าโอนที่ดินเหลือ 0.01% เฉพาะปี 63
  • ขอให้ยกเลิกการคิดไฟฟ้าตามเกณฑ์การใช้กระแสไฟฟ้าขั้นต่ำ (Demand Charge) จนถึงสิ้นปี 2563 โดยคิดเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ใช้ตามจริง
  • ขอให้พิจารณาคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับธุรกิจ SMEs ที่ใช้มิเตอร์ขนาดไม่เกิน 50 แอมป์ด้วย เพื่อจะได้นำมาเป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจช่วงวิกฤติ
  • ชะลอการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไป 1 ปี

2.4) มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน

  • ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน
  • ผ่อนผันการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ (Work Permit) รวมถึงแรงงานต่างด้าว ไป 6 เดือน
  • ช่วยเหลือแรงงานที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท โดยขอให้รัฐจ่าย 50% บริษัทจ่าย 25% สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและยังมีการผลิตอยู่บางส่วน

2.5) มาตรการด้านอื่น

  • ให้รัฐประชาสัมพันธ์และสนับสนุนการจัดซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ (Made-in-Thailand) และให้เพิ่มแต้มต่อสำหรับธุรกิจ SMEs
  • เลื่อนการบังคับใช้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(PDPA)
  • ขอขยายสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐออกไป 4 เดือน
  • ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐใช้ระบบ Online ในการออกใบอนุญาตและรับชำระค่าธรรมเนียม รวมทั้งบริการอื่นๆ
  • กกร. ได้จัดตั้ง E-Commerce Platform เพื่อช่วยอุตสาหกรรมไทย โดยขอให้ภาครัฐสนับสนุนการจัดตั้งและดำเนินการ
  • จัดตั้งกองทุนนวัตกรรม (Innovation Fund) เพื่อสนับสนุนด้านนวัตกรรมให้แก่ SMEs โดยภาคเอกชนที่ร่วมบริจาคสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 3 เท่า

ทั้งนี้ ส.อ.ท. หรือสภาอุตสาหกรรมประเทศไทยยังส่งเสริมเรื่องการผลักดัน Local Economy ที่เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศเพื่อชดเชยการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัวด้วย และไทยก็จะเป็นประเทศแรก ๆ ที่มีนโยบายแนวนี้ ในส่วนของภาครัฐก็จะเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การขนส่ง (Logistics) ไปจนถึงขั้นตอนการแจกจ่ายสินค้าโดยใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เป็นการสร้าง New Normal ให้กับประเทศไทยของเรา

***ขอขอบคุณข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

3. ธนาคารแห่งประเทศไทย: 4 มาตรการช่วยเหลือ SMEs พร้อมเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ช่วง COVID-19

Bank of Thailand ธนาคารแห่งประเทศไทยกับมาตรการช่วยเหลือธุรกิจ SMEs

ภาพจาก RYT9

ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเร่งหามาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการ SMEs ในไทยจนมีมาตรการเพิ่มเติมออกมา 4 ข้อ ซึ่งได้แก่

 

3.1) มาตรการเลื่อนชำระหนี้: เลื่อนกำหนดชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ธุรกิจ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาทเป็นเวลา 6 เดือนเป็นการทั่วไป

 

มาตรการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจ SMEs มีสภาพคล่องตัวยิ่งขั้น โดยธุรกิจ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์รวมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (ธนาคาร) ไม่เกิน 100 ล้านบาท สามารถเลื่อนกำหนดชำระหนี้ทั้งเงินต้นและเงินดอกโดยไม่ถือเป็นการผิดนัด และไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต

3.2) มาตรการสนับสนุนสินเชื่อ: สนับสนุนสินเชื่อใหม่ (Soft Loan) เพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับธุรกิจ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

 

รัฐบาลเป็นฝ่ายรับภาระดอกเบี้ย 6 เดือนแรกและชดเชยความเสียหายบางส่วน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ผ่านสถาบันการเงิน แต่อย่างไรก็ตาม นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า มาตรการนี้ไม่รวมบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวงเงินที่ผู้ประกอบการ SMEs แต่ละรายสามารถกู้ได้นั้นอยู่ที่ 20% ของยอดหนี้คงค้างของลูกหนี้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 หากผู้ประกอบการ SMEs ท่านไหนสนใจ สามารถขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารที่เป็นลูกค้าและมีวงเงินสินเชื่ออยู่

3.3) มาตรการจัดตั้งกองทุน: จัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อดูแลเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน

เนื่องจากการชะงักของเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดตราสารหนี้เอกชนในไทยมียอดคงค้างราว 3.6 ล้านล้านบาท หรือกว่า 20% ของ GDP ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงออกมาตรการเพื่อดูแลเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนให้ทำงานได้ตามปกติ โดยจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Stabilization Fund: BSF) เพื่อเป็นแหล่งเงินสำรองชั่วคราว (Bridge Financing) ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการออมของประชาชนในวงกว้างและป้องกันไม่ให้เป็นปัญหาลุกลามกระทบเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม

3.4) มาตรการลดการนำส่ง FIDF Fee: ลดการนำส่ง FIDF Fee ที่เรียกเก็บจากสถาบันการเงินจาก 0.46% ของฐานเงินฝากเป็น 0.23%

สำหรับมาตรการลดอัตรานำส่งเงินสมทบ FIDF Fee หรือกองทุนฟื้นฟูฯ (Financial Institutions Development Fund: FIDF) นี้มีเป้าหมายให้สถาบันการเงินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากเดิมอัตรา 0.46% เหลือ 0.23% ของฐานเงินฝาก เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้สถาบันการเงินไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมให้กับประชาชนและภาคธุรกิจได้ทันที

4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย: มาตรการและโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs

ในส่วนของ ธพว. หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยเองก็ไม่รอช้าที่จะออกมาตรการสู้โควิด-19 “ลด-พัก-ขยาย-ผ่อน-เพิ่ม” สำหรับลูกค้า เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในครั้งนี้เช่นกัน ซึ่งลูกค้าของ ธพว. สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ :-

  • ไปที่หน้าเว็บ
  • เมื่อเจอหน้าต่างป๊อปอัพขึ้นมา คลิกเลือก มาตรการสู้โควิด-19 “ลด-พัก-ขยาย-ผ่อน-เพิ่ม”
  • กรอกข้อมูลเพื่อตรวจสอบ หากเป็นบุคคลธรรมดาใช้เลขที่บัตรประชาชน แต่ถ้าเป็นนิติบุคคลให้กรอกเลขทะเบียนการค้า/เลขทะเบียนนิติบุคคล

เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีหน้าต่างรายละเอียดปรากฏขึ้นมาให้ดำเนินการขั้นตอนต่อไป

5. ธนาคารและสถาบันทางการเงิน: มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19

เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ธนาคารและสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ก็ตอบรับนโยบายจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง พร้อมกับมีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19 ออกมาซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีข้อแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียดเล็กน้อย แต่จุดประสงค์หลักก็คือ ช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs และลดภาระค่าใช้จ่าย เพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่องและดำเนินธุรกิจให้ฝ่าวิกฤต COVID-19 ไปได้ เช่น

ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทยกับมาตรการเยียวชาผู้ประกอบการ SMEs
  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือนโดยอัตโนมัติ สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท 
  • ในส่วนของสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง สามารถกู้ได้สูงสุด 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี นาน 2 ปี พร้อมฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรกตามนโนบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ลูกค้าสามารถยื่นกู้ภายใต้โครงการนี้จนถึง 22 ตุลาคม 2563 หรือวงเงินโครงการหมด

 

วิธีขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการเยียวยา COVID-19 สำหรับลูกค้าธนาคารกสิกรไทย

สามารถติดต่อได้ตั้งแต่จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยกับมาตรการช่วยเหลือลูกค้าช่วง COVID-19
  • พักชำระหนี้เงินต้น นานสุด 12 เดือน สำหรับวงเงินสินเชื่อระยะยาว (Term Loan)
  • พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนโดยอัตโนมัติ สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาท
  • ขยายเวลาชำระหนี้ในส่วนของตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) รวมถึงสินเชื่อเพื่อการค้าต่างประเทศ (Trade Finance) เป็นเวลาสูงสุดถึง 6 เดือน
  • ปล่อยสินเชื่อกรุงไทย ต้านภัยโควิด-19 มีการอัพเดตของทางธนาคารกรุงไทยในเรื่องของสินเชื่อเพื่อต่อสู้ COVID-19 วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท  ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก ฟรีค่าธรรมเนียม บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน 4 ปี
  • สินเชื่อธุรกิจ วงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้าน สามารถพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุด 3 เดือน
  • สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง สำหรับกลุ่มลูกค้าที่วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท กู้ได้ไม่เกิน 20% ของหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ดอกเบี้ย 2% ต่อปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

 

วิธีขอรับความช่วยเหลือจากมาตรการเยียวยาของธนาคารกรุงไทย

  • เว็บไซต์ธนาคารกรุงไทย: www.krungthai.com/covid19
  • โทร: 02-111-1111 (โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

สามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์กับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs
  • สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย จากข้อมูลวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ทางธนาคารไทยพาณิชย์มีมาตรการให้ลูกค้าที่มียอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาทพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 6 เดือน และสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 6 เดือนแรก
  • พักชำระเงินและดอกเบี้ย นาน 6 เดือนโดยอัตโนมัติให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท
  • สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง สำหรับกลุ่มลูกค้าที่วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท กู้ได้ไม่เกิน 20% ของหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ดอกเบี้ย 2% ต่อปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก ข้อมูลนี้อัพเดตเมื่อ 8 เมษายนที่ผ่านมา

วิธีขอรับความช่วยเหลือและแจ้งความประสงค์กับธนาคารไทยพาณิชย์

  • เว็บไซต์: scbsme.scb.co.th/
  • แจ้งผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์
  • SCB Business Call Center: 02-722-2222
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ

สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน – 30 กันยายน 2563

นอกจากนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีโครงการพักชำระเงินต้นและขยายเวลาเงินกู้สูงสุด 12 เดือน สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2563 ด้วย

หากคุณเป็นลูกค้าของธนาคารอื่น ๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งความประสงค์ได้ที่ :

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลและมาตรการช่วยเหลือเยียวยาจากแหล่งต่าง ๆ นี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ SMEs ทุกท่าน ซึ่งเมื่อมีมาตรการรองรับจากทั้งฝั่งรัฐบาล เอกชน และสถาบันการเงินต่าง ๆ เช่นนี้แล้ว เราเชื่อว่าผู้ประกอบการ SMEs ในไทยของเราจะมีเงินทุนหมุนเวียนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจได้ง่ายขึ้น ตลอดถึงสามารถปรับตัว พร้อมวางแผนตั้งรับในเรื่องของการบริหารกิจการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเราก็เชื่อว่าผู้ประกอบการ SMEs ในไทยทุกคนจะก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากผลกระทบ COVID-19 ไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ทางสโตร์ฮับของเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ

บริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วยสโตร์ฮับ

StoreHub Point of Sales

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับสามารถช่วยคุณจัดการธุรกิจได้อย่างไร

Phaksornkan Thongkam

Phaksornkan is a Thai Digital Content Writer who loves to exchange knowledge through different platforms.