Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19

มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs

ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

หลังจากมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในไทยก็ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เซไปตาม ๆ กัน ซึ่งเราต่างก็รู้ดีว่าธุรกิจ SMEs นี้เปรียบเสมือนฟันเฟืองของเศรษฐกิจ หาก SMEs ล้ม ระบบเศรษฐกิจของไทยเราก็จะดำเนินไปข้างหน้าไม่ได้เช่นกัน

หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ธนาคาร รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ จึงออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ช่วยลดดอกเบี้ย ปล่อยสินเชื่อ และมีมาตรการรองรับอีกมากมายเพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs มีเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจกันต่อไป
หัวข้อสำคัญ

  1. กระทรวงการคลัง: มาตรการดูแลและเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19 ระยะที่ 1-3
  2. สภาอุตสาหกรรม: นโยบาย Local Economy กับ 5 มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วงวิกฤต COVID-19
  3. ธนาคารแห่งประเทศไทย: 4 มาตรการช่วยเหลือ SMEs พร้อมเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ช่วง COVID-19
  4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย: มาตรการและโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs
  5. ธนาคารและสถาบันทางการเงิน: มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19

1. กระทรวงการคลัง: มาตรการดูแลและเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19 ระยะที่ 1-3

หลังจากที่เศรษฐกิจไทยของเราเจอพิษ COVID-19 ไป หลายหน่วยงานก็ไม่นิ่งนอนใจและเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งทางฝั่งของกระทรวงการคลังเองก็มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ 3 ระยะด้วยกัน เป็นการเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระ และมุ่งเน้นช่วยเหลือทั้งทางตรงและทางอ้อม

มาตรการเยียวยาระยะที่ 1 ออกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563

กระทรวงการคลัง มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ระยะที่ 1ภาพจากกระทรวงการคลัง
แบ่งมาตรการเป็น 2 ด้านด้วยกันคือ เพิ่มสภาพคล่อง และ ลดภาระ

เพิ่มสภาพคล่อง:

  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 150,000 ลบ. – อัตราดอกเบี้ย 2% 2 ปี สินเชื่อไม่เกิน 20 ลบ. ต่อราย
  • พักต้นเงิน ลดดอกเบี้ย และขยายเวลาชำระหนี้แก้ลูกหนี้ฯ ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายหลักเกณฑ์การปรับโครงสร้างหนี้
  • สินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงานของประกันสังคม วงเงินสินเชื่อรวม 30,000 ลบ. ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3% ต่อปี ระยะเวลา 3 ปี
  • คืนสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ ลดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายจาก 3% เหลือ 1.5% (เม.ย. – ก.ย.63)
  • เร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการส่งออก กรณียื่นแบบทางอินเตอร์เน็ต ได้รับคืนภายใน 15 วัน ส่วนกรณียื่นแบบปกติ ได้รับคืนภายใน 45 วัน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ปี 2563 กรมบัญชีกลางได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงมีการปรับลดขั้นตอนและระยะเวลาดำเนินการ

ลดภาระ:

  • หักเพิ่มภาษีดอกเบี้ย จ่ายจาก 1 เท่าเป็น 1.5 เท่า (Soft Loan 150,000 ลบ.)
  • บรรเทาภาระการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และคืนค่าประกันการใช้ไฟ
  • ลดเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของนายจ้างและลูกจ้าง ม.33 จาก 5% เหลือ 4% ม.39 จาก 9% เหลือ 7%
  • ไม่ปลดแรงงาน หักรายจ่ายค่าจ้างงานได้ 3 เท่า
  • บรรเทาค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ค่าตอบแทนการให้บริการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เลื่อนการจ่ายค่าเช่าที่ราชพัสดุสำหรับผู้เช่าประเภทผู้ประกอบการในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

มาตรการเยียวยาระยะที่ 2 ออกเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2563

กระทรวงการคลัง มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ระยะที่ 2ภาพจากกระทรวงการคลัง
ยังคงมาตรการเป็น 2 ด้านคือ เพิ่มสภาพคล่อง และ ลดภาระ

เพิ่มสภาพคล่อง:

ลดภาระ:

  • ยืดการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ภ.ง.ด. 50 จากเดิม พ.ค. 63 ออกไปเป็นภายใน 31 ส.ค. 63 และ ภ.ง.ด. 51 จากเดิม 31 ส.ค. 63 ออกไปเป็นภายใน 30 ก.ย. 63
  • ยืดการเสียภาษีสรรพากร เช่น VAT ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอื่น ๆ ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เลื่อนกำหนดเวลายื่นแบบและชำระภาษีทุกประเภท 1 เดือน
  • ยืดการเสียภาษีสรรพสามิตให้กิจการสถานบริการ เลื่อนการยื่นแบบและชำระภาษีสถานบริการออกไป 3 เดือน ตั้งแต่ 1 มี.ค. – 31 พ.ค. 63 ให้เสียภาษี 15 ก.ค. 63
  • ยืดการเสียภาษีสรรพสามิตให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน เลื่อนการยื่นแบบและชำระภาษีภายใน 10 วัน เป็นภายในวันที่ 13 ของเดือนถัดไป เป็นระยะเวลา 3 เดือน
  • ยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและรักษา COVID-19 ยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าที่ใช้รักษาและป้องกันโรคโควิด-19 เป็นเวลา 6 เดือนถึงช่วงกันยายน 2563
  • ยกเว้นภาษีและลดค่าธรรมเนียมจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (Non-Bank) ให้เจ้าหนี้ไม่ใช่สถาบันการเงิน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลเช่าซื้อ Leasing ตั้งแต่ 1 ม.ค. 63 – 31 ธ.ค. 64

มาตรการเยียวยาระยะที่ 3 ออกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563

กระทรวงการคลัง มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ระยะที่ 3ภาพจากกระทรวงการคลัง
ในส่วนของระยะที่ กระทรวงการคลังได้จัดหาแหล่งเงินเพื่อนำมาแก้ไขวิกฤตการณ์ COVID-19 และมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ คือ

  • พ.ร.ก. ให้อำนาจธนาคารแห่งประเทศไทย ออก Soft Loan เพื่อดูแลภาคธุรกิจ​โดยเฉพาะ SMEs 500,000 ลบ. สินเชื่อใหม่ 500,000 ลบ. อัตราดอกเบี้ย 2% สำหรับ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ลบ. วงเงิน 500,000 ลบ. ธพ. และ SFIs พักชำระหนี้ (ทั้งเงินต้นและดอกแบี้ย) 6 เดือน ให้ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ลบ.

ทั้งนี้ยังมี พ.ร.ก. กู้เงินเยียวยาและดูแลเศรษฐกิจ พร้อมกับ พ.ร.ก. ดูแลเสถียรภาพภาคการเงิน 400,000 ลบ. ด้วย

2. สภาอุตสาหกรรม: นโยบาย Local Economy กับ 5 มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วงวิกฤต COVID-19

หลังจากที่มีการหารือมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs จากผลกระทบ COVID-19 ระหว่างภาครัฐและเอกชน ก็ได้มีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs เร่งด่วน ดังนี้ :-

2.1) มาตรการด้านภาษี

  • ให้กรมสรรพากรยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแก่ SME 3 ปี ทุกธุรกิจ (ปีภาษี 63-65) โดยจะต้องเข้าระบบ E-Filling
  • ให้กรมสรรพากรเร่งรัดการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ส่วนที่ชำระเกินภายใน 30 วัน
  • ขยายเพดานค่าลดหย่อนภาษีการกุศลของนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ในปี 2563 โดยไม่จำกัดเพดาน
  • ปรับอัตราภาษี หัก ณ ที่จ่าย ทุกประเภทเป็นอัตราเดียว คือ 1% เฉพาะปี 63

2.2) มาตรการด้านการเงิน

  • สินเชื่อที่รัฐให้เพิ่มสภาพคล่อง ขอให้ บสย. ค้ำประกันวงเงินกู้เพิ่มเป็น 80%
  • สถาบันการเงินปรับลดระยะเวลาพิจารณาประวัติการผิดนัดชำระหนี้ในเครดิตบูโร จาก 3 ปี เหลือ 1 ปี
  • ขอให้ภาครัฐร่วมลงทุนกับเอกชนในการจัดตั้ง Private Equity Trust ภายใต้กำกับของ กลต. โดยเข้าไปถือหุ้นในธุรกิจโรงแรมที่มีปัญหาเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้

2.3) มาตรการด้านสาธารณูปโภค/ที่ดิน

  • ลดค่าจดจำนองและค่าโอนที่ดินเหลือ 0.01% เฉพาะปี 63
  • ขอให้ยกเลิกการคิดไฟฟ้าตามเกณฑ์การใช้กระแสไฟฟ้าขั้นต่ำ (Demand Charge) จนถึงสิ้นปี 2563 โดยคิดเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ใช้ตามจริง
  • ขอให้พิจารณาคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้กับธุรกิจ SMEs ที่ใช้มิเตอร์ขนาดไม่เกิน 50 แอมป์ด้วย เพื่อจะได้นำมาเป็นเงินหมุนเวียนในธุรกิจช่วงวิกฤติ
  • ชะลอการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไป 1 ปี

2.4) มาตรการด้านประกันสังคม/กองทุน/แรงงาน

  • ลดเงินสมทบประกันสังคมนายจ้างจาก 4% เหลือ 1% ระยะเวลา 180 วัน
  • ผ่อนผันการต่อใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ (Work Permit) รวมถึงแรงงานต่างด้าว ไป 6 เดือน
  • ช่วยเหลือแรงงานที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท โดยขอให้รัฐจ่าย 50% บริษัทจ่าย 25% สำหรับบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและยังมีการผลิตอยู่บางส่วน

2.5) มาตรการด้านอื่น

  • ให้รัฐประชาสัมพันธ์และสนับสนุนการจัดซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในประเทศ (Made-in-Thailand) และให้เพิ่มแต้มต่อสำหรับธุรกิจ SMEs
  • เลื่อนการบังคับใช้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(PDPA)
  • ขอขยายสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐออกไป 4 เดือน
  • ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐใช้ระบบ Online ในการออกใบอนุญาตและรับชำระค่าธรรมเนียม รวมทั้งบริการอื่นๆ
  • กกร. ได้จัดตั้ง E-Commerce Platform เพื่อช่วยอุตสาหกรรมไทย โดยขอให้ภาครัฐสนับสนุนการจัดตั้งและดำเนินการ
  • จัดตั้งกองทุนนวัตกรรม (Innovation Fund) เพื่อสนับสนุนด้านนวัตกรรมให้แก่ SMEs โดยภาคเอกชนที่ร่วมบริจาคสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 3 เท่า

ทั้งนี้ ส.อ.ท. หรือสภาอุตสาหกรรมประเทศไทยยังส่งเสริมเรื่องการผลักดัน Local Economy ที่เน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจในท้องถิ่น เพื่อผลิตและจำหน่ายในประเทศเพื่อชดเชยการส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัวด้วย และไทยก็จะเป็นประเทศแรก ๆ ที่มีนโยบายแนวนี้ ในส่วนของภาครัฐก็จะเข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การขนส่ง (Logistics) ไปจนถึงขั้นตอนการแจกจ่ายสินค้าโดยใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เป็นการสร้าง New Normal ให้กับประเทศไทยของเรา

***ขอขอบคุณข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

3. ธนาคารแห่งประเทศไทย: 4 มาตรการช่วยเหลือ SMEs พร้อมเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ช่วง COVID-19

Bank of Thailand ธนาคารแห่งประเทศไทยกับมาตรการช่วยเหลือธุรกิจ SMEsภาพจาก RYT9
ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและเร่งหามาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการ SMEs ในไทยจนมีมาตรการเพิ่มเติมออกมา 4 ข้อ ซึ่งได้แก่

 

3.1) มาตรการเลื่อนชำระหนี้: เลื่อนกำหนดชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยให้แก่ธุรกิจ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาทเป็นเวลา 6 เดือนเป็นการทั่วไป

 
มาตรการนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจ SMEs มีสภาพคล่องตัวยิ่งขั้น โดยธุรกิจ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์รวมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (ธนาคาร) ไม่เกิน 100 ล้านบาท สามารถเลื่อนกำหนดชำระหนี้ทั้งเงินต้นและเงินดอกโดยไม่ถือเป็นการผิดนัด และไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต

3.2) มาตรการสนับสนุนสินเชื่อ: สนับสนุนสินเชื่อใหม่ (Soft Loan) เพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับธุรกิจ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

 
รัฐบาลเป็นฝ่ายรับภาระดอกเบี้ย 6 เดือนแรกและชดเชยความเสียหายบางส่วน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs ผ่านสถาบันการเงิน แต่อย่างไรก็ตาม นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า มาตรการนี้ไม่รวมบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวงเงินที่ผู้ประกอบการ SMEs แต่ละรายสามารถกู้ได้นั้นอยู่ที่ 20% ของยอดหนี้คงค้างของลูกหนี้ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2562 หากผู้ประกอบการ SMEs ท่านไหนสนใจ สามารถขอสินเชื่อได้ที่ธนาคารที่เป็นลูกค้าและมีวงเงินสินเชื่ออยู่

3.3) มาตรการจัดตั้งกองทุน: จัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องเพื่อดูแลเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน

เนื่องจากการชะงักของเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดตราสารหนี้เอกชนในไทยมียอดคงค้างราว 3.6 ล้านล้านบาท หรือกว่า 20% ของ GDP ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงออกมาตรการเพื่อดูแลเสถียรภาพตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนให้ทำงานได้ตามปกติ โดยจัดตั้งกองทุนเสริมสภาพคล่องตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Bond Stabilization Fund: BSF) เพื่อเป็นแหล่งเงินสำรองชั่วคราว (Bridge Financing) ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการออมของประชาชนในวงกว้างและป้องกันไม่ให้เป็นปัญหาลุกลามกระทบเสถียรภาพของระบบการเงินโดยรวม

3.4) มาตรการลดการนำส่ง FIDF Fee: ลดการนำส่ง FIDF Fee ที่เรียกเก็บจากสถาบันการเงินจาก 0.46% ของฐานเงินฝากเป็น 0.23%

สำหรับมาตรการลดอัตรานำส่งเงินสมทบ FIDF Fee หรือกองทุนฟื้นฟูฯ (Financial Institutions Development Fund: FIDF) นี้มีเป้าหมายให้สถาบันการเงินปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากเดิมอัตรา 0.46% เหลือ 0.23% ของฐานเงินฝาก เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อให้สถาบันการเงินไปปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมให้กับประชาชนและภาคธุรกิจได้ทันที

4. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย: มาตรการและโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs

ในส่วนของ ธพว. หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยเองก็ไม่รอช้าที่จะออกมาตรการสู้โควิด-19 “ลด-พัก-ขยาย-ผ่อน-เพิ่ม” สำหรับลูกค้า เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในครั้งนี้เช่นกัน ซึ่งลูกค้าของ ธพว. สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ :-

  • ไปที่หน้าเว็บ
  • เมื่อเจอหน้าต่างป๊อปอัพขึ้นมา คลิกเลือก มาตรการสู้โควิด-19 “ลด-พัก-ขยาย-ผ่อน-เพิ่ม”
  • กรอกข้อมูลเพื่อตรวจสอบ หากเป็นบุคคลธรรมดาใช้เลขที่บัตรประชาชน แต่ถ้าเป็นนิติบุคคลให้กรอกเลขทะเบียนการค้า/เลขทะเบียนนิติบุคคล

เมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีหน้าต่างรายละเอียดปรากฏขึ้นมาให้ดำเนินการขั้นตอนต่อไป

5. ธนาคารและสถาบันทางการเงิน: มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19

เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ธนาคารและสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ก็ตอบรับนโยบายจากธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง พร้อมกับมีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ SMEs ช่วง COVID-19 ออกมาซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีข้อแตกต่างกันในเรื่องของรายละเอียดเล็กน้อย แต่จุดประสงค์หลักก็คือ ช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs และลดภาระค่าใช้จ่าย เพื่อให้ธุรกิจมีสภาพคล่องและดำเนินธุรกิจให้ฝ่าวิกฤต COVID-19 ไปได้ เช่น

ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทยกับมาตรการเยียวชาผู้ประกอบการ SMEsภาพจากธนาคารกสิกรไทย

  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 6 เดือนโดยอัตโนมัติ สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท 
  • ในส่วนของสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง สามารถกู้ได้สูงสุด 20% ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี นาน 2 ปี พร้อมฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรกตามนโนบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ลูกค้าสามารถยื่นกู้ภายใต้โครงการนี้จนถึง 22 ตุลาคม 2563 หรือวงเงินโครงการหมด

 

วิธีขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการเยียวยา COVID-19 สำหรับลูกค้าธนาคารกสิกรไทย

สามารถติดต่อได้ตั้งแต่จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563

ธนาคารกรุงไทย

ธนาคารกรุงไทยกับมาตรการช่วยเหลือลูกค้าช่วง COVID-19ภาพจากธนาคารกรุงไทย

  • พักชำระหนี้เงินต้น นานสุด 12 เดือน สำหรับวงเงินสินเชื่อระยะยาว (Term Loan)
  • พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนโดยอัตโนมัติ สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 100 ล้านบาท
  • ขยายเวลาชำระหนี้ในส่วนของตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) รวมถึงสินเชื่อเพื่อการค้าต่างประเทศ (Trade Finance) เป็นเวลาสูงสุดถึง 6 เดือน
  • ปล่อยสินเชื่อกรุงไทย ต้านภัยโควิด-19 มีการอัพเดตของทางธนาคารกรุงไทยในเรื่องของสินเชื่อเพื่อต่อสู้ COVID-19 วงเงินกู้สูงสุด 20 ล้านบาท  ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2% ต่อปี คงที่ 2 ปีแรก ฟรีค่าธรรมเนียม บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกัน 4 ปี
  • สินเชื่อธุรกิจ วงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้าน สามารถพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุด 3 เดือน
  • สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง สำหรับกลุ่มลูกค้าที่วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท กู้ได้ไม่เกิน 20% ของหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ดอกเบี้ย 2% ต่อปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก

 

วิธีขอรับความช่วยเหลือจากมาตรการเยียวยาของธนาคารกรุงไทย

  • เว็บไซต์ธนาคารกรุงไทย: www.krungthai.com/covid19
  • โทร: 02-111-1111 (โทรได้ตลอด 24 ชั่วโมง)
  • ธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ

สามารถแจ้งความประสงค์ขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2563

ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์กับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEsภาพจากธนาคารไทยพาณิชย์

  • สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย จากข้อมูลวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ทางธนาคารไทยพาณิชย์มีมาตรการให้ลูกค้าที่มียอดขายไม่เกิน 75 ล้านบาทพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 6 เดือน และสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ดอกเบี้ย 2% นาน 2 ปี ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย 6 เดือนแรก
  • พักชำระเงินและดอกเบี้ย นาน 6 เดือนโดยอัตโนมัติให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท
  • สินเชื่อเสริมสภาพคล่อง สำหรับกลุ่มลูกค้าที่วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 500 ล้านบาท กู้ได้ไม่เกิน 20% ของหนี้คงค้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ดอกเบี้ย 2% ต่อปี ฟรีดอกเบี้ย 6 เดือนแรก ข้อมูลนี้อัพเดตเมื่อ 8 เมษายนที่ผ่านมา

วิธีขอรับความช่วยเหลือและแจ้งความประสงค์กับธนาคารไทยพาณิชย์

  • เว็บไซต์: scbsme.scb.co.th/
  • แจ้งผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์
  • SCB Business Call Center: 02-722-2222
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ

สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน – 30 กันยายน 2563

นอกจากนี้ธนาคารไทยพาณิชย์ยังมีโครงการพักชำระเงินต้นและขยายเวลาเงินกู้สูงสุด 12 เดือน สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2563 ด้วย
หากคุณเป็นลูกค้าของธนาคารอื่น ๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งความประสงค์ได้ที่ :

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลและมาตรการช่วยเหลือเยียวยาจากแหล่งต่าง ๆ นี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการ SMEs ทุกท่าน ซึ่งเมื่อมีมาตรการรองรับจากทั้งฝั่งรัฐบาล เอกชน และสถาบันการเงินต่าง ๆ เช่นนี้แล้ว เราเชื่อว่าผู้ประกอบการ SMEs ในไทยของเราจะมีเงินทุนหมุนเวียนและเพิ่มสภาพคล่องให้กับธุรกิจได้ง่ายขึ้น ตลอดถึงสามารถปรับตัว พร้อมวางแผนตั้งรับในเรื่องของการบริหารกิจการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และเราก็เชื่อว่าผู้ประกอบการ SMEs ในไทยทุกคนจะก้าวผ่านวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากผลกระทบ COVID-19 ไปด้วยกันอย่างแข็งแกร่ง ทางสโตร์ฮับของเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
CTA - ระบบ POS สโตร์ฮับ โปรแกรมจัดการร้านค้าปลีกและร้านอาหาร

Share this Post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Hey there! Please enter your store name.

.storehubhq.com