Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

เพิ่มยอดขายด้วย 9 แผนผังร้านค้า

เพิ่มยอดขายกับ 9 แผนผังร้านที่เรียกทั้งลูกค้าและเงินเข้าร้าน!

Store Layout หรือ แผนผังร้าน คือส่วนสำคัญของ Customer Flow ที่เป็นพฤติกรรมและรูปแบบในการเดินชมสินค้าในร้านของลูกค้า ยิ่งที่ร้านมีแผนผังร้านและกลยุทธ์จัดสินค้าดีเท่าไหร่ โอกาสที่สินค้าจะเตะตาลูกค้าและเพิ่มยอดขายก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น 

เพราะฉะนั้นร้านที่เข้าใจ Customer Flow และดีไซน์แผนผังร้านได้ตอบโจทย์ลูกค้า ก็จะมีโอกาสขายสินค้าได้มากกว่าร้านอื่น ๆ วันนี้เราจึงมี 9 แผนผังร้านสำหรับร้านค้าปลีกประเภทต่าง ๆ มาแนะนำดังนี้:-

1. แผนผังร้านแบบ Forced-Path

แผนผังร้านแบบ Forced-path

Forced-Path Store Layout หรือ แผนผังที่ชี้นำการเดินชมสินค้าในร้าน เป็นแผนผังร้านที่ไกด์ลูกค้าให้เดินชมสินค้าตามที่ทางร้านต้องการ และ IKEA ร้านขายเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านชื่อดัง ก็ตกแต่งหน้าร้านแนวนี้ ไกด์ลูกค้าตั้งแต่ทางเข้า เริ่มจากห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องนอน ห้องทานอาหาร มีการจัดแต่ส่วนแบบโชว์รูมเพื่อให้ลูกค้าเดินช้อปได้อย่างเพลินตาและเห็นภาพการใช้งานสินค้าอย่างชัดเจน 

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่าการจัดร้านประเภทนี้ช่วยให้ลูกค้าเดินช้อปได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงทำให้ทางร้านเพิ่มยอดขายได้สูงขึ้นไปในตัว

ข้อดีของการจัดแผนผังร้านแนวนี้คือ . . .

  • ทางร้านสามารถใช้พื้นที่ทางเดินและพื้นที่ในร้านได้เป็นประโยชน์มากที่สุด
  • ลูกค้าสามารถเดินในร้านได้เพลิน ๆ และเห็นสินค้าได้มากขึ้น ซึ่งบางทีก็อาจจะซื้อไอเท็มที่ไม่ได้วางแผนมาก่อนล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม การแผนผังร้านแบบ Forced-Path Store Layout ก็ยังมีข้อเสียสำหรับลูกค้าที่วางแผนมาก่อนล่วงหน้าแล้ว เพราะลูกค้าอาจหาของที่ต้องการไม่เจอหรือไม่ได้ทันที หรือลูกค้าบางคนก็อาจจะหงุดหงิดและเร่งรีบเกินไป เพราะตามแผนผังของร้านแล้ว ทุกคนต้องเดินช้อปไปในทางเดียวกัน ซึ่งบางทีก็อาจจะคนแน่นเกินไป

2. แผนผังร้านแบบ Straight

แผนผังร้านแบบ Straight (Straight Sotre Layout)

Straight Store Layout เป็นแผนผังร้านที่มีประสิทธิภาพ วางแปลนง่าย และมีพื้นที่ในการเดินสำหรับลูกค้า มากไปกว่านั้นยังช่วยดึงความสนใจของลูกค้าไปยังสินค้าที่ทางร้านต้องการเน้นได้อย่างตรงจุดแผนผังร้านเช่นนี้จะจัดวางสินค้าเป็นแนวตรงและมีป้ายกำกับเพื่อให้ลูกค้าเดินหาสินค้าได้ง่ายและสนุกกับการช้อปปิ้ง

ตัวอย่างของร้านที่จัดหน้าร้านแบบ Straight Store Layout ก็จะเป็นร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้านสะดวกซื้อ และแผงในตลาด

อย่างไรก็ตาม การจัดร้านแบบ​นี้ก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง คือทางร้านไม่สามารถดึงความสนใจของลูกค้าไปยังสินค้าที่ต้องการเน้นได้เต็มที่ เพราะลูกค้าสามารถเดินเลือกชมสินค้าได้ตามใจชอบ ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าจะเข้าร้านทางไหนและต้องการดูสินค้าอันไหนก่อน

3. แผนผังร้านแบบ Geometric

แผนผังร้านแบบ Geometric (Geoometric Store Layout)

Geometric Store Layout คือแผนผังร้านในรูปแบบเรขาคณิต เป็นที่นิยมกันมาสำหรับร้านค้าปลีกและร้านค้าทั่วไป ยิ่งเป็นร้านที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นชาวมิลเลเนียลและ Gen Z ขอบอกเลยว่าการจัดร้านแนวนี้โดนมาก ๆ เพราะสไตล์การจัดร้านจะให้ความรู้สึกแนวอาร์ติสต์ ดูมีศิลปะหน่อย ๆ ยิ่งจัดสินค้าในร้านและการตกแต่งให้เข้ากันแล้ว ร้านจะยิ่งดูโมเดิร์นและทันสมัยมากขึ้นไปอีก เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับร้านที่มีมุมผนัง จัดสินค้าเป็นแนว และมีเพดานรูปทรงแตกต่างกันผสมผสานกัน

แผนผังร้านแบบ Geometric Store Layout เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ซึ่งร้านส่วนมากมักจะจัดสินค้าให้ดูมีลูกเล่น พร้อมกับเปิดเพลงคลอและมีกลิ่นหอมเพื่อให้ลูกค้าได้ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่น่าประทับใจที่สุด และเมื่อลูกค้าชอบบรรยากาศของร้านพร้อมการตกแต่งแล้ว โอกาสที่จะเพิ่มยอดขายก็ไม่ยากอีกต่อไป

4. แผนผังร้านแบบ Grid

แผนผังร้านแบบ Grid (Grid Store Layout)

เรามักจะคุ้นเคยกับแผนผังร้านแบบกริด/ตารางหรือ Grid Store Layout กันเป็นอย่างดี โดยร้านขายยา ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์ปรับแต่งบ้าน อย่าง Ace Hardware ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 เทสโก้โลตัว หรือว่าบิ๊กซีก็มักจะจัดร้านตามแผนผังนี้ แล้วข้อดีของแปลงร้านแบบกริดนี้ก็คือ 

  • ลูกค้าสามารถเดินชมสินค้าได้อย่างรวดเร็วและหาของที่ต้องการง่าย
  • ลูกค้าได้ประสบการณ์การซื้อสินค้าที่สะดวกสบายด้วยรูปแบบการจัดสินค้าและแผนผังร้าน
  • ช่วยติดตามหรือเช็คสต๊อกสินค้าง่ายสำหรับพนักงานหรือเจ้าของร้านเอง ซึ่งตรงนี้เป็นเทคนิคสำคัญในการเพิ่มยอดขายผ่านแผนผังและการจัดร้าน

แต่ในข้อดีก็ยังมีข้อเสีย เพราะแม้แผนผังร้านแบบ Grid จะดูเรียบง่ายและช่วยให้ลูกค้าแฮปปี้กับการช้อปปิ้ง แต่ก็อาจจะไม่สวยงามเท่าไหร่ ดังนั้นทางร้านจึงจำเป็นต้องมีป้ายกำกับสินค้าเพื่อไกด์ลูกค้าและช่วยให้ร้านดูมีลูกเล่นมากยิ่งขึ้น

5. แผนผังร้านแบบ Diagonal

แผนผังร้านแบบ Diagonal (Diagonal Sotre Layout)

แผนผังร้านแบบ Diagonal หรือ Diagonal Store Layout เป็นการจัดชั้นวางสินค้าในร้านเป็นแนวทแยง ข้อดีของการจัดร้านแบบนี้ก็คือ 

  • ช่วยเพิ่มการมองเห็นของลูกค้า
  • ช่วยให้ลูกค้าได้เห็นสินค้าใหม่ ๆ ไปพร้อม ๆ กับเดินหาสินค้าที่ต้องการ
  • ช่วยไกด์ลูกค้าไปยังจุดแคชเชียร์ที่ตั้งอยู่ยบริเวณทางเข้าร้าน
  • ช่วยลดจุดบอดในร้าน ป้องกันการขโมยสินค้าสำหรับร้านขนาดเล็ก 
  • เหมาะสำหรับร้านที่ให้ลูกค้าเดินชมสินค้าได้อย่างอิสระ

ทั้งนี้ข้อเสียของการจัดร้านแบบแนวทแยงก็คือ ลูกค้าไม่สามารถเดินลัดเลาะไปหยิบสินค้าที่ต้องการได้ทันที หรือบางที่ก็อาจจะลดพื้นที่ทางเดินในการช้อป ซึ่งก็อาจจะทำให้ลูกค้าไม่สะดวกในตรงนี้

6. แผนผังร้านแบบ Loop

แผนผังร้านแบบ Loop (Loop Store Layout)

Loop Store Layout หรือแผนผังร้านแบบ Loop เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า Racetrack Store Layout เป็นการจัดทางเดินร้านแบบลู่แข่ง ให้ลูกค้าเดินช้อปจากทางเข้า เดินวนไปเรื่อย ๆ ไปจนถึงจุดจ่ายเงิน ถือเป็นอีกหนึ่งผังร้านค้าที่ได้รับความนิยม เราจะเห็นกันตามร้านค้าปลีก ร้านขายของชำ หรือว่าแผนกตามห้างที่ขายสินค้าเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ เช่น มีโซนของแต่งบ้าน, สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน, เครื่องเขียน, เสื้อผ้า, สกินแคร์และเครื่องสำอาง, อุปกรณ์กีฬา และของแต่งรถ เป็นต้น

ข้อดีก็คือ ลูกค้าสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าตามแผนกต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง มีการเว้นช่องว่างเป็นทางเดินระหว่างแผนก เพื่อให้ลูกค้าเดินช้อปสะดวกยิ่งขึ้น อีกอย่างไม่ว่าลูกค้าจะเดินซื้อสินค้าอยู่แผนกไหน ก็จะมองเห็นสินค้าในแผนกอื่นรอบ ๆ ได้ ทำให้ลูกค้าซื้อสินค้าแบบไม่ได้ตั้งใจ เป็นการเพิ่มยอดขายร้านอย่างมีเทคนิค

7. แผนผังร้านแบบ Angular

แผนผังร้านแบบ Angular (Angular Store Layout)

แผนผังร้านแบบ Angular หรือ Angular Store Layout เป็นการจัดร้านโดยเล่นกับมุม ผนังที่โค้งงอของร้าน หรือการจัดสินค้าตามแนววงกลม ถ้าสังเกตดี ๆ ร้านค้าที่ขายสินค้าแบรนด์เนมหรือสินค้าหรู ๆ มักจะใช้แผนผังร้านหรือจัดร้านแนวนี้ 

ทั้งนี้ยังมีการศึกษาพบว่าลูกค้ามักจะสังเกตเห็นสินค้าที่จัดตามแบบ Angular ได้ง่าย ทั้งยังมีความเชื่อว่าสินค้าไฮเอนด์จะดูโดดเด่นและน่าซื้อมากยิ่งขึ้นด้วยการจัดร้านแบบ Angular Store Layout 

อย่างไรก็ตาม แม้แผนผังร้านแบบนี้จะดูมีเอกลักษณ์และช่วยให้สินค้าดูโดดเด่นในสายตาลูกค้า แต่ก็อาจจะใช้พื้นที่ร้านได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากชั้นวางสินค้าอาจจะมีพื้นที่จำกัดสำหรับสต๊อก ซึ่งทางร้านก็จะต้องเก็บสต๊อกสินค้าไว้ส่วนอื่นและจัดแสดงแค่ตัวสินค้าโชว์เท่านั้น และเมื่อลูกค้าต้องการซื้อสินค้าดังกล่าว ทางร้านก็ค่อยไปเอาสินค้าออกมาให้ลูกค้าอีกที

8. แผนผังร้านแบบผสม

แผนผังร้านแบบผสม (Mixed Store Layout)

แผนผังร้านแบบผสม หรือ Mixed Store Layout เป็นการเลือกใช้ผังร้านแบบต่าง ๆ และจัดเข้าด้วยกัน เรามักจะเห็นการจัดร้านแบบนี้ตามห้างสรรพสินค้าที่รวมผังร้านแบบต่าง ๆ มาจัดสินค้าในแต่ละแผนกเพื่อให้ลูกค้าช้อปสนุก ไม่เบื่อง่าย สามารถเลือกช้อปสินค้าไหนก็ได้ตามใจชอบ เช่น ในแผนกสะดวกซื้อ/ขายของชำ ที่มีแผงขายไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชีส โยเกิร์ต ไอศกรีม และสินค้าที่หลากหลายให้เลือกซื้อ

อีกอย่างร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ก็มักจะเลือกใช้แผนผังร้านแบบผสมทั้ง Straight, Angular, Diagonal และแบบอื่น ๆ นี้ เพื่อให้ลูกค้าเดินชมสินค้าและเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ ทำให้ร้านเพิ่มยอดขายได้ตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม การจัดร้านแบบนี้ก็มีข้อเสียอยู่เหมือนกัน เพราะค่อนข้างดูแลรักษายาก

9. แผนผังร้านแบบ Free Flow

แผนผังร้านแบบ Free Flow (Free Flow Store Layout)

แผนผังร้านแบบ Free Flow หรือ Free Flow Store Layout เป็นแผนผังร้านแบบอิสระและมีผลต่อพฤติกรรมของลูกค้า (Customer Behavior) หลายร้านค้าปลีกสมัยใหม่อย่างร้านขายเสื้อผ้าหรือร้านขายสินค้าเฉพาะด้านนิยมใช้ผังร้านนี้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกชมและช้อปสินค้าอย่างผ่อนคลายได้ตามต้องการ ทำให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อเสียของการจัดร้านแบบ Free Flow อยู่เหมือนกัน คือใช้งบค่อนข้างสูง เพราะต้องใช้ชั้นวางเฉพาะจุดที่หลากหลาย เพื่อให้ร้านมีความสวยงามกว่าและทำให้ร้านสามารถกำหนดราคาได้สูงขึ้นมาอีก

สรุป

นี่คือแผนผังร้านทั้ง 9 แบบที่ร้านค้าสามารถนำไปปรับใช้เพื่อปรับปรุง Customer Flow และเพิ่มยอดขายให้กับร้าน ซึ่งหากจะสรุปง่าย ๆ ก็คือ การจัดแผนผังร้านที่ดีจะต้องเหมาะกับประเภทของธุรกิจ อำนวยความสะดวกสบายในการเลือกซื้อสินค้าให้กับลูกค้า ใช้พื้นที่ร้านได้อย่างเต็มที่และเกิดประโยชน์สูงสุด ไร้จุดบอดหรือมุมอับ มีการจัดแสดงสินค้าที่ดึงดูดและโน้มน้าวให้ลูกค้าใช้เวลาในร้านนานที่สุด แล้วก็ต้องเพิ่มยอดขายตลอดถึงสร้างกำไรให้กับร้านด้วย

CTA - ระบบ POS สโตร์ฮับ โปรแกรมจัดการร้านค้าปลีกและร้านอาหาร

Share this Post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Hey there! Please enter your store name.

.storehubhq.com