Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

5 วิธีเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์

เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่งกับ 5 วิธีเริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์ให้ปัง

ธุรกิจขายของออนไลน์ดูเหมือนจะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและพ่อค้าแม่ค้ายุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เลยทำให้ผู้ประกอบการรายน้อยใหญ่หันมาเปิดร้านค้าออนไลน์กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

อย่างไรก็ตาม แม้ร้านขายของออนไลน์ดูเหมือนจะทำง่ายและไม่ต้องลงทุนอะไรเยอะ แต่ถ้าคุณเริ่มต้นผิดก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้เช่นกัน ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังคิดจะเปิดร้านค้าออนไลน์ เราขอให้หยุดและอ่านบทความนี้เสียก่อน เพื่อจะได้เริ่มต้นอย่างถูกต้องและประสบความสำเร็จในอนาคตกับ 5 วิธีเริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์ดังต่อไปนี้ :-

1. เลือกสินค้าขายออนไลน์อย่างชาญฉลาด

การเลือกสินค้ามาขายออนไลน์

ภาพจาก Unsplash

สิ่งที่ยากที่สุดในการเริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์ก็คือ การเลือกสินค้าที่จะขาย เพราะเป็นขั้นตอนการตัดสินใจที่สำคัญและจะส่งผลต่อร้านขายของออนไลน์ของคุณในระยะยาว ทั้งความต้องการของลูกค้า ราคา กำไร การแข่งขันในท้องตลาด ยอดขาย และการตลาด

แล้วทีนี้คำถามก็คือ จะเลือกสินค้าอะไรมาขายออนไลน์ล่ะ? หรือ จะรู้ได้ไงว่าจะขายอะไรดี?”

แต่ไม่ต้องห่วงไป เพราะแค่คุณทำตามหลักการเลือกสินค้าขายของออนไลน์ดังต่อไปนี้ คุณก็จะเลือกสินค้าได้อย่างชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

  • เป็นสินค้าที่คุณชื่นชอบ สามารถเลือกได้จากสิ่งที่เป็นงานอดิเรกของคุณ และจำไว้ว่ายิ่งเป็นสินค้าที่แปลกใหม่และมีกลุ่มลูกค้าเล็กเท่าไหร่ จะยิ่งดีต่อร้านค้าออนไลน์ของคุณมากกว่า
  • เป็นสินค้าที่ทำกำไร แน่นอนว่าทุกคนที่ทำธุรกิจต่างก็อยากได้กำไรกันทั้งนั้น ดังนั้นคุณต้องเลือกสินค้าที่มีผลตอบแทนดี และคำนวณค่าจัดส่ง ค่าแพ็คสินค้า และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ดี จากนั้นก็ดูสิว่า สินค้าที่คุณอยากขายออนไลน์นั้นจะทำกำไรให้กับคุณได้มากน้อยแค่ไหน
  • เป็นที่ต้องการในท้องตลาด พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลายคนขายของออนไลน์โดยที่ไม่ได้ศึกษาเลยว่า สินค้าที่ขายนั้นเป็นที่ต้องการของลูกค้าหรือเปล่า จึงไม่น่าแปลกใจที่การขายของจะชะลอตัว เพราะฉะนั้นต้องศึกษาข้อมูลและเลือกสินค้าที่เป็นที่ต้องการในท้องตลาดเท่านั้น
  • เป็นสินค้าที่ไม่มีการแข่งขันสูงเกินไป รู้หรือไม่ว่าสินค้าที่มีการแข่งขันสูงจะทำให้คุณทุนหายกำไรหดไปในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนขายมากกว่าคนซื้อ ดังนั้นถ้าไม่อยากขาดทุนและขายของออนไลน์ให้รอด จะต้องเลือกสินค้าที่ไม่มีการแข่งขันสูงมากเกินไป

2. เลือกซัพพลายเออร์ที่น่าเชื่อถือ

การเลือกซัพพลายเออร์สินค้าขายของออนไลน์

ภาพจาก Pixabay

หนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการขายของออนไลน์ก็คือ การเลือกซัพพลายเออร์หรือคู่ค้า ดังนั้นเมื่อเลือกสินค้าได้แล้ว คุณจะต้องมองหาซัพพลายเออร์ก่อนที่จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ และคุณก็จำเป็นต้องเลือกคู่ค้าหรือผู้จัดส่งสินค้าที่น่าเชื่อถือเท่านั้น

การเลือกซัพพลายเออร์ คู่ค้า หรือว่าผู้จัดส่งสินค้า ถือเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดรองลงมาจากการเลือกสินค้า เพราะคุณจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดถี่ถ้วนเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และคุณก็จะต้องแน่ใจว่าได้ซัพพลายเออร์ที่ใช่สำหรับร้านค้าออนไลน์ของคุณจริง ๆ ซึ่งหลักการเลือกซัพพลายเออร์เบื้องต้นที่คุณจะต้องคำนึงถึงก็มีดังนี้ :-

  • การหาซัพพลายเออร์ที่เป็นร้านขายส่ง ในการหาข้อมูลทุกอย่างนั้น เราเชื่อว่า Google คือสิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึง แต่อย่าลืมว่าบางทีร้านขายส่งที่มีชื่อเสียงและเชื่อได้ก็ไม่มีเวลาอัพเดตข้อมูลร้านหรือทำการตลาด เพราะฉะนั้นการหาร้านค้าส่งออนไลน์จึงเป็นเรื่องยาก หรือถ้าไปดูหน้าเว็บ เว็บของร้านขายส่งที่ว่านี้ก็อาจจะดูไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ ดังนั้นเราขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลในโลกออฟไลน์ ซึ่งคุณอาจจะสอบถามคนที่ขายของหรือไปตามงานอีเว้นท์ต่าง ๆ ดู
  • การหาซัพพลายเออร์ที่เป็นโรงงานผลิต คุณสามารถหาโรงงานผลิตสินค้าได้จาก Google หรือสอบถามผู้รู้ได้อีกเช่นกัน ซึ่งถ้าจะให้ดีต้องเปรียบเทียบราคาแต่ละเจ้า ไปดูที่โรงงาน ทดสอบคุณภาพสินค้าและบริการ จงจำไว้เสมอว่าคู่ค้าที่ดีคือส่วนสำคัญที่จะช่วยให้คุณเริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์ได้อย่างราบรื่นและปวดหัวน้อยที่สุด เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดี

3. เริ่มต้นขายของออนไลน์อย่างถูกต้อง

การเริ่มต้นขายของออนไลน์

ภาพจาก Unsplash

เลือกของมาขายและได้ซัพพลายเออร์แล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาเริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์สักที ซึ่งในขั้นตอนนี้คุณจำเป็นต้องจัดการร้านและทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทีนี้จะรู้ได้ยังไงว่าคุณเริ่มต้นขายของออนไลน์อย่างถูกต้องหรือว่ามาถูกทางแล้ว ง่าย ๆ เลย แค่พิจารณาตาม 4 ขั้นตอนดังต่อไปนี้ :-

  • ตั้งชื่อร้านค้าออนไลน์ เลือกชื่อร้านที่คุณชอบและฟังแล้วติดหู และต้องเป็นชื่อร้านที่คุณสามารถโปรโมทได้อย่างภาคภูมิใจ อย่าตั้งชื่อร้านที่มีความหมายเชิงลบ
  • ลงทะเบียนร้าน หากคุณเลือกที่จะขายของออนไลน์จริงจังและไม่อยากขายของในเฟส ไลน์ หรือว่าไอจีเพียงอย่างเดียว คุณจะต้องจดทะเบียนร้านค้าออนไลน์ (ecommerce) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจออนไลน์ของคุณ
  • ทำเรื่องเสียภาษี สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของออนไลน์และไม่ได้จดทะเบียนในรูปแบบของบริษัท จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 หรือเงินได้จากการค้าขาย โดยต้องยื่นเสียภาษี 2 ช่วงคือ ยื่นภาษีสิ้นปี เดือน ม.ค. – มี.ค. (เป็นการสรุปรายได้รวมทั้งหมดของปีที่ผ่านมา) และยื่นภาษีกลางปี เดือน ก.ค. – ก.ย. (เป็นการสรุปรายได้ในช่วงครึ่งปีภาษีแรก ค่าลดหย่อนบางรายการจะถูกหักเหลือครึ่งหนึ่ง)
  • เพิ่มช่องทางการจ่ายเงินสำหรับลูกค้า เว็บขายของออนไลน์ของคุณจะต้องมีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากที่สุด คือ ควรจะรองรับทั้งเครดิตการ์ดและอีเพย์เมนต์ (e-payment) เช่น การโอนเงินระหว่างธนาคาร mobile banking และ online banking

4. เลือกช่องทางที่มีโอกาสเพิ่มยอดขาย

ช่องทางเพิ่มยอดขายออนไลน์

ภาพจาก Pixabay

จากการศึกษาของ Priceza นั้นพบว่าช่องทางที่คนไทยซื้อของออนไลน์มากที่สุดแบ่งเป็น 3 แพลตฟอร์ม คือ

  • Social Media – 40% ส่วนใหญ่เป็น social commerce และการแชทพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าโดยตรง
  • E-marketplace – 35% จากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่อย่าง Lazada, Shopee และ JD
  • E-Tailer – 25% เป็นเว็บขายสินค้าของร้านค้าปลีกที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว เช่น Central, Tesco Lotus, Big C และ King Power เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าคุณสามารถเลือกขายได้ 2 ช่องทางตามข้างบน คือเลือกขายผ่านโซเชียลมีเดียและฝากขายบนเว็บอีคอมเมิร์ซเจ้าดัง เช่น Lazada, Shopee หรือเว็บอื่น ๆ ซึ่งถ้าคุณต้องการขายกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ นั้นต้องพิจารณาตามหลักต่อไปนี้ :-

  • จำนวนผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม ยิ่งมีจำนวนผู้ใช้งานมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสในการขายมากเท่านั้น
  • จำนวนผู้ขายบนช่องทางนั้น ๆ สำหรับข้อนี้แล้วต้องบอกว่า ยิ่งมีคนขายมากเท่าไหร่ การแข่งขันก็ยิ่งสูง ดังนั้นชั่งน้ำหนักจำนวนผู้ใช้งานและจำนวนคนขายให้ดี ๆ
  • ค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมในการขายสินค้าส่งผลต่อกำไรของคุณ เพราะฉะนั้นเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของแต่ละแพลตฟอร์มและคำนวณให้ดีว่าขายกับช่องทางไหนคุ้มค่าและได้ผลประกอบการที่น่าพอใจที่สุด
  • ความน่าเชื่อถือ เลือกแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือแลละวางใจได้เพื่อการันตีลูกค้าและยืนยันว่าคุณจะไม่ผิดหวังเมื่อในระยะยาว
  • ความยืดหยุ่น บางเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือโซเชียลมีเดียบางอันก็อาจจะมีข้อจำกัดหรือกฎเกณฑ์มากจนอัพเดตไม่ทัน และบางทีคุณก็อาจเผลอทำผิดกฎจนโดนระงับบัญชีผู้ใช้งานได้ เพราะฉะนั้นการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองจึงดีที่สุด เพราะคุณสามารถออกแบบเว็บไซต์ได้เองและทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

และข่าวดีก็คือ!…คุณสามารถเปิดร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเองได้ง่าย ๆ ถ้าคุณเลือกใช้ระบบ POS สโตร์ฮับของเรา คุณจะเปิดเว็บขายของออนไลน์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องเขียนโปรแกรมอีกด้วย ที่สำคัญยังบริหารจัดการสต๊อกสินค้าได้ครบจบในที่เดียว ไม่ต้องกังวลเรื่องขายสินค้าเกิน เท่านี้การเริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์ก็ไม่ยากอย่างที่คิดแล้ว

5. ทำกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ให้ตรงใจกลุ่มลูกค้า

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์

ภาพจาก Pixabay

เมื่อเริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์ของคุณเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการโปรโมทหรือทำการตลาดกันแล้ว เพราะจริงอยู่ที่คุณเลือกขายของออนไลน์กับเว็บดัง โซเชียลมีเดีย หรือว่ามีเว็บเป็นของตัวเอง แต่คุณก็ไม่สามารถนิ่งนอนใจและรอรับเงินเข้าร้านหากคุณไม่วางแผนการตลาด และเราก็ได้รวบรวมเทคนิคทำการตลาดที่จะช่วยเรียกลูกค้าเก่าและใหม่ ดังนี้ :-

  • ขายสินค้าที่ดีและมีคุณภาพ ใครจะอยากซื้อสินค้าที่ไม่ตรงปกล่ะ จริงไหม? เพราะฉะนั้นคุณภาพของสินค้าจึงเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขายของออนำไลน์ของคุณ
  • รูปภาพต้องคมชัดระดับ HD เท่านั้น ในการซื้อของออนไลน์นั้น ลูกค้าไม่สามารถจับต้องสินค้าจริง ๆ ได้ คุณจึงต้องอัพโหลดภาพสินค้าที่คมชัดระดับ HD เท่านั้น และอัพโหลดภาพสินค้าให้ครบทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง เพราะสิ่งนี้จะช่วยให้ร้านของคุณน่าเชื่อถือและช่วยให้ลูกค้าช้อปได้อย่างอุ่นใจมากยิ่งขึ้น
  • เปิดรับความคิดเห็นของลูกค้า เมื่อสินค้าของคุณดีและมีคุณภาพแล้ว ลูกค้าก็จะถูกใจและมีแนวโน้มรีวิวสินค้าในเชิงบวกมากขึ้น และสิ่งนี้เองที่จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมั่นใจในร้านค้าออนไลน์ของคุณมากยิ่งขึ้น
  • โปรโมทร้านค้าออนไลน์ คุณสามารถโปรโมทร้านและทำให้ร้านเป็นที่รู้จักได้ฟรี ๆ บน Facebook, LINE, Instagram, LinkedIn, Pinterest และ Twitter ซึ่งเคล็ดลับในการเริ่มต้นก็คือ แชร์ภาพและเนื้อหาที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายพร้อมกับสร้าง engagement
  • ส่งตรงโปรโมชั่น ไม่ว่าจะยุคหรือสมัยไหน คำว่า “ส่วนลด”, “โปรโมชั่น”, “แถม” หรือ “ฟรี” ก็ยังเป็นคำที่มีพลังและดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นอย่าลืมวางแผนโปรโมชั่นสินค้าและส่งตรงไปยังอีเมลหรือเบอร์มือถือลูกค้าของคุณ แล้วยอดขายของร้านค้าออนไลน์ของคุณก็จะดีขึ้นแน่นอน! แต่ถ้าจะให้ดี ต้องจัดสินค้าที่ลูกค้าชอบ ซึ่งคุณสามารถดูประวัติการซื้อของของลูกค้าได้ง่าย ๆ จากระบบ POS

สรุป

สำหรับการเริ่มเปิดร้านค้าออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวนั้น คุณต้องมีการเริ่มต้นที่ดีและถูกต้องจึงจะขายของออนไลน์ได้ตามที่หวังไว้ ซึ่งทั้ง 5 วิธีนี้จะช่วยเป็นแนวทางให้กับคุณได้เป็นอย่างดี ทีนี้ก็ถึงตาคุณแล้ว คุณคิดว่าตัวเองพร้อมที่จะเปิดร้านค้าออนไลน์เป็นของตัวเองหรือยัง? ถ้าพร้อมแล้ว อย่ารอช้า รีบลงมือทำและบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ของคุณให้ปังเลยตอนนี้!

CTA - ระบบ POS สโตร์ฮับ โปรแกรมจัดการร้านค้าปลีกและร้านอาหาร

Share this Post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Hey there! Please enter your store name.

.storehubhq.com