bubble-tea-popular-trend

เปิดวาร์ป Loyalty Program ของ 10 ร้านดังในไทย

เบื้องหลังแห่งความสำเร็จของธุรกิจ ?

แน่นอนว่าการจะทำธุรกิจหรือร้านค้าให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ก็ต้องมีลูกค้าสมาชิกและลูกค้าที่รักในตัวตนของแบรนด์คุณจริง ๆ แล้วอะไรที่จะช่วยให้คุณทำสิ่งนี้ได้ ? ก็ Loyalty Program ยังไงละ ! เพราะเจ้าโปรแกรมนี้สามารถสร้างความผูกพันและความภักดีให้กับลูกค้าของคุณได้ผ่านของรางวัล, ของขวัญ, สิทธิพิเศษ และโปรโมชั่นที่ทางร้านมอบให้ในโอกาสพิเศษหรือเทศกาลต่าง ๆ นั่นเอง

Loyalty Program จึงเปรียบเสมือนกลยุทธ์มัดใจลูกค้าและกลยุทธ์ทางการตลาดในระยะยาวที่ช่วยรักษาลูกค้าปัจจุบันและดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้มีแบรนด์ ร้านค้า แล้วก็ธุรกิจประเภทต่าง ๆ หันมาใช้โปรแกรมนี้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นร้านค้าขนาดเล็กหรือธุรกิจ SMEs ของคุณก็ควรใช้เช่นกัน

และเพื่อให้คุณเห็นภาพของเจ้า Loyalty Program กันมากขึ้น วันนี้เราก็พามาส่อง 10 ร้านค้าในไทยที่ใช้โปรแกรมนี้และประสบความสำเร็จในธุรกิจของพวกเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งร้านที่ว่านี้ก็ได้แก่

1. LOOKSI

ภาพจาก LOOKSI

เว็บขายเสื้อผ้าออนไลน์ยอดนิยมของขาช้อปชาวไทยที่เปลี่ยนชื่อจาก Zalora เป็น LOOKSI หลังจากที่ทาง Central Group ซื้อกิจการในไทยและเวียดนามเมื่อปี 2016 โดยเว็บแฟชั่นและไลฟ์สไตล์นี้มีการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าหรือระบบ CRM ที่ยอดเยี่ยม

เพียงลูกค้าลงทะเบียนออนไลน์สมัครเป็นสมาชิกก็รอรับอัพเดตข้อมูลข่าวสารและโปรโมชั่นดี ๆ ทางอีเมลได้เลย และทุกครั้งที่มีสินค้าลดราคาหรือโปรเจ๋ง ๆ LOOKSI จะเสิร์ฟตรงถึงมือลูกค้าทันที เช่น Weekend Sale ลดหนัก 80%, Hot Deal ซื้อ 2 ชิ้นจ่ายแค่ 500 บาท, Hot Shoes ลดราคารองเท้ายอดนิยมสูงสุด 70% และ New In อัพเดตเทรนด์ใหม่ก่อนใคร เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีโปรลดราคาวันเกิดสำหรับสมาชิกด้วย

และที่เจ๋งไปกว่านั้นก็คือสาวก LOOKSI สามารถสะสมคะแนนบัตร The 1 Card ของ Central ได้จากทุกยอดซื้อสินค้า ลุ้นรับสิทธิพิเศษ และยังแลกคะแนนเป็นส่วนลดหรือแลกเป็นคูปองเงินสดเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการช้อปครั้งต่อไปได้ด้วย หรือจะใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้าและบริการของเครือธุรกิจ Central ได้อีกด้วย เรียกว่าเป็น Loyalty Program และกลยุทธ์ทางการตลาดที่เจ๋งมาก ๆ ซึ่งการส่งตรงส่วนลดถึงมือลูกค้าและสะสมคะแนนแลกส่วนลดและบริการนี่เองที่ทำให้ LOOKSI มีหนุ่มสาวขาช้อปลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกเพียบ

2. EVEANDBOY

ภาพจาก Facebook EVEANDBOY 

ร้านขายเครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่เป็นขวัญใจของสาว ๆ และหนุ่ม ๆ เริ่มต้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี พ.. 2548 แล้วก็ขยายสาขาไปเรื่อย ๆ จนหนุ่มสาวทั่วประเทศสามารถเข้าถึงเครื่องสำอางในราคากันเองได้อย่างทั่วถึงกว่า 13 สาขา ถึงวันนี้ EVEANDBOY ก็หยัดยืนอยู่ในวงการธุรกิจขายเครื่องสำอางมานานกว่า 14 ปีแล้ว !

แล้วอะไรที่ทำให้ร้านขายเครื่องสำอางร้านนี้เป็นที่นิยมและครองใจหนุ่มสาวคนรักสวยรักงามกันมากขนาดนี้ ? ก็ด้วยการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าและ Loyalty Program ที่ยอดเยี่ยมยังไงละ เพราะนอกจาก EVEANDBOY จะเป็นแหล่งรวมแบรนด์เครื่องสำอางทั้งไทยและเทศแล้ว ยังมีระบบสมาชิกที่ดึงดูดลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ลูกค้าสามารถสมัครสมาชิกได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมาก ๆ แค่ยื่นบัตรประชาชนให้กับพนักงานแคชเชียร์ จากนั้นแจ้งเบอร์โทรและรหัสไปรษณีย์ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย เพียงจ่ายค่าธรรมเนียมในการสมัคร 20 บาทก็ใช้ได้ตลอดชีพ ไม่มีวันหมดอายุ

ทุกครั้งที่มาซื้อของลูกค้าจะได้ 1 แต้มจากยอดช้อปทุก ๆ 25 บาท และทุก ๆ คะแนนที่ลูกค้าสะสมก็สามารถแลกรับเป็นของรางวัลตามที่ทางร้านกำหนดได้ เรียกว่านอกจากจะสวยและดูดีแล้ว ยังมีของสมนาคุณให้ลุ้นอีก Loyalty Program น่าสนใจขนาดนี้ แล้วจะไม่ให้ EVEANDBOY ยืนหยัดในไทยของเรามานานได้ยังไงละ จริงไหม ?

3. Beauty Buffet

ภาพจาก Facebook Beauty Buffet

บิวตี้ บุฟเฟต์ แบรนด์ร้านขายเครื่องสำอางของไทยที่ผสมผสานแนวคิดของธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์กับธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอางภายใต้สโลแกน “The Most Delicious Beauty Shop in Town” หรือ สวยอร่อยหลากหลายสไตล์บุฟเฟต์

และนอกจากมีจุดเด่นที่การตกแต่งร้านที่น่าตื่นเต้นพร้อมกับเครื่องสำอางกับสกินแคร์ที่หลากหลายแล้ว ตัวร้านยังเข้าถึงได้ง่ายในราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย ทำให้ตอนนี้ Beauty Buffet มีกว่า 332 สาขาทั่วไทยและต่างประเทศอย่าง กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม นับว่าเป็นแบรนด์ร้านขายเครื่องสำอางที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

หากจะถามถึงหนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดที่ Beauty Buffet ครองใจแฟน ๆ และสมาชิกได้อย่างเหนียวแน่น ก็คงจะหนีไม่พ้นโปรแกรมลูกค้าสมาชิกหรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ Loyalty Program โดยสมาชิก Beauty Buffet หรือ B.B Club สามารถช้อปสินค้าเพลิน ๆ ได้ตลอดชีพ ไม่มีวันหมดอายุ รับส่วนลด 5% ในรายการสินค้าปกติ รับส่วนลดสูงสุด 30% ในเดือนเกิด รับส่วนลดพิเศษสำหรับสินค้าใหม่ ซื้อครบทุก ๆ 20 บาท รับคะแนนสะสม 1 แต้ม และเมื่อสะสมครบตามเกณฑ์ที่ร้านกำหนดก็แลกรับส่วนลดได้หลายราคาด้วยกัน

ดังนั้นกลยุทธ์มัดใจลูกค้านี้แหละที่เป็นส่วนหนึ่งให้ Beauty Buffet เติบโตและขยายสาขากว่าหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ

4. Starbucks

ภาพจาก Starbucks

Starbucks หรือ สตาร์บัคส์ ร้านกาแฟตรานางเงือกที่มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกาและเป็นที่ชื่นชอบของคอกาแฟชาวไทย ซึ่งในเรื่องของความนิยมและความดังของแบรนด์นี้เราก็คงไม่ต้องพูดถึงกันแล้ว ดังนั้นมาดูในเรื่องของกลยุทธ์ Loyalty Program ที่ทำให้ Starbucks ครองใจคอกาแฟมันมายาวนานดีกว่า

โปรแกรมสร้าง Customer Loyalty ของร้านนี้มีชื่อว่า Starbucks Rewards (สตาร์บัคส์ รีวอร์ด) แบ่งลูกค้าเป็น 2 ระดับด้วยกันคือ

  1. Green Level คือลูกค้าที่ลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมโปรแกรมสมาชิก Starbucks
  2. Gold Level ลูกค้าจะได้เลื่อนสถานะเป็น Gold Level โดยอัตโนมัติเมื่อได้รับดาวอย่างน้อย 300 ดวงภายในเวลา 12 เดือน

โดยมีกติกาก็คือ ลูกค้าสมาชิกจะได้รับดาวสะสม 1 ดวงเมื่อซื้อสินค้าครบทุก ๆ 25 บาท และหลังจากที่สมัครสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลูกค้าก็รับเครื่องดื่มได้ฟรี ทั้งยังสะดวกสบายในการใช้จ่ายและรับสิทธิพิเศษมากมายผ่าน Starbucks Mobile TH App แอพพลิเคชั่นของทางสตาร์บัคส์โดยตรง จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้ร้านกาแฟแบรนด์นี้จะเข้ามาที่ไทยนานแล้ว แต่สมาชิก Starbucks ยังคงหลงรักในรสชาติเครื่องดื่มและบริการอยู่

5. Sizzler

ภาพจาก Sizzler

Sizzler หรือ ซิซซ์เลอร์ ร้านอาหารที่โดดเด่นในเรื่องของสเต็ก ซีฟู้ด และสลัดสไตล์ตะวันตก และแน่นอนว่าร้านนี้เป็นที่โปรดปรานของชาวไทยเราที่ชอบกินสลัดบาร์กันเป็นอย่างมาก

นอกเหนือจากอาหารรสชาติดีและความหลากหลายของสลัดบาร์แล้ว Sizzler ยังมี Loyalty Program เอาใจลูกค้าสายกินด้วย โดยปัจจุบันร้านนี้มีสมาชิกมากกว่า  455,496 คน แบ่งระดับสมาชิกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Green, Gold และ Diamond โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. Green Level คือลูกค้า Emember สามารถรับ E-Coupons ได้แบบฟรี ๆ
  2. Gold Level คือลูกค้าที่ซื้อ Sizzler Member Card 399 บาท หรือลูกค้าที่สะสมยอดจ่ายครบ 800 บาทใน 12 เดือน รับฟรี E-Coupons ส่วนลด 5% เมื่อจ่ายบัตรเครดิต ส่วนลด 10% เมื่อจ่ายเงินสด และรับฟรี Combination Platter ราคา 399 บาทในเดือนเกิด
  3. Diamond Level จะเป็นลูกค้าที่สะสมยอดใช้จ่ายครบ 16,000 บาทภายใน 12 เดือน ในส่วนของสิทธิพิเศษนั้นจะเหมือนกับสมาชิก Gold Level แต่จะมี Welcome Pack เพิ่มขึ้นมา

เรียกว่านอกจากจะได้ฟินกับสเต็กและสลัดบาร์กันแบบอิ่มอร่อยไม่อั้นแล้ว ลูกค้าสมาชิก Sizzler ยังเพลินกับสิทธิพิเศษจากทางร้านอีกเพียบ !

6. Swensens

ภาพจาก Swensens 

Swensens หรือ สเวนเซ่นส์ ร้านไอศกรีมสุดอร่อยที่อยู่คู่ลูกค้าเราชาวไทยมาเป็นเวลานาน มีให้เลือกทานทั้งเค้กไอศกรีม ไอศกรีมควอท และไอศกรีมหลากหลายรส ถือเป็นร้านสังสรรค์ประจำของผองเพื่อนและครอบครัวเลยก็ว่าได้ และนอกเหนือจากไอศกรีมแสนอร่อยแล้ว ทางร้านก็มี Loyalty Program ให้คนรักไอศกรีมได้อิ่มอร่อยพร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย โดยสมาชิก Swensens จะแบ่งออกเป็นออก 2 แบบ ได้แก่

  1. บัตรสมาชิก Swensen’s Card ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์ได้มากมาย อาทิ ซื้อไอศกรีมควอท 1 แถม 1 ในราคา 259 บาท ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับไอศกรีมสกู๊ปทุกวันอังคาร และรับส่วนลด 10% จากราคาปกติ เป็นต้น
  2. บัตรสมาชิกเด็ก ทาง Swensens มีบัตรสมาชิกเอาใจน้อง ๆ หนู ๆ เช่นกัน แค่มีบัตรนี้ก็สนุกกับทานไอศกรีมมากยิ่งขึ้นพร้อมรับสิทธิประโยชน์ที่โดนใจมากขึ้นไปอีก เช่น รับส่วนลด 10% จากราคาปกติสำหรับเมนูคิดส์ พรีเมี่ยม รับฟรีไอศกรีมไฟร์เฮ้าส์ แฮปปี้ เบิร์ทเดย์ และรับส่วนลดสวนน้ำ สวนสนุก สวนสัตว์ กับพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

ต้องบอกว่าร้านนี้เขาใส่ใจลูกค้าทุกเพศทุกวัยจริง ๆ เพราะมีไม่กี่ร้านหรอกที่จะมีบัตรสมาชิกเด็ก แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ลูกค้าคิดถึงร้าน Swensens ทุกครั้งที่อยากทานไอศกรีมได้ยังไงละ ?

7. 7-11

ภาพจาก 7-11

7-11, เซเว่น อีเลเว่น หรือเซ่เว่น เป็นร้านสะดวกซื้อที่เราต่างก็คุ้นเคยกันดี เพราะมีตั้งแต่ของกินยันของใช้ ทั้งยังมีบริการชำระค่าบริการต่าง ๆ อีกด้วย แถมบางสาขายังมีถ่ายเอกสาร เบเกอรี่ หรือยำสดกันไปอีก จะเรียกว่ามีแทบทุกอย่างเลยก็ว่าได้ แล้วก็เป็นร้านสะดวกซื้อที่การตลาดกับกลยุทธ์มัดใจลูกค้าที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ โดย Loyalty Program ของ 7-11 นั้นเปิดโอกาสให้ลูกค้าทั่วไปได้สะสมสิทธิ์แลกซื้อสินค้า และลูกค้าสมาชิกสะสมแสตมป์เงินสดให้แลกซื้อสินค้าหรือแลกรับของกำนัลกันแบบคุ้มสุด ๆ

โปรแกรมสมาชิก 7-11 นั้นเรียกว่า ALL Member และสิ่งที่ทำให้ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้มีลูกค้าสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกวันก็คือสิทธิพิเศษที่ไม่เหมือนใครนั่นเอง เช่น

  • ใช้แต้ม ALL Member แทนเงินสด โดยทุก 100 แต้มนั่นมีค่าเท่ากับ 1 บาทและใช้เป็นส่วนลดแทนเงินสดได้
  • รับ 10 แต้ม เมื่อจ่ายบิลหรือค่าบริการผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส
  • สมาชิกใหม่รับฟรีคูปองส่วนลดมูลค่า 50 บาทจาก 24 Catalog

นอกจากนี้สมาชิกยังเอ็นจอยกับส่วนลดและโปรโมชั่นต่าง ๆ ได้อีกไม่รู้จบ ด้วยของรางวัลและสิทธิพิเศษเยอะนี้เองที่ทำให้ 7-11 ครองใจนักกินและช้อปชาวไทยอย่างต่อเนื่อง !

8. Tesco Lotus

ภาพจาก Tesco Lotus

เทสโก้ โลตัส ห้างสีเขียวขวัญใจชาวไทยที่ผงาดในวงการมานานกว่า 25 ปี มีจุดเด่นที่สินค้าหลากหลาย สด ใหม่ และราคาเข้าถึงง่าย ทั้งยังมีการขยายบริการไปในด้านอื่นอีก เช่น บัตรเครดิต ประกันรถยนต์ ประกันเดินทาง และอื่น ๆ อีกมากมาย

นอกจากจะมีสินค้าและบริการที่หลากหลายแล้ว Tesco Lotus ยังเอาใจขาช้อปด้วยบัตรสมาชิกคลับการ์ด (Clubcard) เป็น Loyalty Program ที่สนับสนุนให้ลูกค้าใช้คลับการ์ดช้อปสมาร์ทและคุ้มค่าทุกการจับจ่าย โดยการใช้จ่ายทุก ๆ 2 บาทจะมีค่าเท่ากับ 1 แต้ม แล้วลูกค้าสมาชิก Tesco Lotus ก็รับแต้มและเปลี่ยนเป็นคูปองเงินสดเพื่อใช้เป็นส่วนลดได้ง่าย ๆ ซึ่งสิทธิพิเศษก็น่าสนใจมาก ๆ อาทิ

  • ฟรี JOOX VIP เมื่อแลกแต้มคลับการ์ด 390 แต้ม
  • ฟรี Mask Sheet เมื่อแลกแต้มคลับการ์ด 199 แต้ม
  • ฟรี Oishi E-Voucher มูลค่า 100 บาท เมื่อแลกแต้มคลับการ์ด 1,000 แต้ม

แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะสมาชิก Tesco Lotus คลับการ์ดยังช้อปสนุกกับโปรโมชั่นต่าง ๆ รับสิทธิพิเศษในการใช้งาน AIS, AirAsia Big Points และอื่น ๆ อีกมากมาย ด้วย Loyalty Program และการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าที่ยอดเยี่ยมนี้เองที่ทำให้ Tesco Lotus เป็นขวัญใจขาช้อปชาวไทยของเราจนถึงปัจจุบัน

9. Watsons

ภาพจาก Watsons

มาถึง Watsons หรือ วัตสัน ร้านเครื่องสำอางและสกินแคร์สุดโปรดของสาว ๆ กันแล้ว มีสินค้าความงามไว้รอให้สาว ๆ มาเลือกช้อปเลือกใช้กันเพียบ ! แล้วที่เจ๋งไปกว่านั้นนะหรอ ? ก็บัตรสมาชิก Watsons Card ยังไงละ เพราะลูกค้าสมาชิกสามารถเป็นเจ้าของสินค้าได้ในราคาที่ถูกและคุ้มมาก ๆ เช่น ซื้อสินค้าชิ้นที่ 2 เพียง 1 บาท, รับแต้มแทนเงินสด และซื้อสินค้าในราคาถูกกว่าปกติสำหรับสินค้าที่ร่วมรายการ เป็นต้น แล้วตอนนี้ทาง Watsons ก็มีบัตรสมาชิก 2 ด้วยกัน คือ

  1. Watsons Card เพียงจ่ายค่าสมัครสมาชิกวัตสันการ์ด 100 บาทก็ใช้ได้ตลอดชีพโดยไม่มีวันหมดอายุ โดยมีสิทธิพิเศษหลัก ๆ คือ ซื้อสินค้าราคาพิเศษ, รับส่วนลด 5% สำหรับสินค้าวัตสัน, รับ 1 คะแนนทุก ๆ 25 บาท, วันเกิดรับคะแนนสะสมพิเศษ 10 เท่า และยังมีสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย
  2. Watsons Elite สำหรับลูกค้าสมากชิก Watsons Elite นั้นจะได้รับความพิเศษเพิ่มอีกขั้น เช่น ค่าจัดส่งฟรี, รับคะแนนพิเศษ 300 คะแนนเมื่อมียอดซื้อ 3,000 บาทใน 1 เดือน, กิจกรรมเวิร์คช็อปเฉพาะ Watsons Elite Member และส่วนลดพิเศษสำหรับวันเกิด เป็นต้น

จะเห็นว่าร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่สินค้าความงามที่หลากหลายเท่านั้น แต่ Watsons ยังมีโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษมากมายมอบให้สมาชิกเป็นประจำด้วย แล้วทำไมวัตสันจะไม่เป็นที่ช้อปยอดนิยมของสาว ๆ ละ จริงไหม ?

10. AirAsia

ภาพจาก AirAsia BIG

แม้จะไม่ใช่ร้านค้า แต่ AirAsia ก็ถือเป็นตัวอย่างของธุรกิจสายการบินที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของ Loyalty Program เป็นอย่างมาก ตัวโปรแกรมมีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า AirAsia BIG Loyalty โดยสมาชิก BIGจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ใช้คะแนนสะสมเพื่อแลกเที่ยวบินกว่า 140 เส้นทางในเอเชีย, จองตั๋วโปรก่อนใคร, แลกบัตรโดยสารด้วย Fixed Points และสิทธิพิเศษในเดือนเกิด เป็นต้น

นอกจากนี้ AirAsia ยังมี Freedom Flyer Programme เป็นที่แรกในโลกอีกด้วย โดยทางแอร์เอเชียรังสรรค์โปรแกรมนี้ออกมาเพื่อเป็นการตอบแทนและขอบคุณที่ลูกค้าสนับสนุนให้แอร์เอเชียได้รับรางวัลสายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลกเป็นเวลา 11 ปีติดต่อกัน

และตัวโปรแกรมสมาชิกแอร์เอเชียนี้เองที่จะทำให้ลูกค้าบินได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น เพราะทุกครั้งที่บินกับแอร์เอเชีย ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์และคะแนน BIG Points ตามประเภทค่าโดยสารและจำนวนเงิน แถมยิ่งบินมาก ก็ยิ่งมีสิทธิ์มากด้วย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับระดับสมาชิกด้วยว่าเป็น RED, GOLD, PLATINUM หรือว่า BLACK

ทั้งราคาถูก บริการเยี่ยม และมี Loyalty Program ที่เจ๋งขนาดนี้ จะไม่ให้ AirAsia ครองใจคนชอบเที่ยวและได้รับรางวัลติดต่อกันถึง 11 ปีซ้อนได้ยังไงละ​ ?

สรุป

นอกเหนือจากสินค้าและบริการแล้ว สิ่งที่ทำให้ 10 ร้านค้ากับธุรกิจชื่อดังเหล่านี้ประสบความสำเร็จและครองใจลูกค้าสมาชิกได้อย่างยาวนานก็คือ Loyalty Program ที่ตรงใจและตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า พร้อมกับการบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิก (CRM)

นั่นก็เพราะว่าใคร ๆ ก็อยากเป็นคนพิเศษและได้รับของรางวัลจากร้านที่พวกเขาเป็นสมาชิก ยิ่งเมื่อเป็นเจ้าของสินค้าได้ในราคาที่ถูกกว่าขาช้อปทั่วไปด้วยโปรโมชั่นส่วนลดต่าง ๆ แล้ว ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกเป็นคนสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของร้านมากยิ่งขึ้น แล้วยังมีการศึกษาพบว่า 79% ของลูกค้าบอกว่า Loyalty Program เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาอยากกลับมาซื้อสินค้าและใช้บริการที่ร้านอีก

รู้อย่างนี้แล้วเจ้าของร้านอย่างคุณจะไม่ปรับตัวให้กับลูกค้ายุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสินค้า บริการ และ Loyalty Program ได้ยังไงละ ?

ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มใช้เจ้าโปรแกรมนี้ยังไง ก็ลองดู Beep Cashback ที่เป็น Loyalty Program ของสโตร์ฮับเราได้เลย ! รับรองว่าไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แถมยังสร้างลูกค้าสมาชิกได้ง่าย ๆ อีกด้วย

สำหรับลูกค้าสโตร์ฮับ:

ยังไม่ใช้ลูกค้าสโตร์ฮับ ? :

บริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วยสโตร์ฮับ

StoreHub Point of Sales

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับสามารถช่วยคุณจัดการธุรกิจได้อย่างไร