16 ม.ค. 2569
สรุปสั้นๆ: เปิดร้านขายอาหารสัตว์ให้เกิด |
|---|
• เปิดร้าน Pet Shop ต้องมีใจรักและทำการบ้านให้ดี เริ่มต้นงบ 50,000 บาท (ร้านเล็ก) หรือ 100,000-250,000 บาท (ร้านใหญ่) แบ่งเป็น: สต๊อกสินค้า 50,000-150,000 บาท, เงินทุนหมุนเวียน 50,000 บาท/เดือน, ค่าเช่า-ตกแต่ง 10,000-20,000 บาท, ค่าแรง-สาธารณูปโภค 20,000 บาท/เดือน • 6 เทคนิคสู่ความสำเร็จ: (1) ขออนุญาตกรมปศุสัตว์ (ค่าธรรมเนียม 100-300 บาท) (2) เลือกทำเลชุมชน+มีที่จอดรถ ขายออนไลน์ควบคู่ (3) คัดเลือกโรงงาน/บริษัทจำหน่ายที่เชื่อถือได้ (4) ขายสินค้าให้ครอบคลุมตั้งแต่ อาหาร และ อุปกรณ์แฟชั่นสัตว์เลี้ยง (5) ตกแต่งร้านสะอาด แสงไฟสว่าง ใช้ระบบ POS จัดการสต๊อก-CRM-เพิ่มยอดยอดขาย (6) โปรโมทผ่านโซเชียล สร้าง Engagement ยิงแอดตรงกลุ่มเป้าหมาย • Tips: สินค้ากลุ่มแฟชั่นสัตว์เลี้ยงทำกำไรดี ลูกค้าซื้อด้วยอารมณ์ ไม่คิดเรื่องราคา |
ร้านขายอาหารสัตว์ หรือ เพ็ท ช็อป (Pet Shop) คือธุรกิจยอดนิยมที่ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนก็ขายดีมีรายได้เสมอ แต่บอกเลยว่าหากคิดจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์ทั้งที ก็ต้องทำการบ้านกันสักหน่อยถึงจะประสบความสำเร็จได้ และเหนือสิ่งอื่นใจเลย จะต้องมีใจรักในธุรกิจนี้จริง ๆ เพราะนี่คือหัวใจสำคัญในการเปิดประตูสู่ธุรกิจ Pet Shop
ดังนั้นเพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้นอย่างถูกต้องและเตรียมตัวเปิดร้ายขายอาหารสัตว์ให้ปัง วันนี้เราก็มีเคล็ดลับดี ๆ มาฝากว่าที่เจ้าของธุรกิจ Pet Shop เช่นคุณด้วย ซึ่งหัวข้อที่เราจะพูดถึงกันในบทความนี้ สามารถแบ่งได้ 3 หัวข้อหลัก ๆ คือ
ร้านขายอาหารสัตว์มีอะไรบ้าง?
งบในการเปิดร้านขายอาหารสัตว์
เทคนิคเปิดร้านขายอาหารสัตว์ให้รุ่ง
ร้านขายอาหารสัตว์มีอะไรบ้าง?

ก่อนจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์หรือ Pet Shop เรามาดูกันดีกว่าว่ามีร้านไหนที่น่าสนใจหรือเป็นที่นิยมกันบ้าง ซึ่งหลัก ๆ แล้วก็จะแบ่งได้ดังนี้ :-
ร้านขายอาหารไก่ อาหารเป็ด
ร้านขายอาหารนก
ร้านขายอาหารหมู
ร้านขายอาหารวัว
ร้านขายอาหารปลา
ร้านขายอาหารแมวและสุนัข หรือที่เราเรียกกันว่า Pet Shop
ร้านขายอาหารกระต่าย
โดยร้านที่ขายอาหารสัตว์เหล่านี้มักจะขายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ร่วมกันในร้านด้วย เพื่อจำหน่ายสินค้าครบวงจรและอำนวยความสะดวกของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ลูกค้าจะได้มาร้านเดียวจบ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านได้ด้วยเช่นกัน
อย่างเช่นร้านขายอาหารแมวและสุนัข ก็มักจะมีสินค้าอื่น ๆ ไว้ขายในร้านด้วย เช่น แชมพูกำจัดเห็บ หมัด, กรง, ปลอกคอ, ที่นอน, สายจูง, เสื้อผ้า, เครื่องประดับ ฯลฯ ซึ่งขอบอกเลยว่าสินค้าแฟชั่นสำหรับน้องหมาน้องแมวนั้นคือ กำไรหลักของร้าน เพราะลูกค้ามักจะซื้อด้วยความชอบเป็นหลักและไม่ค่อยคิดเยอะในเรื่องของราคา เรียกว่าขอแค่น่ารักและเข้ากับสุนัขหรือแมวที่บ้านก็พร้อมจ่ายแล้ว
ต้องใช้งบในการ เปิดร้านขายอาหารสัตว์ เท่าไหร่?

แน่นอนว่างบในการเปิดร้านขายอาหารสัตว์ในฝันของคุณนั้นมักจะขึ้นอยู่กับขนาดของร้านและเกรดของสินค้าที่ขาย ซึ่งหากจะเริ่มเปิดร้านเล็ก ๆ ก่อน ก็ควรมีงบสัก 50,000 บาทในการเริ่มต้น แต่ถ้าจะเปิดเป็นร้านใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็จะใช้เงินลงทุนราว ๆ 100,000 - 250,000 บาท โดยจะแบ่งค่าใช้จ่ายได้คร่าว ๆ ดังนี้ :-
ค่าสต๊อกสินค้าอาหารสัตว์ 50,000 - 150,000 บาท
เงินทุนหมุนเวียน เริ่มต้นที่เดือนละ 50,000 บาท
ค่าเช่าและค่าตกแต่งร้าน 10,000 - 20,000 บาท
ค่าแรง และค่าน้ำ ค่าไฟ ราว ๆ เดือนละ 20,000 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงาน)
เมื่อรู้งบคร่าว ๆ แล้วก็เริ่มวางแผนเตรียมตัวเปิดร้านกันได้เลย ซึ่งถ้ายังไม่มีงบก็อาจจะพิจารณามองหาเงินทุนจากธนาคารได้ถ้ายังไม่พร้อมเรื่องการเงินแต่อยากเริ่มต้นทำธุรกิจจริง ๆ หรือหากต้องการแน่ใจเกี่ยวกับงบในการลงทุนมากขึ้น ก็ลองดูตัวอย่างแผนธุรกิจ Pet Shop เพื่อเป็นไอเดียเบื้องต้นได้
เทคนิค เปิดร้านขายอาหารสัตว์ ให้รุ่ง

การเปิดร้านขายอาหารสัตว์หรือ Pet Shop ให้ขายดีมีกำไร จะต้องมีการเริ่มต้นที่ถูกต้องและอาศัยกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ จึงจะทวีคูณยอดขายพร้อมทำกำไรให้ร้านเติบโตต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งวันนี้เราก็รวมเทคนิคที่ทำตามได้ง่าย ๆ มาแนะนำ
1. เริ่มจากขออนุญาตเปิดร้าน
ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจ Pet Shop คุณจำเป็นต้องขออนุญาตเปิดร้านขายอาหารสัตว์กับกรมปศุสัตว์กับทางจังหวัดเสียก่อนโดยเฉพาะร้านขายอาหารสุนัขและแมว ส่วนร้านอาหารสัตว์ประเภทอื่น ๆ ยังไม่มีข้อบังคับให้ขออนุญาตแน่ชัด
ส่วนค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตจะแบ่งเป็น 2 ราคาด้วยกัน คือ
ขายปลีก 100 บาท
ขายปลีกและส่ง 300 บาท
ซึ่งหากต้องการดูเอกสารล่วงหน้า สามารถดาวน์โหลดคำขออนุญาตขายอาหารสัตว์เพื่อศึกษาเอกสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย เมื่อขั้นตอนแรกเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมพร้อมไปสเต็ปต่อไปแล้ว
2. ทำเล
ปัจจัยสำคัญของการเปิดร้านอาหารสัตว์และ Pet Shop ก็คือ ทำเล ซึ่งถ้าจะให้ขายดีก็ต้องเป็นทำเลที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนและมีพื้นที่จอดรถไว้คอยอำนวยความสะดวกลูกค้าด้วย เพราะแหล่งชุมชนจะมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายผ่านไปมาตลอดเวลา ทำให้ลูกค้ามีโอกาสพบเห็นง่ายและมีโอกาสในการขายมากกว่า
หรืออีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้ร้านมียอดขายร้านช่องทางก็คือช่องทางการขายของออนไลน์ โดยร้านสามารถขายบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเองได้ อีกทั้งยังขายบนแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้การขายของออนไลน์ยังมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำกว่าหน้าร้านมาก เพราะฉะนั้นควรมีทั้งหน้าร้านและขายออนไลน์ไปพร้อม ๆ กันเพื่อให้มีช่องทางการระบายสินค้าและมีเงินเข้าร้านทุกวัน
3. หาโรงงานขายอาหารสัตว์และบริษัทจำหน่าย
เมื่อเลือกได้แล้วว่าจะเปิดร้านขายอาหารสัตว์อะไรและมีแผนการเลือกทำเลคร่าว ๆ แล้ว คราวนี้ก็มาถึงขั้นตอนการเลือกโรงงานผลิตและขายอาหารสัตว์เพื่อนำมาขายต่อ ซึ่งก็มีทั้งจากต่างประเทศและในไทย ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลายบริษัทมาก โดยเวลาในการติดต่อประสานงานจะอยู่ที่ 1 - 3 วัน
โดยในการสั่งซื้อก็จะต้องมียอดขั้นต่ำตามแต่ละบริษัทกำหนด ซึ่งก็ต้องพิจารณาใบเสนอราคาของแต่ละที่ จากนั้นก็คำนวณว่ามีอาหารสัตว์และสินค้าอะไรบ้างที่ต้องสั่ง ต้นทุนอยู่ที่เท่าไหร่ กำไรคุ้มหรือไม่ ส่วนหลักในการเลือกโรงงานและบริษัทก็มีดังนี้ :-
มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ตัวเว็บไซต์ต้องมีข้อมูลโรงงานหรือบริษัทที่ชัดเจน ทั้งโปรไฟล์บริษัท สินค้า และช่องทางอื่น ๆ อย่างโซเชียลมีเดีย
มีช่องทางการติดต่อที่สะดวกสบาย มีเบอร์โทร อีเมล และไลฟ์แชทที่ติดต่อง่าย ไม่ยุ่งยาก
มีฝ่ายซัพพอร์ตที่พร้อมให้ความความช่วยเหลือเวลามีปัญหา

4. เลือกสินค้าขายในร้าน
ในส่วนของการเลือกสินค้ามาขายนั้น คุณควรขายสินค้าให้ครอบคลุมมากที่สุด คือนอกจากจะขายอาหารสัตว์ที่เป็นสินค้าตัวเต็งแล้ว ก็ต้องมีสินค้ากลุ่มอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงด้วย เพราะสินค้าทั้งสองกลุ่มจะช่วยเสริมกัน ให้ร้านขายดีและทำกำไรได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
เหตุผลก็คือ สินค้าที่เป็นกลุ่มอาหาร เป็นสินค้าที่ต้องมีและลูกค้าต้องซื้อเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็ต้องระวังในเรื่องของการบริหารจัดการสต๊อกสินค้า เพราะอาหารสัตว์มีวันหมดอายุและเน่าเสียได้
ส่วนสินค้าประเภทอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง เช่น ชามอาหาร, กระเป๋า, ปลอกคอ, ของเล่น ฯลฯ เป็นสินค้าที่ลูกค้ามักจะซื้อด้วยความพอใจแบบไม่ได้ตั้งตัวและทำกำไรได้ค่อนข้างดี โดยข้อดีของสินค้ากลุ่มนี้คือไม่มีวันหมดอายุ ทำให้เก็บสต๊อกไว้ขายได้นาน แต่ยังไงคุณก็คงไม่อยากให้มีสต๊อกคงค้างหรอก จริงมั้ย?
5. ลงมือทำ เปิดร้านขาย
มาถึงขั้นตอนเปิดร้านขายอาหารสัตว์และ Pet Shop กันแล้ว ซึ่งในขั้นตอนนี้เรามีเคล็ดลับดังนี้ :-
ตกแต่งร้านให้โดนใจลูกค้า คือต้องจัดบรรยากาศในร้านให้สะอาดสะอ้าน จัดของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วก็จัดสินค้าให้แน่นเต็มชั้นวางสินค้า ลูกค้าจะได้เห็นว่าร้านของคุณมีสินค้าเยอะและครบตามต้องการ
แสงไฟต้องได้ สำหรับไฟที่ควรใช้ในร้านขายอาหารสัตว์และ Pet Shop ควรเป็นแสงไฟที่สว่างและเป็นแสงไฟเดย์ไลท์ เพื่อให้ลูกค้ามองเห็นสินค้าได้ชัดเจนและซื้อสินค้าสะดวกมากที่สุด
ใช้ตัวช่วยในการทำร้าน ตัวช่วยในการทำงานในข้อนี้ไม่ใช่เพียงแค่พนักงาน แต่รวมถึงโปรแกรมนับสต๊อก การทำบัญชี และข้อสำคัญอื่น ๆ ที่จะช่วยให้ทำร้านขายอาหารสัตว์เป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งปัจจุบันร้านขายอาหารสัตว์แค่เลือกใช้ระบบ POS ระบบเดียวก็ทำได้ครบทั้งซื้อขายสินค้า, CRM, นับ-จัดสต๊อกสินค้า, บริหารพนักงาน, รายงานยอดขาย, ทำโปรโมชั่น ฯลฯ ระบบนี้เป็นโปรแกรมขายหน้าร้านที่ได้รับความนิยมในหมู่เจ้าของธุรกิจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะแค่มีระบบเดียวก็ดูแลร้านได้รอบด้าน

6. ลงทุนโปรโมทร้าน
การจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้ ไม่เพียงแต่ต้องอาศัยทีมงานและตัวช่วยที่ดีเท่านั้น แต่คุณต้องคิดต่างและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าด้วย ซึ่งคุณสามารถทำได้โดยโต้ตอบกับลูกค้า แล้วก็ต้องมีคอนเทนต์ดี ๆ บนเพจเฟสบุ๊คและไอจีของร้านด้วย
โดยคอนเทนต์ที่ว่าเป็นได้ทั้งคอนเทนต์แนวให้ความรู้ เกมสนุก ๆ หรือแม้กระทั่งโพสต์ขายสินค้าเองวิธีนี้จะช่วยโปรโมทให้ร้านมีตัวตนในสายตาลูกค้าและสร้าง Engagement โซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้คุณยังสามารถยิงแอดเฟสบุ๊คทำโฆษณาเพื่อโปรโมทเพจร้านและสินค้าให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นได้ด้วย เพราะวิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร้านเป็นที่รู้จัก แต่ยังเพิ่มยอดขายให้ร้านขายอาหารสัตว์และ Pet Shop ของคุณได้ด้วย ขอเพียงแค่ยิงแอดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
สรุปประเด็น เปิดร้านขายอาหารสัตว์
ได้ไอเดียและแนวทางการเปิดร้านขายอาหารสัตว์หรือ Pet Shop กันไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาลุย!
เราหวังว่าเคล็ดลับที่เรานำมาฝากจะช่วยให้ว่าที่เจ้าของธุรกิจอาหารสัตว์เช่นคุณประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของระบบ POS ที่ช่วยประหยัดแรงและเวลาให้ร้านได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้อย่าลืมทำการบ้านเพิ่มเติมและสอบถามผู้รู้ด้วย เพราะการมีข้อมูลแล้วได้แลกเปลี่ยนไอเดียกับผู้มากประสบการณ์จะช่วยเปิดประสบการณ์และช่วยให้ได้แง่มุมใหม่ ๆ ในการทำร้านมากขึ้นไปอีก แค่นี้คุณก็จะเปิดประตูสู่ธุรกิจ Pet Shop ได้อย่างอุ่นใจและประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น




















