Logo Image

New & Trending

7 วิธีเลือกระบบ POS ที่โดนใจ ดูแลร้านง่ายนิดเดียว อัพเดต 2025

7 วิธีเลือกระบบ POS ที่โดนใจ ดูแลร้านง่ายนิดเดียว อัพเดต 2025

7 วิธีเลือกระบบ POS ให้โดนใจ
ดูแลร้านง่ายนิดเดียว (อัพเดต 2025)

     ระบบ POS (Point of Sale) กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของร้านสามารถบริหารจัดการร้านค้าได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าปลีก หรือแม้แต่ร้านขายของชำ การเลือกระบบ POS ที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย แต่ยังช่วยลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของธุรกิจอีกด้วย

     บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 7 หลักการสำคัญในการเลือกระบบ POS ที่เหมาะกับร้านของคุณ พร้อมเคล็ดลับและลิงก์บทความเสริมที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

1. ประเมินความต้องการของธุรกิจ

     ก่อนจะเลือกระบบ POS มาใช้ในร้าน คุณควรเริ่มจากการรู้จักธุรกิจของตัวเองให้ดีเสียก่อน เพราะระบบ POS ที่ดีควรตอบโจทย์ตรงกับสิ่งที่ร้านคุณต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการสต็อกสินค้า การบริการลูกค้า หรือการวิเคราะห์ยอดขาย

     ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, ร้านชาไข่มุก, ร้านค้าปลีก, ร้านขายเสื้อผ้า, ร้านขายของชำ หรือว่าเจ้าของธุรกิจประเภทไหน คุณก็ควรรู้ว่าธุรกิจของคุณยังขาดการดูแลในด้านไหนหรือมีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อให้คุณได้เลือกระบบ POS ที่มีฟีเจอร์ตอบโจทย์การดูแลธุรกิจของคุณในขั้นตอนต่อไป 

     ตัวอย่างปัญหาที่แต่ละร้านอาจจะต้องเจอ

  • ปัญหาร้านอาหาร – วัตถุดิบเน่าเสีย ต้นทุนสูง กำไรหดหาย

  • ปัญหาร้านกาแฟ – ขายหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ สินค้าไม่พอต่อความต้องการของลูกค้า

  • ปัญหาร้านชาไข่มุก – ลูกค้าต้องรอนาน โดยเฉพาะเวลาที่คิวยาว

  • ปัญหาร้านค้าปลีก – สต็อกสินค้าเกิน ไม่รู้ว่าอันไหนขายดีหรือไม่ดี

  • ปัญหาร้านขายเสื้อผ้า – ไม่รู้จักกลุ่มลูกค้าหรือรู้ว่าลูกค้านิยมเสื้อผ้าแบบไหน

  • ปัญหาร้านขายของชำ – สินค้าค้างสต็อก จนต้องทิ้งเปล่า

คุณสามารถเริ่มได้จากการถามตัวเองว่า “ร้านของเรามีปัญหาตรงไหน?” หรือสอบถามพนักงานที่ดูแลแต่ละจุดก็ได้ จากนั้นจดออกมา แล้วใช้เป็นแนวทางในการเลือกฟีเจอร์ของระบบ POS ที่เหมาะสมที่สุด

📌 หากคุณยังจัดการสต็อกด้วย Excel อยู่ ลองอ่านบทความนี้: จัดการสต็อกโดยไม่ใช้ Excel

2. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่ต้องใช้ร่วมกับระบบ POS

     หลังจากที่คุณทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายในร้านหรือธุรกิจของคุณแล้ว คุณก็จะสามารถเข้าใจได้คร่าวๆ ว่าคุณต้องการให้ร้านคุณมีฟีเจอร์ไหนในการเข้ามาช่วยเหลือปรับปรุงร้านของคุณเพื่อให้การทำงานในร้านเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

     ระบบ POS บางเจ้าต้องใช้อุปกรณ์เสริมมากมาย เช่น เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ, เครื่องสแกนบาร์โค้ด, iPad, หรือโน๊ตบุ๊ค ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นในทางกลับกัน ระบบ POS ที่ออกแบบมาให้ All-in-One เช่นมีหน้าจอฝั่งลูกค้าในตัว หรือรวมเครื่องพิมพ์ไว้ในระบบเดียว จะช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่และค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

     อย่าลืมตรวจสอบว่าอุปกรณ์ที่คุณมีอยู่แล้วสามารถใช้กับระบบที่คุณสนใจได้หรือไม่ และอย่าลืมเช็คว่ามีค่าใช้จ่ายแอบแฝงในการซื้ออุปกรณ์เสริมหรือไม่ด้วย และอย่าลืมดูด้วยว่าอุปกรณ์ไหนใช้กับอะไรได้บ้าง จะได้ไม่เสียเงินและเวลาซื้อมาฟรี ๆ  เพราะ POS ที่คุณสนใจอาจจะรองรับแค่อุปกรณ์บางรุ่นเท่านั้น

💡 บทความนี้เปรียบเทียบให้เห็นชัดเจน: เปรียบเทียบเครื่องคิดเงินกับระบบ POS

3. ตั้งงบประมาณสำหรับระบบ POS อย่างชาญฉลาด

     เพราะระบบ POS ไม่ได้มีราคาตายตัว ราคาจะขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ที่มีให้ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับขนาดของร้านหรือธุรกิจคุณด้วย เช่น จำนวนจุดที่จะใช้อุปกรณ์, จำนวนสาขา, จำนวนพนักงาน, จำนวนสินค้า เป็นต้น บางระบบอาจเป็นแพ็คเกจแบบรายเดือนเริ่มต้นหลักร้อยและแบบรายปีที่ถูกลง ในขณะที่บางระบบมีแพ็คเกจซื้อขาดที่รวมอุปกรณ์พร้อมใช้งานแต่อาจจะไม่สามารถเชื่อมต่อออนไลน์ได้

     ก่อนตัดสินใจซื้อ คุณควรกำหนดงบประมาณโดยพิจารณาจาก:

  • ขนาดร้าน: จำนวนพนักงาน สาขา สินค้า

  • ความซับซ้อนของการขาย: ต้องการแค่เครื่องคิดเงิน หรือระบบจัดการแบบครบวงจร

  • บริการหลังการขาย: การอบรม การรับประกัน การแก้ไขปัญหา

     อย่าลืมว่าระบบ POS เป็นการลงทุนระยะยาว คุณควรที่จะเลือกโดยดูว่าสัญญาการใช้งานเป็นอย่างไร มีการรับประกันอะไรบ้าง การบริการหลังการขายเป็นยังไง ติดต่อยากไหม เพราะการเลือกของที่มีคุณภาพ และบริการดี จะช่วยคุณประหยัดทั้งเวลาและต้นทุนในอนาคต อย่างที่ StoreHub ของเราจะมีทีมพนักงานที่สามารถติดต่อให้ความช่วยเหลือทุกวัน ถ้ามีปัญหาในการใช้งานก็สามารถที่จะติดต่อทีมงานได้ทันที

🧠 อยากรู้ว่าระบบ POS คืออะไร และสำคัญยังไงกับร้าน? อ่านที่นี่เลย: ระบบ POS คืออะไร สำคัญยังไงกับร้านค้า

4. เปรียบเทียบราคาและฟีเจอร์ระบบ POS อย่างละเอียด

     หลังจากที่ตั้งงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำระบบ POS ที่สนใจมาเปรียบเทียบกันอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคา รายการฟีเจอร์ รีวิวผู้ใช้งานจริง และคุณภาพการบริการหลังการขาย

     แต่ถ้าดูแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ก็ลองต่อสายตรงไปหาฝ่ายขายของระบบ POS ที่คุณสนใจ เพื่อดูว่าหากคุณตัดสินใจเลือกใช้ของแบรนด์นี้แล้ว บริการหลังการขายจะเป็นยังไง เพราะอย่าลืมว่าเมื่อคุณตัดสินใจเลือกแล้ว พวกเขาจะต้องอบรมการใช้งานให้คุณ

     โดยฟีเจอร์ที่ควรเปรียบเทียบจะต้องตรงกับปัญหาที่คุณมีอยู่ และสามารถแก้ไขปัญหาของธุรกิจคุณได้ เช่น:

  • สต็อกสินค้าเกิน/ไม่พอขาย – ฟีเจอร์การจัดการสต็อกสินค้า (แจ้งเตือนสต็อก, สั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์)

  • ต้องมานั่งทำยอดขายเอง – ฟีเจอร์รายงานการขาย (บอกยอดขายรายชั่วโมง/เรียลไทม์, บอกสินค้าขายดี, ติดตามผลลัพธ์โปรโมชั่น)

  • ไม่รู้จักกลุ่มลูกค้า – ฟีเจอร์ CRM (เก็บข้อมูลลูกค้า, ประวัติการซื้อ, สะสมแต้มให้กับลูกค้า)

  • ลูกค้าหาย อยากเพิ่มยอดขาย – ฟีเจอร์การตลาดเฉพาะตัว และ การตลาดผ่าน SMS

  • พนักงานจอมโกง – ฟีเจอร์บริหารจัดการพนักงาน (จำกัดการเข้าถึงข้อมูล, เวลาเข้า-ออกงาน, การทำงานรายชั่วโมง)

  • อยากเปิดร้านขายออนไลน์ – ระบบ POS ที่ดีจะต้องจัดการได้ครบทั้งหน้าร้านและร้านค้าออนไลน์ และมีฟีเจอร์เชื่อมต่อร้านออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกัน และที่สำคัญต้องให้คุณเปิดเว็บขายของออนไลน์ฟรีด้วย

  • มีหลายสาขา ดูแลไม่ทั่วถึง – ฟีเจอร์ระบบ POS สำหรับร้านหลายสาขา จะต้องช่วยให้ร้านตรวจสอบยอดขาย ถ่ายโอนสต็อก และจัดการแต่ละสาขาได้ง่ายในระบบเดียว

     บางระบบอาจมีให้ทดลองใช้งานฟรีก่อน โดยคุณควรใช้โอกาสนี้ทดสอบจริง เพื่อเปรียบเทียบประสบการณ์ใช้งานจริงให้ชัดเจนที่สุดก่อนที่คุณจะตัดสินใจในการเลือกใช้ระบบใดระบบหนึ่ง

5. สังเกตการใช้งานจริงของระบบ POS

      หลังจากที่หาข้อมูลต่าง ๆ และเปรียบเทียบราคากันไปแล้ว เมื่อคุณตัดสินใจทดลองใช้งานระบบ POS ฟรี ก็ต้องสังเกตด้วยว่าการทำงานของระบบเป็นยังไง, ลื่นไหลพอไหม, เครื่องหน่วงหรือไม่ หรือว่าใช้งานยากไปหรือเปล่า ไม่ว่าระบบจะมีฟีเจอร์ดีแค่ไหน แต่ถ้าใช้งานจริงแล้ว “ไม่ลื่นไหล” ก็อาจกลายเป็นภาระแทนที่จะเป็นผู้ช่วยได้ ลองดูว่า:

  • การใช้งานง่ายหรือซับซ้อนเกินไป?

  • ความเร็วในการตอบสนองของระบบเป็นอย่างไร?

  • ใช้แล้วเกิดปัญหาบ่อยหรือไม่?

     แล้วก็ต้องดูว่าการใช้งานระบบนั้นยากและต้องใช้เวลาฝึกนานไหม ถ้าเป็นแบบนั้นก็อาจจะต้องเดินหน้าหาเจ้าใหม่ หรือ อาจจะหาเจ้าที่มาการอบรมพนักงานให้ก่อนที่จะเริ่มใช้งานระบบ ลองคิดดูสิว่าถ้าเจ้าของร้านอย่างคุณไม่เข้าใจการใช้งานแล้ว คุณจะไปเทรนพนักงานที่ร้านให้ใช้เจ้าเครื่อง POS นี้ได้ยังไง

     นอกจากนี้ อย่าลืมดูฟีเจอร์ด้านการรายงานข้อมูล เช่น กราฟยอดขาย, สินค้าขายดี, หรือการวิเคราะห์โปรโมชั่น ว่าสามารถเข้าใจและนำไปใช้ได้จริงหรือไม่ ขั้นตอนการเก็บบันทึกหรือการถ่ายโอนข้อมูลต่างๆ เป็นยังไง หากพบข้อสงสัยในการใช้งาน อย่าลังเลที่จะสอบถามกับฝ่ายขายหรือทีมสนับสนุนของผู้ให้บริการ เพราะการสอบถามล่วงหน้าจะช่วยลดปัญหาหลังซื้อได้มาก เพราะยังไงก็ดีกว่าการที่จ่ายเงินค่าระบบไปทั้งหมดแล้ว ไม่ได้ใช้งาน หรือใช้งานไม่เป็น

6. ความง่ายในการติดตั้งและการสนับสนุนจากผู้ให้บริการ

    หลังจากที่ตัดสินใจเลือกระบบ​ POS มาใช้งานได้แล้ว คราวนี้ก็ถึงขั้นตอนการติดตั้งตัวระบบกับอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกันแล้ว คุณจำเป็นต้องเลือกระบบ POS ที่มีการติดตั้งง่ายและมีทีมงานมืออาชีพคอยช่วยเหลือ เพราะเมื่อมีปัญหาแม้ระบบจะดีแค่ไหน แต่ถ้าติดตั้งยาก ไม่มีคู่มือ หรือไม่มีทีมช่วยเหลือ ก็อาจทำให้ใช้งานระบบไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ

    ในส่วนของขั้นตอนการติดตั้งระบบ POS นั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแบรนด์, อุปกรณ์, ขนาด และคุณสมบัติของตัวเครื่องด้วย ซึ่งทางบริษัทที่ขายระบบให้กับคุณควรจะให้คู่มือติดตั้งมาโดยเรียบร้อย หรือแม้กระทั่งสอนวิธีการติดตั้ง แล้วถ้ายังไม่เข้าใจหรือรู้วิธีติดตั้งอีกก็โทรหาทีมงานได้เลย

     การติดตั้งระบบ POS และการสนับสนุนจากผู้ให้บริการที่ดีควรมี:

  • ขั้นตอนติดตั้งง่าย หรือมีทีมติดตั้งให้ถึงร้าน

  • คู่มือการใช้งานที่เข้าใจง่าย หรือวิดีโอแนะนำ

  • ทีมสนับสนุนที่พร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาทุกวัน

     แบรนด์ที่ใส่ใจลูกค้าจะไม่ทิ้งคุณกลางทาง และสามารถช่วยคุณตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน ไปจนถึงการอัพเดตระบบในอนาคต อย่างที่สโตร์ฮับของเราก็จะมีทีมงานคอยดูแลตลอดการใช้งาน ถ้ามีปัญหาขัดข้องใด ๆ ลูกค้าก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทันที แล้วทางสโตร์ฮับของเราก็จะช่วยแก้ปัญหาจนคุณสามารถใช้งานได้อย่างแน่นอน

7. ใช้ระบบ POS ให้คุ้มค่าที่สุด

     เมื่อเลือกระบบ POS ที่ตรงกับความต้องการของร้านได้แล้ว ขั้นตอนสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ “การใช้งานให้คุ้มค่าที่สุด” เพราะระบบ POS สมัยใหม่ไม่ใช่แค่เครื่องคิดเงิน แต่ยังเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ธุรกิจอย่างชาญฉลาด อย่าลืมสำรวจระบบหลังบ้าน หรือตัวแอพพลิเคชั่นด้วยว่ามีลูกเล่นหรือส่วนเสริมตรงไหน หรือว่ามีอุปกรณ์ไหนที่คุณซื้อมาใช้งานเพื่อให้การดูแลร้านง่ายขึ้นบ้าง

สิ่งที่เจ้าของร้านควรทำเพื่อใช้ระบบ POS ให้เต็มประสิทธิภาพ:

     นอกจากนี้ หากคุณมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทที่ขาย POS ให้กับคุณ ทางบริษัทก็อาจจะมีส่วนช่วยเรียกลูกค้าหรือช่วยขยายธุรกิจของคุณในอนาคตก็เป็นได้ ลองถามบริษัทในเรื่องของการอบรมการใช้งาน ฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือกาารอัพเดต POS ที่ช่วยให้การใช้งานดีขึ้นซึ่งอาจจะได้เคล็ดลับในการใช้ระบบ POS หรือมีการอบรมให้คุณเข้าร่วมฟรี

     หากคุณใช้ระบบ POS ที่มีทีมสนับสนุนให้คำปรึกษาและอัพเดตฟีเจอร์ใหม่อยู่เสมอ เช่น StoreHub คุณจะยิ่งได้เปรียบในการพัฒนาร้านให้เติบโตแบบยั่งยืน

สรุป

     ระบบ POS ที่ดีไม่เพียงช่วยให้คุณจัดการกับงานหน้าร้านได้ง่ายขึ้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนโปรโมชั่น และการสื่อสารกับลูกค้าอย่างเป็นระบบ เจ้าของร้านไม่ต้องเสียเวลาจดยอดขายด้วยมือ ไม่ต้องเดาว่าสินค้าไหนขายดี และไม่ต้องกังวลว่าพนักงานจะทำยอดตกหล่นหรือไม่ เพราะทุกอย่างสามารถดูได้แบบเรียลไทม์ผ่านระบบเดียว

     ในปี 2025 นี้ การแข่งขันทางธุรกิจเข้มข้นยิ่งขึ้น และลูกค้าคาดหวังประสบการณ์ที่รวดเร็วและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น การที่ธุรกิจของคุณมีระบบ POS แบบ All-in-One ที่สามารถจัดการทั้งหน้าร้านและออนไลน์ในระบบเดียว รวมไปถึงการดูแลสาขาต่าง ๆ ได้ จึงกลายเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง

     หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ใช้งานง่าย ครอบคลุมทุกฟีเจอร์สำคัญ และมีทีมงานมืออาชีพคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เราขอแนะนำให้คุณลองเริ่มต้นกับ StoreHub POS ที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของร้านค้าทั่วประเทศ ด้วยระบบที่ปรับได้ตามขนาดธุรกิจ รองรับการเติบโต และมีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ คุณจะมั่นใจได้ว่าทุกวันของการทำร้าน จะมีผู้ช่วยดิจิทัลที่คุณไว้ใจได้อยู่เคียงข้าง

     อย่าปล่อยให้การจัดการร้านเป็นเรื่องวุ่นวายอีกต่อไป เริ่มต้นทดลองใช้ระบบ POS ที่เข้าใจร้านของคุณจริง ๆ ได้แล้ววันนี้กับ StoreHub

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ระบบ POS ต่างจากเครื่องคิดเงินยังไง

เครื่องคิดเงินแบบดั้งเดิมมักทำได้เพียงรับชำระเงินและพิมพ์ใบเสร็จเท่านั้น แต่ระบบ POS เป็นมากกว่านั้น เพราะสามารถช่วยคุณจัดการสต็อก ติดตามยอดขาย วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และควบคุมการทำงานของพนักงานได้ในระบบเดียว ถือเป็นเครื่องมืออัจฉริยะสำหรับเจ้าของร้านในยุคใหม่ที่ต้องการบริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

ใช้ระบบ POS ต้องลงทุนเท่าไร?

ค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับรูปแบบการให้บริการของแต่ละผู้ให้บริการ โดยทั่วไปจะมีทั้งแพคเกจรายเดือน เริ่มต้นที่หลักร้อยบาทต่อเดือน เหมาะสำหรับร้านขนาดเล็ก แพคเกจรายปีที่ราคาถูกลงมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับร้านค้าที่ต้องการใช้ระยะยาว หรือแบบซื้อขาดที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบชุด แต่อาจจะมีฟีเจอร์บางอย่างที่ใช้ไม่ได้เหมือนระบบที่เป็นรายปี ทั้งนี้ราคาของแต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับขนาดร้าน ฟีเจอร์ และบริการเสริมที่ต้องการใช้งานด้วย

ต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างในการใช้งาน?

อุปกรณ์พื้นฐานอาจรวมถึง iPad หรือแท็บเล็ต, เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ, ลิ้นชักเก็บเงิน และเครื่องสแกนบาร์โค้ด อย่างไรก็ตาม บางระบบ POS แบบ All-in-One จะรวมทุกอย่างไว้ในเครื่องเดียว ช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งและประหยัดพื้นที่หน้าร้าน

ถ้าไม่มีความรู้ด้านเทคนิค จะใช้งานได้ไหม?

ใช้งานได้แน่นอน เพราะระบบ POS ที่ดีจะถูกออกแบบให้เข้าใจง่ายแม้สำหรับมือใหม่ มาพร้อมคู่มือ วิดีโอแนะนำ หรือการสอนใช้งานจากทีมซัพพอร์ตโดยตรง เช่น StoreHub ที่มีทีมช่วยเหลือทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง ทำให้เจ้าของร้านสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจแม้ไม่มีพื้นฐานเทคโนโลยีมาก่อน

Related Posts

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ