Logo Image

New & Trending

New & Trending

วิธีเลือกกล่องใส่อาหาร พร้อมไอเดีย Food Packaging

วิธีเลือกกล่องใส่อาหาร พร้อมไอเดีย Food Packaging

วิธีเลือกกล่องใส่อาหาร พร้อมไอเดีย Food Packaging

15 เม.ย. 2563

วิธีเลือกกล่องใส่อาหาร พร้อมไอเดีย Food Packaging

รู้หรือเปล่าว่านอกจากรสชาติแสนอร่อยของแต่ละเมนูแล้ว กล่องใส่อาหาร ที่เราเรียกกันว่า Food Packaging ก็เป็นจุดขายของร้านได้ ? ซึ่งจากการคาดการณ์ของ Morgan Stanley นั้นพบว่า กล่องบรรจุอาหารจะช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านได้มากถึง 11% ภายในปี 2022! เพราะฉะนั้นหากร้านอาหารของคุณมีบริการ “ซื้อกลับบ้าน” หรือ “เดลิเวอรี่” ก็ต้องเลือกกล่องใส่อาหารให้เป็น เพื่อสะท้อนถึงตัวตน ความฉลาดเลือก และความใส่ใจของร้าน 

ลองคิดดูว่า ถ้าคุณเองสั่งเมนูโปรดออนไลน์ หรือหิ้วอาหารเจ้าประจำกลับบ้าน แต่กว่าจะถึง อาหารกลับเย็นชืดเสียหมด คุณก็คงจะทานไม่อร่อยใช่ไหมล่ะ ?

นั่นเป็นเพราะว่า ร้านอาหารร้านนั้นอาจจะเลือกบรรจุภัณฑ์ไม่เหมาะกับประเภทอาหารก็เป็นได้ ดังนั้นเพื่อให้อาหารของร้านคุณยังคงความสดใหม่อยู่เสมอ คุณจึงจำเป็นต้องเลือกกล่องใส่อาหารให้เป็นนั่นเอง

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับกล่องใส่อาหาร (Food Packaging)?

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับกล่องใส่อาหาร (Food Packaging)

ภาพจาก Unsplash

กล่องใส่อาหาร (Food Packaging) มีประโยชน์มากกว่าแค่ใส่อาหาร ทำให้หลายร้านหันมาใส่ใจในการเลือกมากขึ้น หรือบางร้านก็ถึงขั้นออกแบบ Food Packaging เอง เพราะกล่องใส่อาหารที่ใช่ มีข้อดีมากมายดังนี้ :-

  • ปกป้องอาหารจากการปนเปื้อน เมื่อต้องส่งอาหารเดลิเวอรี่ให้ลูกค้า

  • ทำให้อาหารน่าทานยิ่งขึ้น ถ้าลูกค้าได้รับอาหารในสภาพกล่องยับยู่ยี่ หรือมีอาหารเลอะเปื้อนกล่องออกมา ก็คงจะไม่น่าทานสักเท่าไหร่ จริงไหม​ ? ดังนั้นกล่องอาหารดีไซน์สวย สภาพสมบูรณ์ก็ช่วยให้อาหารน่าทานยิ่งขึ้น ไม่ต่างจากการเสิร์ฟอาหารบนจานเก๋ ๆ ที่มีการตกแต่งอาหารนั่นเอง

  • ช่วยควบคุมอุณหภูมิอาหาร อาหารที่ต้องเสิร์ฟร้อน ๆ ถึงจะอร่อยอย่างสปาเก็ตตี้, พิซซ่า, ซุป ฯลฯ เวลาที่ลูกค้ามาซื้อกลับไปทานบ้าน หรือสั่งอาหารออนไลน์ ก็ควรจะได้ทานร้อน ๆ เช่นกัน ลูกค้าหลายคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ หากร้านคุณใช้กล่องบรรจุอาหารที่ไม่เหมาะสม ลูกค้าก็อาจจะหันไปสั่งกับเจ้าอื่นก็เป็นได้

  • ช่วยให้ขายอาหารได้มากขึ้น รู้ไหมว่าแพ็คเกจจิ้งอาหารที่สวยสะดุดตา หรือมีดีไซน์ที่สร้างสรรค์ก็ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้ออาหารจากร้านคุณเช่นกัน ?

  • ช่วยให้คุณคิดสินค้าราคาพรีเมี่ยมได้ Food Packaging ที่ออกแบบมาอย่างดีและผลิตด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม จะช่วยสร้างมูลค่าให้กับเมนูอาหารได้ ซึ่งจากการศึกษาของ Asia Pulp & Paper นั้นพบว่า ลูกค้าเต็มใจจ่ายมากขึ้นหากร้านใช้กล่องใส่อาหารรักษ์โลก

  • ส่งเสริมแบรนด์ แพ็คเกจจิ้งก็ช่วยสะท้อนถึงตัวตนร้านและแบรนด์ได้เช่นกัน และยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างคุณกับลูกค้า ดังนั้นร้านจึงต้องเลือกสี ดีไซน์ และข้อความบนกล่องอย่างใส่ใจ เช่น หากร้านอาหารของคุณเป็นที่รู้จักในเรื่องของรสชาติอร่อยและมีความเฮฮาในตัว ก็ควรเลือกกล่องที่สะท้อนถึงจุดขายตรงนี้ แค่เห็นแว้บแรกลูกค้าก็จะรู้ทันทีว่านี่คืออาหารจากร้านคุณ

  • แสดงให้ลูกค้าเห็นว่าร้านอาหารของคุณให้ความสำคัญหรือว่าใส่ใจเรื่องไหน หากร้านของคุณใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในอนาคต ก็ควรเลือกใช้ Food Packaging ที่ย่อยสลายทางชีวภาพ (Biodegradable Packaging)

กล่องใส่อาหารแต่ละประเภทแพงไหม ราคาต่างกันเท่าไหร่ ?

กล่องใส่อาหารแต่ละประเภทแพงไหม ราคาต่างกันเท่าไหร่ ?

การเลือกวัสดุคือขั้นตอนสำคัญและเป็นขั้นตอนแรกของการเลือกกล่องใส่อาหารหรือ Food Packaging ซึ่งในปัจจุบัน

  • กล่องโฟม ช่วยคงความร้อนและรักษาความเย็นได้เป็นอย่างดี แต่ทำลายสิ่งแวดล้อม

  • กล่องพลาสติก แข็งแรง ทนทาน ป้องกันอาหารหกหรือเลอะได้ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

  • กล่องกระดาษ สามารถย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (Biodegradable Packaging) คุ้มค่าแก่การลงทุน ปริ้นต์และออกแบบ/ปรับแต่งได้ง่ายตามสไตล์ร้านอาหาร ทั้งยังแข็งแรงทนทาน สามารถควบคุมอุณหภูมิอาหารในกล่องได้เป็นอย่างดี

  • กล่องใส่อาหารรักษ์โลก หรือกล่องใส่อาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ราคาจะแพงขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม อาจจะเลือกเป็นขวดแก้วที่รีไซเคิลสำหรับเครื่องดื่มสมูทตี้ หรือเลือกเป็นกล่องอาหารที่ทำจากชานอ้อยและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติก็ได้

จากประเภทของวัสดุกล่องใส่อาหารที่เราได้ยกตัวอย่างมานี้ เราเชื่อว่า Food Packaging ที่ย่อยสลายทางชีวภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของร้านอาหาร ซึ่งแม้จะมีราคาสูงขึ้นมาหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุน แล้วอีกอย่างก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่พร้อมจะสนับสนุนและเต็มใจจ่ายแพงขึ้นเพื่อดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม อย่าลืมว่า เทรนด์อาหารและเครื่องดื่มในปี 2020 นี้ กระแสรักษ์โลกยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง

ควรเลือกกล่องใส่อาหาร (Food Packaging) ยังไงถึงจะสะท้อนตัวตนแบรนด์และโดนใจลูกค้า ?

ควรเลือกกล่องใส่อาหาร (Food Packaging) ยังไงถึงจะสะท้อนตัวตนแบรนด์และโดนใจลูกค้า

ภาพจาก Unsplash

คราวนี้มาถึงวิธีเลือกกล่องใส่อาหารกันดีกว่า เรามาดูกันเลยว่าจะเลือก Food Packaging ยังไงให้สื่อถึงตัวตนร้านและสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่สั่งอาหาร หรือว่าซื้อกลับไปทานบ้าน ซึ่งเราก็ได้รวบรวมมาฝากร้านอาหาร 4 ข้อด้วยกัน คือ

1. เลือกกล่องใส่อาหารและเครื่องดื่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างที่เรากล่าวไปแล้วว่า เทรนด์แพ็คเกจจิ้งที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นเทรนด์มาแรงที่ร้านอาหารต้องให้ความสำคัญในปี 2020 นี้ นั่นก็เพราะว่าลูกค้ายุคใหม่ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรสชาติอาหารเท่านั้น แต่ลูกค้าต้องการจ่ายเงินให้กับร้านที่มีเรื่องราว คือรู้ที่มาของอาหารแต่ละเมนู รู้จักส่วนผสม และขั้นตอนการทำ 

นอกจากนี้ลูกค้ายังให้คุณค่าและใส่ใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น ทั้งยังส่งเสริมร้านอาหารที่คืนประโยชน์กลับสู่สังคม ดังนั้นการเลือกใช้กล่องใส่อาหารอย่างชาญฉลาด โดยเลือกแพ็คเกจจิ้งที่ย่อยสลายได้ง่ายและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงเป็นทางเลือกของร้านอาหารในยุคนี้และต่อไปในอนาคต

2. เลือกใช้แพ็คเกจจิ้งสไตล์มินิมอล

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ดีไซน์ที่เรียบง่ายก็ยังครองใจลูกค้าร้านอาหารและร้านอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดีเสมอมา เพราะบางทีกล่องที่เต็มไปด้วยลวดลายหรือตกแต่งด้วยอะไรที่ไม่จำเป็น มีแต่จะทำให้อาหารของคุณน่าทานน้อยลง และลูกค้าก็อาจจะไม่ปลื้มหรือสั่งอาหารเดลิเวอรี่ร้านคุณอีกเลยก็ได้ ในทางกลับกันกล่องใส่อาหารสไตล์มินิมอลมีแต่จะส่งผลดีต่อร้านอาหารคุณ เพราะว่า  . . . 

  • กล่องอาหารหรือเครื่องดื่มสไตล์มินิมอล เป็นดีไซน์ที่ไม่เน้นขายหรือทำการตลาดมากเกินไป

  • เป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่สิ้นเปลือง ประหยัด และส่วนใหญ่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • ช่วยให้ร้านหรือแบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างมูลค่าให้กับอาหาร ร้านจึงเรียบหรูดูแพง และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายมากขึ้นในสายตาลูกค้า

  • ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและไม่ตกแต่งกล่องอาหารจนเกินงาม ทำให้ร้านของคุณสามารถสื่อสารกับลูกค้าร้านอาหารและสื่อถึงคีย์เมสเสจ (Key Message) ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ลูกค้าตระหนักและรับรู้เรื่องราวของแบรนด์ได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้นถ้าอยากได้เปรียบคู่แข่งร้านอาหารอื่น ๆ อย่าลืมใส่ข้อมูลและดีไซน์กราฟิกที่สอดคล้องกับตัวตนร้านมากที่สุด

3. เลือกกล่องที่เขียน/ใส่ข้อความถึงลูกค้าได้

หลายแบรนด์ดังเลือกที่จะใส่ข้อความอินเทรนด์หรือข้อความที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มลูกค้าเพื่อสร้างความประทับใจ ซึ่งก็ถือว่าได้ผลดีและมีประสิทธิภาพมาก ๆ อย่างโค้ก หรือ Coca-Cola แบรนด์เครื่องดื่มน้ำอัดลมชื่อดังก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะมักจะมีข้อความข้างกระป๋องหรือขวดไว้เรียกลูกค้า ทั้ง แชร์โค้ก แชร์ความรู้สึกว้าว, ส่งโค้กให้แม่ และส่งโค้กให้คิมจองฮุน เป็นต้น

ดังนั้นในฐานะร้านอาหาร คุณสามารถปรับกลยุทธ์นี้ใช้ร้านเมื่อลูกค้าสั่งอาหารและเครื่องดื่มได้ อาจจะเขียนชื่อลูกค้าพร้อมข้อความขอบคุณที่ลูกค้าสั่งอาหาร หรือปริ้นต์ข้อความที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกพิเศษก็ได้ แล้วลูกค้าจะติดใจและกลับมาสั่งอาหารกับเครื่องดื่มของร้านอีกบ่อย ๆ แน่นอน !

4. เลือกแพ็คเกจจิ้งที่สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก

ร้านอาหารควรให้ความสำคัญในเรื่องความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นอันดับต้น ๆ เพราะลูกค้ายุคปัจจุบันมีไลฟ์สไตล์ที่ค่อนข้างยุ่งยากอยู่แล้ว เมื่อลูกค้าซื้ออาหารกลับบ้าน หรือว่าสั่งอาหารออนไลน์ นั่นหมายความว่าพวกเขาไม่อยากเสียเวลาทำอาหารหรือล้างจาน

คุณจึงควรเลือกกล่องใส่อาหารที่สะดวกสบายและดีต่อใจลูกค้า คือ น้ำหนักเบา หิ้ว/ถือง่าย ปิดได้ รักษาอาหารได้ดี แม้ทานไม่หมด เช่น ถ้าคุณเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ด้านบนของกล่องก็ควรจะมีหูหิ้วให้ลูกค้าหยิบจับสะดวกและแยกน้ำซุป เส้นจะได้ไม่อืดก่อนถึงเวลากิน

10 ไอเดียกล่องใส่อาหาร (Food Packaging) สุดเก๋ที่จะทำให้ร้านอาหารเรียกลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

คราวนี้มาดูกันดีกว่าว่ามีแพ็คเกจจิ้งหรือกล่องใส่อาหารสไตล์ไหนน่าสนใจบ้าง โดยเรามี 10 ไอเดียมานำเสนอเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับร้านอาหาร ดังนี้ :-

1. กล่องใส่ข้าว

Food Packaging: กล่องใส่ข้าว

ภาพจาก 1 และ 2 จาก Pinterest

2. กล่องใส่สลัด

Food Packaging: กล่องใส่สลัด

ภาพจาก 1 และ 2 จาก Pinterest

3. กล่องใส่อาหารฟาสต์ฟู้ด

Food Packaging: กล่องใส่อาหารฟาสต์ฟู้ด

ภาพที่ 1 จาก Pinterest, ภาพที่ 2 จาก Envato Element

4. กล่องใส่อาหารประเภทผัดเส้น

Food Packaging: กล่องใส่อาหารประเภทผัดเส้น

ภาพที่ 1 และ 2 จาก Pinterest

5. กล่องใส่ซูชิ

Food Packaging: กล่องใส่ซูชิ

ภาพที่ 1 และ 2 จาก Pinterest

6. กล่องใส่ไอศกรีม

Food Packaging: กล่องใส่ไอศกรีม

ภาพที่ 1 และ 2 จาก Pinterest

7. กล่องใส่ขนมและเบเกอรี่

Food Packaging: กล่องใส่ขนมและเบเกอรี่

ภาพที่ 1 และ 2 จาก Pinterest

8. แพ็คเกจจิ้งกาแฟ

Food Packaging: กาแฟสั่งกลับบ้าน_เดลิเวอรี่

ภาพที่ 1 และ 2 จาก Pinterest

9. แพ็คเกจจิ้งชาไข่มุก

Food Packaging แพ็คเกจจิ้งชาไข่มุก ซื้อกลับบ้าน_เดลิเวอรี่

ภาพที่ 1 และ 2 จาก Pinterest

10. แพ็คเกจจิ้งน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ

Food Packaging แพ็คเกจจิ้งน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ

ภาพที่ 1 และ 2 จาก Pinterest

และทั้งหมดนี้ก็คือวิธีเลือกกล่องใส่อาหารและไอเดีย Food Packaging ที่เรานำมาฝาก หากใครมีไอเดียเพิ่มเติม หรือต้องการนำเสนอเคล็ดลับในการเลือกแพ็คเกจจิ้งอาหารสำหรับเดลิเวอรี่และซื้อกลับบ้าน สามารถคอมเมนต์ใต้บล็อกเพื่อแชร์กับเราได้เลยนะคะ ขอย้ำอีกทีว่า ควรเลือกกล่องที่มีดีไซน์เข้ากับร้านหรือแบรนด์ของคุณ แล้วดีไซน์ ข้อความ หรือว่าข้อมูลบนกล่องต้องตรงประเด็นที่ร้านต้องการสื่อสารกับลูกค้าค่ะ

เข้าถึงลูกค้าร้านอาหารและส่งตรงความอร่อยง่ายขึ้น

ด้วย Beep Delivery จากสโตร์ฮับ

Beep Delivery ฟีเจอร์ใหม่จาก StoreHub

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับสามารถช่วยคุณจัดการร้านอาหารได้อย่างไร

Related Posts

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ