Logo Image

New & Trending

New & Trending

ขายดีบนออนไลน์: Social Media ที่ร้านค้าต้องมี

ขายดีบนออนไลน์: Social Media ที่ร้านค้าต้องมี

ขายดีบนออนไลน์: Social Media ที่ร้านค้าต้องมี

7 ก.ค. 2568

ขายดีบนออนไลน์: Social Media ที่ร้านค้าต้องมี

คุณเป็นเจ้าของร้านอาหารหรือธุรกิจค้าปลีกในไทยที่อยากขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขายใช่ไหม? โซเชียลมีเดียคืออาวุธลับยุคใหม่ที่เจ้าของ SME ไทยนำมาใช้พลิกธุรกิจให้โตเร็วและมีกำไรมากขึ้น – แต่แทนที่จะโพสต์มั่วหรือเลือกทุกแพลตฟอร์มโดยไม่วางแผน จุดเปลี่ยนจริงอยู่ที่ “การเลือกใช้แต่ละแพลตฟอร์มให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายและเป้าหมายธุรกิจของคุณ”

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อ SME ไทยที่เน้นผลลัพธ์และการลงมือทำ คุณจะได้รู้:

  • จุดเด่นและข้อแตกต่างของ Facebook, Instagram, YouTube, และ LINE – พร้อมกลุ่มเป้าหมายแต่ละช่องทาง (อ้างอิงจาก Thailand Business News และ Meltwater)

  • กลยุทธ์สร้างแบรนด์, lead, conversion, วิเคราะห์คู่แข่ง และประสบการณ์กรณีศึกษาในแบบที่ SME ทำตามได้เลย

  • คำแนะนำตรงจุดสำหรับเจ้าของร้านที่อยากเพิ่มรายได้ ลดเวลา และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่เจอกันบ่อย

ถ้าคุณอยากให้โซเชียลมีเดียสร้างยอดขาย ไม่ใช่แค่ยอดไลค์ บทความนี้คือคู่มือจริงสำหรับคุณ และ StoreHub พร้อมช่วยผลักดันธุรกิจของคุณด้วยโซลูชันแบบ All-in-one ตั้งแต่ POS, ระบบสต็อก, QR Order & Pay, Loyalty, ร้านค้าออนไลน์ และเครื่องมือวิเคราะห์ที่ SME ไทยใช้งานได้จริง

เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจไทย

สิ่งที่ SME ส่วนใหญ่เจอกันประจำ คือ “ตั้งเพจไว้ทุกแพลตฟอร์มแต่ไม่มีเวลา/คนทำคอนเทนต์ หรือโพสต์แบบไม่วางแผน” ผลลัพธ์คือเสียทั้งเวลาและงบ ไม่ได้ลูกค้าที่ใช่

หัวใจสำคัญคือ “เลือกใช้แพลตฟอร์มที่ลูกค้าเป้าหมายของคุณอยู่จริง” แล้วเจาะให้สุด – ลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มโอกาสปิดการขายในตลาดไทย

เจาะจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายของ 4 แพลตฟอร์มหลัก

  • Facebook:

    • ครองแชมป์โซเชียลในไทย มีผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคน (91% penetration) – กลุ่มอายุ 18-50 ปีขึ้นไป ทั้งวัยทำงาน พ่อแม่เจ้าของกิจการ และกลุ่มมีกำลังซื้อ

    • เหมาะกับ F&B ร้านค้าปลีก ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค ฯลฯ

    • ตัวอย่าง: ร้านอาหารที่ใช้ Facebook Page + Facebook Ads โปรโมทเมนูใหม่ จัดแคมเปญส่งท้ายหรือบูสต์โพสต์รีวิวพร้อมลิงก์สั่งอาหารปังแน่นร้าน

  • Instagram:

    • กลุ่มคนรุ่นใหม่และเจเนอเรชันวาย (18-35 ปี) – แฟชั่น ร้านกาแฟ ร้านขนม สินค้าสุขภาพ ความงาม ไลฟ์สไตล์

    • สายภาพลักษณ์ สินค้าสวย อาหาร Instagrammable จะเหนือกว่าแพลตฟอร์มอื่น

    • อินฟลูเอนเซอร์ช่วยรีวิว Boost Brand Awareness ได้เร็ว

  • YouTube:

    • วิดีโอกินใจ เด่นชัดในกลุ่ม 18-45 ปี – เหมาะกับร้านที่สร้างคอนเทนต์สอนทำอาหาร รีวิวสินค้า บรรยากาศร้านใหม่ หรือเล่าเรื่องเบื้องหลังธุรกิจ

    • 47.6 ล้านคนเข้าถึงผ่าน YouTube Ads (66.4% ของประชากรไทย) ข้อมูล 2024

  • LINE:

    • ครอบคลุมทั้งกลุ่มเด็ก-วัยทำงาน-ผู้สูงอายุ (เป็นโซเชียลหลักของไทย)

    • ร้านค้าที่ต้องการ Broadcast ข้อความ แจ้งโปรฯ ส่งคูปอง หรือแชทปิดการขายกับลูกค้าโดยตรง LINE OA คืออาวุธสำคัญ

    • เหมาะกับร้านอาหารเดลิเวอรี เครื่องสำอาง คลินิก สินค้ากลุ่มฟังก์ชันที่ลูกค้าอยากสอบถามแบบส่วนตัว

สังเกตว่าแต่ละแพลตฟอร์ม “มีคาแรกเตอร์” ห้ามเลือกแค่เพราะคู่แข่งทำหรือคนรอบข้างพูดว่า ‘ต้องมีทุกช่อง!’ ลูกค้าของคุณใช้แพลตฟอร์มไหนเป็นหลัก – ไปให้สุดที่นั่น

เช่น ร้านคาเฟ่สายรูปสวย ลง IG เน้นรูป Story – แต่ถ้าเปิดรับ Walk-in/เดลิเวอรีขึ้น Facebook Ads ยิงโปรถึงกลุ่มทำงานระแวกนั้น ส่วนร้านที่ลูกค้าถามข้อมูลประจำ LINE OA คือเครื่องมือปิดการขายเร็วสุด

ขายดีบนออนไลน์ Social Media ที่ร้านค้าต้องมี - สร้าง Brand Awareness และ Engagement

ใช้ Social Media สร้าง Brand Awareness และ Engagement ที่จับต้องได้

หลายร้านค้าคิดว่าแค่โพสต์รายวันก็พอ… แต่ความจริงถ้าคงที่ “ภาพ/ข้อความ/วิดีโอ” แบบไม่มีแผน ผลตอบรับจะตกทันที ต่อให้จ่ายโฆษณามากแค่ไหนก็เสียเปล่า

ต้องวาง กลยุทธ์เนื้อหา (Content Strategy) ให้ตอบโจทย์ Customer Journey จริง

วางกลยุทธ์เนื้อหาแต่ละแพลตฟอร์ม: เจาะกลุ่ม เข้าถึงง่าย สร้าง Engagement

  • Facebook:

    • ทดลองคอนเทนต์ทั้งแบบภาพ/วิดีโอ/โพสต์ข้อความ/Live สด ตามสิ่งที่ลูกค้าชอบ

    • ใช้ Facebook Ads กำหนด target ยิงเฉพาะ zone, เพศ, อายุ หรือความสนใจได้ (เช่น "อาหารอิสลาม/อาหารสุขภาพ" เฉพาะในกรุงเทพฯ)

    • สร้าง Poll หรือ Q&A ให้ลูกค้าร่วมสนุก รับส่วนลด ทำให้ลูกค้า “มีส่วนร่วม” มากกว่าการรับสาร

  • Instagram:

    • ใช้ Reels หรือ Story เน้นภาพเคลื่อนไหว รีวิวลูกค้า หรือเบื้องหลังร้านที่คนอยากรู้อยู่แล้ว

    • Seasonal Hashtag เช่น #cafehoppingbangkok ติดได้ทั้งที่โพสต์และ Story

    • ตัวอย่าง: ร้านเสื้อผ้าที่ขายบน IG สร้าง Visual Storytelling ที่ชัดเจนในทุกภาพ

  • YouTube:

    • วิดีโอยาว/สั้นแบ่งความรู้ แชร์เคล็ดลับ หรือสัมภาษณ์ลูกค้าประจำ – ดูซ้ำได้, เพิ่ม SEO ด้วยคำค้นสินค้า/ร้านในคลิปด้วย

    • ร้านที่ถ่ายเมนู หรือสอนวิธีใช้สินค้าผ่านคลิป YouTube มีโอกาสสร้าง Backlink กลับมาที่ร้านค้าออนไลน์ ได้ leads ตรง

  • LINE:

    • ฟีเจอร์ LINE Broadcast ส่งโปร/คูปองตรงถึง smartphone ลูกค้า (Push Notification อัตราเปิดอ่านสูงกว่าทุกช่องทาง)

    • ตอบแชท Realtime – ใช้แอดมินหรือระบบตอบอัตโนมัติ เช่น StoreHub’s integration with LINE OA ที่ผูกข้อมูลออเดอร์และ Loyalty ได้เลย

จุดเปลี่ยนจริง: “สร้างปฏิสัมพันธ์” ต่อเนื่อง สร้างความคุ้นเคยจนลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์ของคุณคือคนรู้จัก ไม่ใช่ร้านค้าทั่วไป

โปรดจำไว้ว่า “เมนูเด็ด ข้อความโดน รูปภาพสวย” ช่วยให้คนจดจำ เพิ่ม Brand Recall ทำให้กลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อในวงกว้าง

กลยุทธ์ Social Commerce: นำพา Leads – Conversion – ปิดการขายบนโซเชียล

จากเดิม Social Media ใช้แค่สร้างกระแส – แต่ SME ที่โตเร็วในปี 2024+ ล้วนเอาแพลตฟอร์มเหล่านี้มา “เปลี่ยนยอดไลค์เป็นยอดขาย” Social Commerce เป็นโอกาสทองร้านค้าทุกขนาด

วิธีเชื่อมโยงและปิดการขายบนแต่ละแพลตฟอร์ม

  • Facebook:

    • ตั้ง Facebook Shop ซิงค์สินค้ากับร้านออนไลน์ StoreHub ได้เลย – ลูกค้ากดเลือก-จ่าย-รับโปร-รับแต้มได้ใน 1 Click

    • ใช้ฟีเจอร์ “ส่งข้อความหาเพจ” (Facebook Messenger) ผูกกับ StoreHub CRM สำหรับเก็บ Leads รีบร้อนปิดดีล

    • ยิงแคมเปญ Facebook Lead Ads แล้วดึงอีเมล/เบอร์มือถือเข้าสู่ระบบ Loyalty ของ StoreHub อัตโนมัติ

  • Instagram:

    • Tag สินค้าในรูป โอนลูกค้าเข้า IG Shop หรือดึงลิงก์ร้านค้า E-Commerce (StoreHub’s e-store) ที่ bio

    • Story พร้อมปุ่ม Call-to-Action เช่น “สั่งเลย รับคูปอง 50฿” ให้แชทเข้าออโต้ตอบแบบ Chat Commerce ลด drop-off

  • YouTube:

    • แนบลิงก์สินค้ากับวิดีโอ (Description หรือ End Screen) ให้ผู้ดูคลิกเชื่อมต่อร้านออนไลน์ของคุณได้ทันที

    • โฆษณาที่ Custom Target ตามเพศ/ช่วงอายุ/เขตพื้นที่ เพิ่มแคมเปญ Awareness หรือ Conversion

  • LINE:

    • ใช้ฟีเจอร์ Order & Pay จาก StoreHub เชื่อมกับ LINE OA – ลูกค้าสั่งอาหาร/จ่าย ได้จบในมือถือเลย

    • Push บัตรสมาชิก (Loyalty) และโปรโมชั่นแบบ Personalized เช่น “ลูกค้าชื่อ A รับส่วนลดวันเกิดอัตโนมัติ”

ใช้ Data/Insight เพื่อปรับปรุง Conversion Rate จริง

  • ตรวจสอบยอดอินบ็อกซ์ จำนวนคลิก และ drop-off point ผ่าน StoreHub’s Reporting & Analytics ควบคู่กับข้อมูลจากแต่ละแพลตฟอร์ม

  • ทดลองข้อความใหม่ เปลี่ยนภาพสินค้า หรือปรับราคาแบบ Dynamic Pricing เพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงที่ลูกค้าแอคทีฟที่สุด

  • ส่ง SMS/LINE คูปองถึงลูกค้าที่ “กดแต่ไม่จ่ายเงิน” กระตุ้น conversion เพิ่มขึ้นแบบวัดผลได้

การเชื่อมระหว่างโซเชียลกับระบบหลังบ้านธุรกิจ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องคนหล่นหาย ลดเวลา admin จัดการออเดอร์ เพิ่มโอกาสปิดการขายแบบทันที

ขายดีบนออนไลน์ Social Media ที่ร้านค้าต้องมี - วิเคราะห์คู่แข่ง ปรับกลยุทธ์ตาม Insight

ใช้ Social Media วิเคราะห์คู่แข่ง ปรับกลยุทธ์ตาม Insight

โซเชียลมีเดียเป็น “ขุมทองไอเดีย” ของร้านค้าคู่แข่ง ถ้าคุณรู้จักสังเกตและนำ Data มาใช้ – SME ไทยที่ประสบความสำเร็จ มักดูว่าคู่แข่งลงแคมเปญอะไร ลูกค้ามีปฏิกิริยายังไง แล้วนำมาปรับใช้แบบเร็วทันสถานการณ์

วิธีวิเคราะห์ Insight จากแต่ละแพลตฟอร์ม

  • ฟีเจอร์ Analytics/Insight:

    • Facebook Page Insights หรือ StoreHub’s Reporting ดูยอด reach, engagement, ดีที่สุดโพสต์ไหน, ช่วงเวลาลูกค้าออนไลน์สูงสุด

    • Instagram Insights วิเคราะห์ story/โพสต์ที่ยอด impression สูง ดูแฮชแท็กที่ได้ผลจริง

    • YouTube Analytics เจาะเจนว่าคลิปไหน CTR สูง, Retention ดี จุดไหนคนกดออก – เอา Data ปรับเนื้อหาและ Call-to-Action ในคลิปต่อๆ ไป

    • LINE OA Analytics ดู open rate, block rate กับแต่ละ Broadcast – เอา insight ไป Segment ลูกค้า

  • วิธีฟังเสียงลูกค้าและคู่แข่ง:

    • อ่านคอมเมนต์/รีวิวทั้งร้านตัวเองและร้านแข่งเพื่อจับ Pain point ใหม่ๆ หรือเทรนด์ที่กำลังมาใน line of business

    • ปรับ content หรือโปรโมชั่นแบบ real-time ไม่ต้องรอหลายสัปดาห์

  • การปรับกลยุทธ์ทันเทรนด์:

    • ถ้าคู่แข่งลงคอนเทนต์แนวใหม่แล้ว Engagement พุ่ง คุณควรทดลองกับลูกค้าตัวเอง อย่ารอแต่คอนเทนต์แนวเดิม

    • นำ Report จาก StoreHub และโซเชียลมาเปรียบเทียบ เช่น ยอดขายแคมเปญ Facebook x ยอด Walk-in ขายดีช่วงไหน

การกู้ Data และนำมาปรับจริง จะช่วยให้ใช้ Budget ต่ำสุดแต่ผลลัพธ์สูง เพิ่มรายได้และลดของเสียในแต่ละแคมเปญ

สร้าง Branding ให้ชัดเจนบน Social Media: ตัวอย่างการเล่าเรื่องและเลือก Visual

ภาพลักษณ์ (Branding) บนโลกโซเชียล จะกำหนดว่าลูกค้า “อยากกลับมาซื้อซ้ำ” หรือไม่ – แบรนด์ที่แข็งแรงจะกลายเป็น Top of Mind แม้ต้องแข่งกับงบโฆษณาร้านใหญ่

เล่าเรื่องและเลือก Visual & Tone ให้เหมาะกับแบรนด์และแพลตฟอร์ม

  • Facebook: เสียงตรง-จริงใจ-สื่อสารง่าย ตัวอย่าง: ร้านอาหารที่เล่าต้นกำเนิดเมนู วัตถุดิบ หรือเบื้องหลังความตั้งใจเจ้าของร้าน (ต่อให้เป็นร้านเล็ก ก็น่าประทับใจ)

  • Instagram: ภาพคุมโทนชัดเจน, ฟอนต์และการคุมสีสื่อเอกลักษณ์ ถ้าชื่อร้านเล็กอ่านง่าย ลูกค้าแคปและแชร์ลงสตอรี่ได้

  • YouTube: วิดีโอสัมภาษณ์ รีวิวจริง ไม่ปรุงแต่งมาก – ตัวอย่าง: StoreHub แชร์ประสบการณ์ร้านอาหารลูกค้าที่ใช้ระบบ QR Order & Pay เพิ่มรอบการขายต่อโต๊ะ 30% ภายใน 1 เดือน

  • LINE: ขอใช้ภาษาง่าย สั้น-ชัดเจน ให้เป็นกันเอง เหมือนแชทเพื่อน อย่าเน้นทางการเกินไป

ตัวอย่างร้านไทยที่ทำ Branding ได้ดีบนโซเชียล

  • ร้านข้าวมันไก่ชื่อดังย่านอนุสาวรีย์ฯ เพิ่มยอดจองผ่าน LINE OA หลังเปลี่ยนให้ลูกค้าแอดไลน์ แล้วแจ้งโปรเฉพาะคนที่สมัครสมาชิก StoreHub Loyalty – ได้ข้อมูลลูกค้าซ้ำกลับมาซื้อเดือนเว้นเดือน

  • ร้านคาเฟ่เปิดใหม่ใช้ Instagram ให้ลูกค้าถ่ายรูป แท็ก #ชื่อร้าน รับส่วนลดทันที สร้างฐานลูกค้า Gen Z โตเร็วใน 4 เดือน

  • ร้าน pizza เล็กในกรุงเทพฯ สร้าง YouTube สอนทำพิซซ่าและรีวิวเมนูใหม่ ขายดีเพราะผูกลิงก์ไปยังหน้าร้านออนไลน์ StoreHub – ทุกออเดอร์ผ่านโซเชียล sync ข้อมูลแบบ real-time ลด admin error

อย่าลืม – Branding บนโซเชียลไม่ใช่แค่แต่งภาพสวย แต่ต้องสื่อแก่นแท้ ความตั้งใจ หรือประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ใครเห็นแล้วพูดต่อได้

สรุป & Call-to-Action: วางกลยุทธ์โซเชียลให้ถูกจุด – SME ไทยก็ขยายธุรกิจได้แบบมืออาชีพ

Social Media ไม่ใช่แค่โพสต์สนุก – แต่คือขุมทรัพย์ lead รายใหม่ รักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจ SME ไทยได้แบบมีแผน ช่วงชิงโอกาสก่อนคู่แข่ง

  • เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับลูกค้าของคุณ – เจาะลึกและใช้จุดแข็งแต่ละช่องทาง

  • วางกลยุทธ์เนื้อหา เพื่อสร้างการรับรู้และ engagement ไม่ใช่แค่ update ตามกระแส

  • ดึงข้อมูลจาก StoreHub’s Reporting & Analytics และ insight จากโซเชียล มาเชื่อมโยงปรับปรุงยอดขาย “เห็นผลชัด”

  • เชื่อมต่อ Social Commerce ร้านค้าออนไลน์ คูปอง Loyalty เพื่อปิดการขายและเก็บลูกค้าซ้ำในระบบเดียว

เริ่มวันนี้ – ลองเลือกรูปแบบการเล่าเรื่องและคอนเทนต์ใหม่ ๆ ตามลูกค้ากลุ่มหลักของคุณ วัดผลอย่างจริงจัง และอย่าลืมใช้เครื่องมือที่เชื่อถือได้อย่าง StoreHub เพื่อปลดล็อกการเติบโตอย่างมั่นใจ ไม่ต้องเสียเวลางานเอกสารหรือจมกับยอดออเดอร์ที่ไม่สอดคล้องกันอีกต่อไป

ถ้าต้องการคำแนะนำส่วนตัว หรืออยากเริ่มรับมือกับโซเชียล/ระบบหลังบ้านแบบมืออาชีพ ติดต่อ StoreHub วันนี้ เพื่อวางแผนและตั้งค่าร้านค้าของคุณให้เป็น “ร้านอัจฉริยะ” ที่โตได้จริงในยุคดิจิทัล

พร้อมเปลี่ยนยอด Like เป็นลูกค้าจริงหรือยัง? เริ่มต้นที่นี่กับ StoreHub

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ควรเลือกทุกแพลตฟอร์มหรือเจาะเฉพาะช่องที่เหมาะกับธุรกิจไหม?

เลือก 1-2 ช่องที่ “ลูกค้าหลักของคุณใช้อยู่จริง” แล้วลงทุนเนื้อหา/โฆษณาให้สุด อย่าเริ่มพร้อมกัน 4-5 ช่องถ้าไม่มีทีม – เพราะทรัพยากรจะถูกแบ่งจนทำได้ไม่ดีสักช่องเดียว เจาะลึกช่องที่เหมาะกับลูกค้าและสินค้าเป็นอันดับแรก

ข้อควรระวังเมื่อเริ่มลงทุนใน Social Media

การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียมีโอกาสสร้างยอดขายและการรับรู้แบรนด์ได้สูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ควรระวัง สิ่งสำคัญคือไม่ควรทุ่มงบโฆษณาก้อนโตตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่มีข้อมูล เพราะการเริ่มต้นที่ดีคือการทดลองแคมเปญขนาดเล็ก เก็บสถิติ และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ real-time เพื่อนำข้อมูลไปปรับกลยุทธ์ นอกจากนี้ไม่ควรซื้อยอดไลก์หรือผู้ติดตามปลอม เพราะแม้ตัวเลขจะดูดี แต่ไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริง การเติบโตที่ยั่งยืนมาจากการสร้าง traffic และ engagement ของจริงเท่านั้น อีกเรื่องที่ต้องใส่ใจคือการดูแลข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยในทุกช่องทาง เช่น ใช้ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า (CRM) และ Loyalty Program ที่เก็บข้อมูลไว้กับร้านโดยตรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียมีโอกาสสร้างยอดขายและการรับรู้แบรนด์ได้สูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ควรระวัง สิ่งสำคัญคือไม่ควรทุ่มงบโฆษณาก้อนโตตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่มีข้อมูล เพราะการเริ่มต้นที่ดีคือการทดลองแคมเปญขนาดเล็ก เก็บสถิติ และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ real-time เพื่อนำข้อมูลไปปรับกลยุทธ์ นอกจากนี้ไม่ควรซื้อยอดไลก์หรือผู้ติดตามปลอม เพราะแม้ตัวเลขจะดูดี แต่ไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริง การเติบโตที่ยั่งยืนมาจากการสร้าง traffic และ engagement ของจริงเท่านั้น อีกเรื่องที่ต้องใส่ใจคือการดูแลข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยในทุกช่องทาง เช่น ใช้ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า (CRM) และ Loyalty Program ที่เก็บข้อมูลไว้กับร้านโดยตรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหล

ถ้าเพิ่งเริ่มต้นทำ Social Media Marketing ต้องเริ่มยังไง?

จุดเริ่มต้นของการทำการตลาดโซเชียลมีเดียที่มีประสิทธิภาพคือการรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ทั้งอายุ เพศ พื้นที่ และไลฟ์สไตล์ จากนั้นเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม 1–2 ช่องทางเพื่อโฟกัส เช่น หากกลุ่มลูกค้าอายุ 18–35 ปี มักจะใช้งาน Instagram ขณะที่กลุ่ม 25–50 ปีมักอยู่บน Facebook และ LINE การสร้างปฏิทินคอนเทนต์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถทดลองเนื้อหาใหม่ ๆ เก็บสถิติ และเรียนรู้ว่าลูกค้าชอบแบบไหน สุดท้ายคือการใช้เครื่องมือที่ช่วยเก็บ Leads ปิดการขาย และซิงก์ข้อมูลออเดอร์กับโซเชียลอย่างเป็นระบบ เช่น StoreHub ที่สามารถปลดล็อกการเติบโตได้ครบวงจรแบบ All-in-one

ควรเลือกทุกแพลตฟอร์มหรือเจาะเฉพาะช่องที่เหมาะกับธุรกิจไหม?

เลือก 1-2 ช่องที่ “ลูกค้าหลักของคุณใช้อยู่จริง” แล้วลงทุนเนื้อหา/โฆษณาให้สุด อย่าเริ่มพร้อมกัน 4-5 ช่องถ้าไม่มีทีม – เพราะทรัพยากรจะถูกแบ่งจนทำได้ไม่ดีสักช่องเดียว เจาะลึกช่องที่เหมาะกับลูกค้าและสินค้าเป็นอันดับแรก

ข้อควรระวังเมื่อเริ่มลงทุนใน Social Media

การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียมีโอกาสสร้างยอดขายและการรับรู้แบรนด์ได้สูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ควรระวัง สิ่งสำคัญคือไม่ควรทุ่มงบโฆษณาก้อนโตตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่มีข้อมูล เพราะการเริ่มต้นที่ดีคือการทดลองแคมเปญขนาดเล็ก เก็บสถิติ และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ real-time เพื่อนำข้อมูลไปปรับกลยุทธ์ นอกจากนี้ไม่ควรซื้อยอดไลก์หรือผู้ติดตามปลอม เพราะแม้ตัวเลขจะดูดี แต่ไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริง การเติบโตที่ยั่งยืนมาจากการสร้าง traffic และ engagement ของจริงเท่านั้น อีกเรื่องที่ต้องใส่ใจคือการดูแลข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยในทุกช่องทาง เช่น ใช้ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า (CRM) และ Loyalty Program ที่เก็บข้อมูลไว้กับร้านโดยตรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียมีโอกาสสร้างยอดขายและการรับรู้แบรนด์ได้สูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ควรระวัง สิ่งสำคัญคือไม่ควรทุ่มงบโฆษณาก้อนโตตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่มีข้อมูล เพราะการเริ่มต้นที่ดีคือการทดลองแคมเปญขนาดเล็ก เก็บสถิติ และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ real-time เพื่อนำข้อมูลไปปรับกลยุทธ์ นอกจากนี้ไม่ควรซื้อยอดไลก์หรือผู้ติดตามปลอม เพราะแม้ตัวเลขจะดูดี แต่ไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริง การเติบโตที่ยั่งยืนมาจากการสร้าง traffic และ engagement ของจริงเท่านั้น อีกเรื่องที่ต้องใส่ใจคือการดูแลข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยในทุกช่องทาง เช่น ใช้ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า (CRM) และ Loyalty Program ที่เก็บข้อมูลไว้กับร้านโดยตรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหล

ถ้าเพิ่งเริ่มต้นทำ Social Media Marketing ต้องเริ่มยังไง?

จุดเริ่มต้นของการทำการตลาดโซเชียลมีเดียที่มีประสิทธิภาพคือการรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ทั้งอายุ เพศ พื้นที่ และไลฟ์สไตล์ จากนั้นเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม 1–2 ช่องทางเพื่อโฟกัส เช่น หากกลุ่มลูกค้าอายุ 18–35 ปี มักจะใช้งาน Instagram ขณะที่กลุ่ม 25–50 ปีมักอยู่บน Facebook และ LINE การสร้างปฏิทินคอนเทนต์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถทดลองเนื้อหาใหม่ ๆ เก็บสถิติ และเรียนรู้ว่าลูกค้าชอบแบบไหน สุดท้ายคือการใช้เครื่องมือที่ช่วยเก็บ Leads ปิดการขาย และซิงก์ข้อมูลออเดอร์กับโซเชียลอย่างเป็นระบบ เช่น StoreHub ที่สามารถปลดล็อกการเติบโตได้ครบวงจรแบบ All-in-one

ควรเลือกทุกแพลตฟอร์มหรือเจาะเฉพาะช่องที่เหมาะกับธุรกิจไหม?

เลือก 1-2 ช่องที่ “ลูกค้าหลักของคุณใช้อยู่จริง” แล้วลงทุนเนื้อหา/โฆษณาให้สุด อย่าเริ่มพร้อมกัน 4-5 ช่องถ้าไม่มีทีม – เพราะทรัพยากรจะถูกแบ่งจนทำได้ไม่ดีสักช่องเดียว เจาะลึกช่องที่เหมาะกับลูกค้าและสินค้าเป็นอันดับแรก

ข้อควรระวังเมื่อเริ่มลงทุนใน Social Media

การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียมีโอกาสสร้างยอดขายและการรับรู้แบรนด์ได้สูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ควรระวัง สิ่งสำคัญคือไม่ควรทุ่มงบโฆษณาก้อนโตตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่มีข้อมูล เพราะการเริ่มต้นที่ดีคือการทดลองแคมเปญขนาดเล็ก เก็บสถิติ และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ real-time เพื่อนำข้อมูลไปปรับกลยุทธ์ นอกจากนี้ไม่ควรซื้อยอดไลก์หรือผู้ติดตามปลอม เพราะแม้ตัวเลขจะดูดี แต่ไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริง การเติบโตที่ยั่งยืนมาจากการสร้าง traffic และ engagement ของจริงเท่านั้น อีกเรื่องที่ต้องใส่ใจคือการดูแลข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยในทุกช่องทาง เช่น ใช้ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า (CRM) และ Loyalty Program ที่เก็บข้อมูลไว้กับร้านโดยตรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหลการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียมีโอกาสสร้างยอดขายและการรับรู้แบรนด์ได้สูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่ควรระวัง สิ่งสำคัญคือไม่ควรทุ่มงบโฆษณาก้อนโตตั้งแต่แรกโดยที่ยังไม่มีข้อมูล เพราะการเริ่มต้นที่ดีคือการทดลองแคมเปญขนาดเล็ก เก็บสถิติ และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ real-time เพื่อนำข้อมูลไปปรับกลยุทธ์ นอกจากนี้ไม่ควรซื้อยอดไลก์หรือผู้ติดตามปลอม เพราะแม้ตัวเลขจะดูดี แต่ไม่ได้สร้างการมีส่วนร่วมที่แท้จริง การเติบโตที่ยั่งยืนมาจากการสร้าง traffic และ engagement ของจริงเท่านั้น อีกเรื่องที่ต้องใส่ใจคือการดูแลข้อมูลลูกค้าให้ปลอดภัยในทุกช่องทาง เช่น ใช้ระบบจัดการข้อมูลลูกค้า (CRM) และ Loyalty Program ที่เก็บข้อมูลไว้กับร้านโดยตรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการรั่วไหล

ถ้าเพิ่งเริ่มต้นทำ Social Media Marketing ต้องเริ่มยังไง?

จุดเริ่มต้นของการทำการตลาดโซเชียลมีเดียที่มีประสิทธิภาพคือการรู้จักกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ทั้งอายุ เพศ พื้นที่ และไลฟ์สไตล์ จากนั้นเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม 1–2 ช่องทางเพื่อโฟกัส เช่น หากกลุ่มลูกค้าอายุ 18–35 ปี มักจะใช้งาน Instagram ขณะที่กลุ่ม 25–50 ปีมักอยู่บน Facebook และ LINE การสร้างปฏิทินคอนเทนต์ล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถทดลองเนื้อหาใหม่ ๆ เก็บสถิติ และเรียนรู้ว่าลูกค้าชอบแบบไหน สุดท้ายคือการใช้เครื่องมือที่ช่วยเก็บ Leads ปิดการขาย และซิงก์ข้อมูลออเดอร์กับโซเชียลอย่างเป็นระบบ เช่น StoreHub ที่สามารถปลดล็อกการเติบโตได้ครบวงจรแบบ All-in-one

Related Posts

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ