Free Tools
สรุปสั้นๆ: เปิดร้านสัตว์เลี้ยงและร้านขายอาหารสัตว์ |
|---|
เปิดร้านสัตว์เลี้ยงหรือร้านขายอาหารสัตว์ ใช้งบราว 100,000 บาทถ้าเริ่มจากขายออนไลน์ และราว 500,000 บาทถ้าเช่าห้องแถว 1 คูหา เมื่อได้ทำเลแล้ว ต้องขอใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะจากปศุสัตว์จังหวัดก่อนเริ่มขาย (ขายปลีกฉบับละ 100 บาท และต้องต่ออายุทุกปี) และจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มกิจการ ถ้าจะขายลูกหมาลูกแมวต้องขออนุญาตเพิ่ม และควรกันเงินสำรองให้พอค่าใช้จ่ายราว 3 เดือน |
คนที่อยากเปิดร้านสัตว์เลี้ยงมีภาพในใจไม่เหมือนกัน บางคนอยากเปิดร้านอาหารหมาแมวหน้าหมู่บ้าน บางคนอยากขายอาหารไก่และหมูให้เกษตรกร บางคนอยากรับอาบน้ำตัดขนด้วย แต่ละแบบใช้งบและใบอนุญาตต่างกัน บทความนี้จึงเริ่มจากการเลือกประเภทร้านก่อน
ร้านสัตว์เลี้ยงมีแบบไหนบ้าง
เปิดร้านสัตว์เลี้ยงใช้งบเท่าไหร่
7 ขั้นตอนเปิดร้าน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ร้านไปไม่รอด
ร้านสัตว์เลี้ยงมีแบบไหนบ้าง

ร้านสัตว์เลี้ยงแบ่งได้คร่าวๆ 4 แบบ
ร้านอาหารและของใช้หมาแมว: ขายอาหารเม็ด อาหารเปียก ขนม ทรายแมว และอุปกรณ์
ร้านอาหารสัตว์สำหรับฟาร์ม: ขายอาหารไก่ เป็ด หมู วัว และปลาเป็นกระสอบ ใช้ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ประเภทเดียวกับร้านหมาแมว
ร้านที่มีบริการ: เพิ่มอาบน้ำ ตัดขน หรือรับฝากเลี้ยง ซึ่งต้องมีพื้นที่แยก ระบบน้ำทิ้ง และช่างที่จับสัตว์เป็น
ร้านที่ขายสัตว์มีชีวิต: ขายลูกหมา ลูกแมว นก หรือปลาสวยงาม ถ้าขายหมาหรือแมวต้องได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ก่อน
ถ้างบจำกัด ร้านอาหารและของใช้หมาแมวเริ่มได้ง่ายกว่า เพราะใช้ใบอนุญาตจากปศุสัตว์ใบเดียว
เปิดร้านสัตว์เลี้ยงใช้งบเท่าไหร่

งบขึ้นกับว่าจะเช่าหน้าร้านหรือไม่ ตัวอย่างงบล่าสุดมี 2 แบบ ต่างกันราว 5 เท่า
เริ่มจากออนไลน์ ราว 100,000 บาท: ตามข้อมูลจาก OfficeMate (5 มิ.ย. 2569) งบก้อนนี้แบ่งเป็นค่าสินค้าเข้าร้าน 50,000–60,000 บาท ค่าการตลาดออนไลน์ 20,000 บาท และเงินสำรอง 20,000 บาท โดยยังไม่ต้องเช่าตึกในช่วงแรก
เช่าห้องแถว 1 คูหา ราว 500,000 บาท: เจ้าของกระทู้ใน Pantip (2 เม.ย. 2568) วางแผนใช้ 100,000 บาทเป็นค่าเช่าแรกเข้า ชั้นวาง และเครื่องคิดเงิน อีก 300,000 บาทเป็นค่าอาหารหมาและแมว และอีก 100,000 บาทเป็นทุนสำรอง ซึ่งผู้ตอบรายหนึ่งในกระทู้คำนวณว่าพอจ่ายค่าใช้จ่ายร้านได้ราว 3 เดือน
ก่อนลงเงิน ควรคิดค่าใช้จ่ายของร้านคุณเองให้ครบ รวมถึงเงินมัดจำ ค่าจ้าง และค่าน้ำค่าไฟต่อเดือน
7 ขั้นตอนเปิดร้านสัตว์เลี้ยงและร้านขายอาหารสัตว์
3 ขั้นแรกควรทำตามลำดับ เพราะการขอใบอนุญาตยื่นที่ปศุสัตว์จังหวัดที่ร้านตั้งอยู่ และร้านขายส่งบางเจ้าให้ราคาส่งก็ต่อเมื่อร้านจดทะเบียนแล้ว อย่างที่เจ้าของกระทู้ใน Pantipเจอ
1. เลือกทำเลที่คนเลี้ยงสัตว์ผ่านทุกวัน
ทำเลที่ดีคือใกล้หมู่บ้าน คอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ หรือตลาดที่คนแวะทุกวัน และมีที่จอดรถหน้าร้าน ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ควรเดินดูร้านที่เปิดอยู่แล้วในละแวกนั้น ถ้ามีร้านขายส่งที่ขายปลีกด้วย ร้านใหม่จะตั้งราคาอาหารยี่ห้อเดียวกันสู้ได้ยาก เพราะร้านแบบนี้ได้ต้นทุนต่ำกว่า ถ้าวางแผนจะรับอาบน้ำตัดขน ควรถามเทศบาลหรือสำนักงานเขตเรื่องใบอนุญาตไปพร้อมกันด้วย
ควรเปิดรับสั่งทาง LINE หรือขายออนไลน์ควบคู่ไปตั้งแต่แรก ผู้ซื้อรายหนึ่งในกระทู้ Pantip เดียวกันเล่าว่าส่วนใหญ่สั่งออนไลน์ แต่ยังซื้อที่ร้านใกล้บ้านถ้าราคาไม่ต่างกันมากและมีบริการส่งถึงหน้าบ้าน
2. จดทะเบียนพาณิชย์และขอใบอนุญาตให้ครบ
ตามเอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ต.ค. 2568) ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มประกอบการ ดูขั้นตอนได้ในวิธีจดทะเบียนธุรกิจ จากนั้นขอใบอนุญาตตามประเภทร้าน
ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ: ตามข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ (ต.ค. 2568) ร้านที่นำอาหารสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนแล้วมาขาย ทั้งหน้าร้านและร้านออนไลน์ ต้องมีใบอนุญาตนี้ก่อนขาย ครอบคลุมอาหารหมา แมว กระต่าย ไก่ เป็ด หมู วัว และปลา ยื่นได้ที่ปศุสัตว์จังหวัดที่ร้านตั้งอยู่ หรือผ่านระบบ DLD e-Feed ค่าธรรมเนียมตามคู่มือประชาชนของภาครัฐคือ ขายปลีกฉบับละ 100 บาท ขายส่งและขายปลีกฉบับละ 300 บาท
ต่ออายุทุกปี: ตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ใบอนุญาตขายใช้ได้ถึงสิ้นปีปฏิทินที่ออก และการขายโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ขายหมาหรือแมว: ตามข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ (ม.ค. 2569) ต้องยื่นขออนุญาตค้าสุนัขและแมวที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ ร้านต้องมีอากาศถ่ายเท แสงสว่างพอ กรงแข็งแรง แยกจากสัตว์อื่น และขายได้เฉพาะในร้านที่ระบุในใบอนุญาต
อาบน้ำ ตัดขน รับฝากเลี้ยง: บางท้องถิ่นกำหนดให้บริการเหล่านี้ รวมถึงการแบ่งบรรจุอาหารสัตว์ ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากเทศบาลหรือสำนักงานเขต (ตัวอย่าง: ร่างเทศบัญญัติปี 2568 ของเทศบาลตำบลวิเศษไชยชาญ) จึงควรถามเรื่องนี้ก่อนเซ็นสัญญาเช่า
3. หาแหล่งสินค้าที่ไว้ใจได้
สั่งตรงจากแบรนด์หรือตัวแทนจำหน่ายมักได้ส่วนลดตามยอดสั่ง แต่มียอดขั้นต่ำ ส่วนร้านขายส่งให้ซื้อทีละน้อยได้ เหมาะกับช่วงที่ยังไม่รู้ว่าอะไรขายดี ก่อนรับอาหารยี่ห้อไหนเข้าร้าน ควรนำเลขทะเบียนบนถุงไปค้นใน DLD e-Feed ซึ่งค้นทะเบียนที่ออกตั้งแต่ปี 2563 ได้ครบ

4. เลือกสินค้า: อาหารดึงลูกค้า ของใช้สร้างกำไร
อาหารเป็นตัวดึงคนเข้าร้าน แต่กำไรต่อถุงบางและมีวันหมดอายุ ส่วนของใช้อย่างชาม สายจูง และของเล่น เก็บบนชั้นได้นานกว่า และลูกค้ามักหยิบเพิ่มตอนเดินดูร้าน ผู้ตอบในกระทู้ Pantip ข้างต้นแนะนำให้ขายของกำไรน้อยเพื่อให้เงินหมุน แล้วหาทางให้ลูกค้าซื้อของกำไรสูงพ่วงไปด้วย ล็อตแรกควรเริ่มจากยี่ห้อและไซส์ที่คนในย่านนั้นซื้ออยู่แล้ว
5. เพิ่มบริการเมื่อพร้อม: อาบน้ำ ตัดขน รับฝาก
อาบน้ำตัดขนเป็นบริการที่ร้านออนไลน์ทำแทนไม่ได้ และทุกครั้งที่ลูกค้าพาสัตว์มา ก็มีโอกาสซื้อของกลับไปด้วย แต่ต้องลงทุนอุปกรณ์และจ้างช่างเพิ่ม ถ้าเพิ่งเปิดร้าน ควรขายของจนมีลูกค้าประจำก่อน แล้วค่อยเพิ่มบริการ
6. จัดร้านและวางระบบหลังร้านตั้งแต่วันแรก
กันหนูและแมลง: วางกระสอบบนชั้นยกพื้น และปิดปากถุงที่เปิดแบ่งขาย เพราะถุงที่ถูกกัดขายต่อไม่ได้
ของเก่าออกก่อน: วางล็อตที่ผลิตก่อนไว้ด้านหน้า และเช็กวันหมดอายุบนชั้นทุกเดือน
จดยอดขายและสต๊อกทุกวัน: จะจดในสมุด ใช้ Excel หรือใช้ระบบ POS ก็ได้ ขอแค่ให้รู้ว่ายี่ห้อไหนขายเร็ว ไซส์ไหนค้าง และรอบหน้าควรสั่งอะไร
7. โปรโมตร้านและดูแลลูกค้าประจำ
ลูกค้าร้านสัตว์เลี้ยงมักซื้ออาหารยี่ห้อเดิมซ้ำเป็นรอบ ร้านคุณจึงต้องเป็นร้านแรกที่เขานึกถึง ลองโพสต์ภาพสัตว์ที่มาร้านและสินค้าเข้าใหม่บน Facebook หรือ TikTok และเก็บเบอร์ลูกค้าพร้อมให้แต้มสะสม เพื่อทักไปตอนที่อาหารถุงเดิมใกล้หมด
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ร้านสัตว์เลี้ยงไปไม่รอด
สู้ราคากับร้านขายส่งและร้านออนไลน์ในยี่ห้อเดียวกัน: กำไรจากอาหารบางอยู่แล้ว จึงควรแข่งด้วยความสะดวก การส่งถึงบ้าน และของใช้ที่กำไรดีกว่า
ลงสต๊อกหลายยี่ห้อหลายไซส์ตั้งแต่ล็อตแรก: อาหารที่ขายช้าจะหมดอายุบนชั้น และเงินจะจมอยู่กับของที่ขายไม่ออก
ลืมต่ออายุใบอนุญาต: ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์หมดอายุทุกสิ้นปี และยื่นต่ออายุได้ภายใน 90 วันก่อนหมดอายุ ควรลงปฏิทินไว้ว่าเริ่มยื่นได้ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม
ตัวอย่างจากร้านจริง: GiftMeDog
เจ้าของร้าน GiftMeDog ทั้งสองคนเคยเป็นพนักงานประจำ ก่อนลาออกมาเปิดร้านเพ็ทช็อปเพราะรักสัตว์ จนขยายไปขายทั้งปลีกและส่ง ร้านเน้นให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างเต็มที่ ซึ่งร้านออนไลน์ที่แข่งกันด้วยราคาทำแทนได้ยาก อ่านเรื่องของร้านได้ในจากพนักงานประจำ สู่เจ้าของร้านเพ็ทช็อป และเปิดร้านเพ็ทช็อปยังไงให้รอด ส่วนเรื่องระบบขายหน้าร้าน เจ้าของร้านเล่าว่า
"ลองระบบ POS มาหลายระบบ กว่าจะมาลงตัวที่ StoreHub, ใช้งานง่าย ทำงานเร็ว และบริการที่ดีจากทีมงาน สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา" เจ้าของร้าน GiftMeDog
สรุป เปิดร้านสัตว์เลี้ยงให้ไปรอด
เลือกประเภทร้านและทำเลให้ชัด ขอใบอนุญาตให้ครบก่อนวันเปิด กันเงินสำรองไว้ ลงสินค้าล็อตแรกแต่พอดี และจดยอดขายทุกวัน
ถ้าอยากให้ยอดขาย สต๊อก และรายชื่อลูกค้าประจำอยู่ในระบบเดียว StoreHub เป็นหนึ่งในระบบ POS ที่ร้านค้าปลีกในไทยใช้ ระบบนี้ติดตามสต๊อกแบบเรียลไทม์ และตั้งแจ้งเตือนให้สั่งของก่อนของหมดได้ ดูว่าระบบช่วยร้านสัตว์เลี้ยงเรื่องไหนบ้างที่ระบบ POS สำหรับร้านสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย

บทความที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
เปิดร้านสัตว์เลี้ยงใช้เงินลงทุนเท่าไหร่?
ถ้าเริ่มจากขายออนไลน์ งบราว 100,000 บาทก็เริ่มได้ ตามแนวทางของ OfficeMate (มิ.ย. 2569) ที่แบ่งเป็นค่าสินค้า 50,000–60,000 บาท ค่าการตลาดออนไลน์ 20,000 บาท และเงินสำรอง 20,000 บาท ถ้าเช่าห้องแถว 1 คูหา แผนตัวอย่างในกระทู้ Pantip (เม.ย. 2568) ตั้งงบไว้ราว 500,000 บาท แบ่งเป็นค่าเช่าแรกเข้า ชั้นวาง และเครื่องคิดเงินรวม 100,000 บาท ค่าอาหารสัตว์ 300,000 บาท และทุนสำรอง 100,000 บาท ซึ่งผู้ตอบในกระทู้คำนวณว่าพอจ่ายค่าใช้จ่ายร้านได้ราว 3 เดือน
ขายอาหารสัตว์ต้องขออนุญาตไหม?
ต้องขอ ตามข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ (ต.ค. 2568) ร้านที่นำอาหารสัตว์ที่ขึ้นทะเบียนแล้วมาขาย ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ต้องมีใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะก่อนขาย ยื่นได้ที่ปศุสัตว์จังหวัดที่ร้านตั้งอยู่ หรือผ่านระบบ DLD e-Feed ใบอนุญาตใช้ได้ถึงสิ้นปีที่ออก จึงต้องต่ออายุทุกปี ส่วนค่าธรรมเนียมตามคู่มือประชาชนของภาครัฐคือ ขายปลีกฉบับละ 100 บาท และขายส่งและขายปลีกฉบับละ 300 บาท
เปิดร้านขายอาหารสัตว์ต้องทำยังไง?
เลือกประเภทร้านและทำเลก่อน เพราะยื่นขอใบอนุญาตได้ที่ปศุสัตว์จังหวัดที่ร้านตั้งอยู่ จากนั้นจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มกิจการ และขอใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะจากปศุสัตว์จังหวัดก่อนเริ่มขาย หาแหล่งสินค้าจากร้านขายส่งหรือตัวแทนจำหน่าย ลงสินค้าล็อตแรกเฉพาะยี่ห้อที่คนในย่านนั้นซื้ออยู่แล้ว จัดร้านให้สว่างและกันหนู แล้วเปิดรับสั่งทาง LINE หรือขายออนไลน์ควบคู่ไปด้วย
เปิดร้านขายอาหารสัตว์ดีไหม?
ตลาดมีความต้องการต่อเนื่อง เพราะลูกค้าต้องซื้ออาหารซ้ำเมื่อของหมด แต่กำไรจากอาหารบาง และต้องแข่งราคากับร้านขายส่งและร้านออนไลน์ ถ้าจะเปิด ควรมีจุดต่างอย่างน้อยหนึ่งข้อ เช่น ทำเลที่ไม่มีร้านขายส่งอยู่ใกล้ บริการส่งถึงบ้าน ของใช้ที่กำไรดีกว่าอาหาร หรือบริการอาบน้ำตัดขน ถ้ายังไม่แน่ใจ ลองขายออนไลน์ด้วยงบไม่มากก่อน แล้วค่อยขยายเป็นหน้าร้าน




















