Logo Image

New & Trending

New & Trending

เปิดร้านแว่นตาให้ปัง! รวมเทคนิคเปิดร้านแว่นแบบมือโปร

เปิดร้านแว่นตาให้ปัง! รวมเทคนิคเปิดร้านแว่นแบบมือโปร

เปิดร้านแว่นตาให้ปัง! รวมเทคนิคเปิดร้านแว่นแบบมือโปร

22 เม.ย. 2568

เปิดร้านแว่นตาให้ปัง!
รวมเทคนิคเปิดร้านแว่นแบบมือโปร

     ในยุคที่เริ่มเปลี่ยนไป การแข่งขันทางการค้าเพิ่มสูงขึ้น คุณอาจจะกำลังมองหาไอเดียในการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กที่มีโอกาสเติบโตสูงในยุคดิจิทัล ซึ่ง "การเปิดร้านแว่นตา" อาจเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ ไม่ว่าจะเป็นแว่นสายตา แว่นกันแดด หรือแว่นแฟชั่น เพราะปัจจุบันแว่นตาไม่ใช่แค่เครื่องมือเพื่อการมองเห็น แต่ยังกลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องบุคลิกภาพไม่ต่างจากเครื่องประดับอื่นๆ และ ตอบโจทย์เรื่องการดูแลสายตาด้วย

     ด้วยแนวโน้มของคนไทยที่ใช้หน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานขึ้น ทำให้ความต้องการแว่นตาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ก้าวเข้าสู่ธุรกิจนี้ได้ง่ายขึ้น ด้วยเงินลงทุนที่สามารถปรับขนาดได้ตามความพร้อม พร้อมแนวทางและเทคนิคที่นำไปใช้ได้จริงแม้ไม่มีพื้นฐาน

     บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับรูปแบบร้านแว่นตาที่เหมาะสมกับคุณ พร้อมเทคนิคการเริ่มต้นแบบละเอียด ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การลงทุน การบริหารจัดการ ไปจนถึงกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จในยุคการแข่งขันสูง

  • เปิดร้านแว่นตาในประเทศไทยแบบไหนดี?

  • ตลาดแว่นตาไทย: โอกาสทองที่ใครก็เริ่มได้

  • รู้จัก 3 รูปแบบร้านแว่นตายอดนิยมในไทย

  • เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละรูปแบบ

  • ขั้นตอนเปิดร้านแว่นตาแบบ Step-by-Step

  • อุปกรณ์และต้นทุนที่คุณต้องเตรียม

  • การตลาดร้านแว่นตายุคใหม่: ไม่ใช่แค่ทำเลดี

  • เลือกให้ถูกตั้งแต่แรก: ร้านแว่นตาแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

  • สรุป: ร้านแว่นแบบไหนตอบโจทย์คุณใน 1-3 ปีข้างหน้า?

  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเปิดร้านแว่นตา

เปิดร้านแว่นตาในประเทศไทยแบบไหนดี?

การเปิดร้านแว่นตาในประเทศไทยกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองในยุคนี้ ไม่ใช่เพียงเพราะความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นธุรกิจที่มีความหลากหลายให้เลือกลงทุน ไม่ว่าจะเป็นร้านเล็ก ร้านกลาง หรือร้านครบวงจร ผู้ประกอบการสามารถเลือกโมเดลที่เหมาะกับงบประมาณ ความพร้อม และเป้าหมายระยะยาวของตนเองได้อย่างยืดหยุ่น

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าตอนนี้แว่นตาไม่ใช่แค่ "สินค้า" อีกต่อไป ดังนั้นร้านแว่นตายุคใหม่ไม่ได้ขายแค่ "สินค้า" อย่างเดียว แต่ยังเป็นทั้งแฟชั่น เป็นบริการสุขภาพสายตา และเป็นจุดสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างลึกซึ้ง

ตลาดแว่นตาไทย: โอกาสทองที่ใครก็เริ่มได้

จากพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลที่ใช้เวลาหน้าจอมากขึ้น ทั้งจากมือถือ คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต ทำให้ปัญหาสายตาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเทรนด์สุขภาพและความใส่ใจในบุคลิกภาพ ส่งผลให้ “แว่นตา” กลายเป็นมากกว่าเครื่องมือแก้ปัญหาสายตา แต่กลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่ขาดไม่ได้

ในปี 2025 ตลาดร้านแว่นตาในไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน วัยรุ่น และผู้สูงอายุ ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด

ธุรกิจนี้ยังถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ที่มีเงินทุนจำกัด เพราะสามารถเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และขยายต่อได้ตามกำลัง ไม่จำเป็นต้องลงทุนหนักตั้งแต่ต้น หากวางแผนและเลือกทำเลได้อย่างเหมาะสม ก็มีโอกาสสร้างรายได้ดีอย่างยั่งยืน

รู้จัก 3 รูปแบบร้านแว่นตายอดนิยมในไทย

ก่อนจะเริ่มต้นลงทุน ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนว่า "ร้านแว่นตา" มีได้หลายรูปแบบ แต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสีย และความยากง่ายในการดำเนินงานต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. ร้านขายแว่นตาทั่วไป (แว่นแฟชั่น / แว่นสำเร็จรูป)

ร้านประเภทนี้เน้นการขายสินค้าเป็นหลัก เช่น แว่นกันแดด แว่นแฟชั่น หรือแว่นสายตาสำเร็จรูป จุดเด่นคือเริ่มต้นได้ง่าย ใช้เงินทุนน้อย และไม่จำเป็นต้องมีความรู้เฉพาะทาง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการทดลองตลาด หรือมีงบจำกัด โดยสินค้ามีราคาตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อย ซึ่งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้าง

2. ร้านวัดสายตาพร้อมบริการพื้นฐาน

ร้านแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือและให้บริการที่แตกต่างจากร้านขายแว่นแฟชั่นทั่วไป ต้องมีเครื่องวัดสายตาเบื้องต้น และมีพนักงานที่ผ่านการอบรมเรื่องสายตา สามารถให้คำแนะนำลูกค้าได้เบื้องต้น เพิ่มโอกาสในการปิดการขายแว่นตาที่เหมาะสมกับลูกค้า

3. ร้านแว่นตาครบวงจร (One-stop service)

เป็นร้านขนาดใหญ่ที่ให้บริการแบบมืออาชีพครบถ้วน ทั้งการวัดสายตาด้วยอุปกรณ์ทันสมัย ตัดเลนส์ภายในร้าน และตรวจวัดโดยช่างแว่นหรือจักษุแพทย์ เหมาะกับผู้ที่มีเงินทุนสูง ต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเอง และวางแผนธุรกิจระยะยาว จุดแข็งของร้านแบบนี้คือรายได้ที่หลากหลาย ความเชื่อมั่นของลูกค้าสูง และโอกาสในการเติบโตที่มั่นคง

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของแต่ละรูปแบบ

ประเภทร้าน

ข้อดี

ข้อเสีย

งบลงทุนโดยประมาณ

ร้านแว่นแฟชั่น / สำเร็จรูป

– เริ่มต้นง่าย
– ลงทุนต่ำ
– ไม่ต้องมีความรู้เฉพาะทาง

– รายได้ต่อเดือนน้อย
– ลูกค้าซื้อซ้ำไม่บ่อย
– ขาดความน่าเชื่อถือในระยะยาว

20,000 – 100,000 บาท

ร้านวัดสายตาพร้อมบริการพื้นฐาน

– เพิ่มความน่าเชื่อถือ
– ให้คำแนะนำลูกค้าได้
– โอกาสปิดการขายสูงขึ้น

– ต้องลงทุนเครื่องวัดสายตา
– ต้องจ้างหรืออบรมพนักงาน
– อาจต้องขอใบอนุญาต

100,000 – 300,000 บาท

ร้านครบวงจร One-stop service

– รายได้หลากหลาย
– ลูกค้าเชื่อมั่นสูง
– เหมาะกับสร้างแบรนด์ระยะยาว

– ใช้เงินลงทุนสูง
– บริหารจัดการยากกว่า
– คืนทุนช้ากว่าร้านทั่วไป

300,000 – 1,000,000+ บาท

*** งบลงทุนโดยประมาณเป็นค่างบคร่าวๆ เท่านั้น ทั้งนี้งบลงทุนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสต็อกของสินค้า จำนวนพนักงาน ขนาดของร้าน การตกแต่งร้าน และปัจจัยอื่นๆ

ขั้นตอนเปิดร้านแว่นตาแบบ Step-by-Step

ไม่ว่าคุณจะเลือกร้านแบบไหน ต่อไปนี้คือขั้นตอนการเริ่มต้นที่ควรรู้:

  1. เลือกทำเลที่ตั้ง: เลือกทำเลที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด หรือในเขตชุมชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการมองเห็นร้าน

  2. จดทะเบียนการค้า / บริษัท: ควรเลือกประเภทให้ตรงกับโครงสร้างธุรกิจ เช่น บุคคลธรรมดาสำหรับร้านขนาดเล็ก หรือจดทะเบียนนิติบุคคลสำหรับการขยายในอนาคต

  3. ขอใบอนุญาต (ถ้ามีบริการวัดสายตา): ต้องมีช่างแว่นหรือจักษุแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ประจำร้าน เพื่อให้สามารถให้บริการวัดสายตาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

  4. จัดหาอุปกรณ์และสินค้า: เช่น แว่นตาหลากหลายแบบ เครื่องวัดสายตา ชั้นวาง ตู้โชว์ ระบบ POS หรือเครื่องตัดเลนส์สำหรับร้านครบวงจร

  5. ตกแต่งร้านให้น่าเชื่อถือ: แม้จะไม่ต้องหรูหรา แต่ร้านควรสะอาด เรียบร้อย มีแสงสว่างเพียงพอ และจัดวางสินค้าให้ดูน่าเข้าชม

  6. เปิดตัวด้วยโปรโมชั่นเด็ด ๆ: ใช้กลยุทธ์เปิดร้าน เช่น ส่วนลดพิเศษในช่วงแรก แจกแว่นฟรีวันแรก หรือจัดโปรสะสมแต้มเพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ

อุปกรณ์และต้นทุนที่คุณต้องเตรียม

การเตรียมอุปกรณ์ให้ครบถ้วน ช่วยให้ร้านของคุณดูเป็นมืออาชีพและให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมี:

  • ชั้นวางแว่นตา / ตู้โชว์สินค้า

  • กระจกแบบตั้งพื้น

  • เครื่องวัดสายตาเบื้องต้น (หากมีบริการ)

  • โต๊ะตัดเลนส์ (สำหรับร้านครบวงจร)

  • ระบบ POS คิดเงิน

  • สินค้าในสต็อก เช่น แว่นตา เลนส์ น้ำยาล้าง เคสแว่น

งบประมาณเบื้องต้นโดยประมาณ:

  • ร้านทั่วไป: 20,000 – 100,000 บาท

  • ร้านวัดสายตา: 100,000 – 300,000 บาท

  • ร้านครบวงจร: 300,000 – 1,000,000+ บาท

แหล่งจัดซื้อที่แนะนำ:
ควรเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายเฉพาะทาง เช่น HJ Eyewear หรือ เว็บไซต์เครื่องวัดสายตาดอทคอม ซึ่งมักมีแพ็คเกจอุปกรณ์เปิดร้านแบบครบชุด พร้อมให้คำปรึกษาสำหรับผู้เริ่มต้น

การตลาดร้านแว่นตายุคใหม่: ไม่ใช่แค่ทำเลดี

ในอดีต การเปิดร้านแว่นตาอาจเพียงแค่เลือกทำเลดี ๆ แล้วรอลูกค้าเดินผ่านเข้ามา แต่ในยุคดิจิทัล การตลาดออนไลน์กลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ร้านเป็นที่รู้จักและแข่งขันได้แม้อยู่ในพื้นที่ที่คนไม่พลุกพล่าน

กลยุทธ์ที่ควรใช้สำหรับร้านแว่นตายุคใหม่ ได้แก่:

  • สร้างเพจ Facebook ร้าน
    ใส่ข้อมูลร้านให้ครบถ้วน มีรูปภาพสินค้าชัดเจน และอัปเดตบ่อย ๆ พร้อมรีวิวจากลูกค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

  • ลงโฆษณา Facebook / Google Ads แบบเจาะกลุ่ม
    เลือกกลุ่มเป้าหมายตามพื้นที่ เพศ อายุ หรือความสนใจ เช่น ผู้ที่ค้นหาคำว่า “แว่นตา” หรือ “ตัดแว่นใกล้ฉัน”

  • ใช้ LINE OA เพื่อสื่อสารกับลูกค้า
    ส่งโปรโมชั่น แจ้งสถานะการจัดส่ง และตอบแชทรวดเร็ว ช่วยให้ลูกค้าเก่ากลับมาใช้บริการซ้ำ

  • ทำคอนเทนต์รีวิวสินค้า/บริการบน YouTube หรือ TikTok
    ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอการวัดสายตา รีวิวแว่นกันแดด หรือก่อน-หลังตัดแว่นจริง ยิ่งมีเนื้อหาน่าสนใจ ยิ่งเพิ่มยอดเข้าร้าน

  • จับมือกับธุรกิจท้องถิ่นใกล้เคียง
    เช่น คลินิก โรงเรียน หรือร้านตัดผม ทำแคมเปญร่วมกัน ส่งลูกค้าหากันแบบ win-win

การตลาดออนไลน์ไม่เพียงเพิ่มยอดขาย แต่ยังช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ค้นหาทุกอย่างผ่านมือถือ

เลือกให้ถูกตั้งแต่แรก: ร้านแว่นตาแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

หัวใจสำคัญของการเริ่มธุรกิจไม่ใช่แค่ “เงินทุน” แต่คือการเข้าใจ “เป้าหมายระยะยาว” และ “ความพร้อมของตัวคุณ” มากกว่า

  • ถ้าคุณมีงบน้อย และอยากเริ่มต้นแบบไม่เสี่ยงมาก:
    เริ่มจากร้านแว่นแฟชั่นหรือแว่นสำเร็จรูป ช่วยให้เรียนรู้ตลาดแบบค่อยเป็นค่อยไป

  • ถ้าคุณอยากให้ลูกค้าไว้วางใจ และกลับมาใช้บริการซ้ำ:
    ร้านวัดสายตาพร้อมบริการ คือคำตอบที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มโอกาสในการขายแว่นตาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลได้มากขึ้น

  • ถ้าคุณมองไกลและอยากสร้างแบรนด์ของตัวเอง:
    ร้านครบวงจร One-stop service คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ในระยะยาว โดยเฉพาะหากคุณต้องการขยายสาขาหรือทำแฟรนไชส์ในอนาคต

เคล็ดลับ: ลองเขียนแผนธุรกิจย่อ ๆ ของคุณ ว่าภายใน 1-3 ปีข้างหน้า คุณอยากให้ร้านของคุณเติบโตอย่างไร แล้วใช้แผนนี้เป็นตัวกำหนด “ร้านรูปแบบไหนที่ใช่” และ “ควรเริ่มต้นแบบใด”

สรุป: ร้านแว่นแบบไหนตอบโจทย์คุณใน 1-3 ปีข้างหน้า?

การเลือกรูปแบบร้านแว่นตาให้เหมาะสมตั้งแต่แรกเริ่ม คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จระยะยาวในธุรกิจนี้ เพราะแต่ละโมเดลมีข้อดี ข้อจำกัด และแนวทางการบริหารที่ต่างกันอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงควรเริ่มต้นจากการถามตัวเองว่า…

“อีก 1-3 ปีข้างหน้า คุณอยากเห็นร้านของคุณเป็นแบบไหน?”

ต่อไปนี้คือคำแนะนำแบบเจาะจงตามเป้าหมายของคุณ:

ถ้าคุณต้องการเริ่มต้นง่าย ลงทุนไม่มาก:

ร้านแว่นแฟชั่น / แว่นสำเร็จรูป คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เริ่มได้ทันทีแม้มีงบหลักหมื่น เน้นขายสินค้าให้ได้จำนวนมาก และสามารถทดลองตลาดก่อนขยับขยายได้

ถ้าคุณอยากให้ลูกค้าวางใจ และกลับมาใช้บริการซ้ำ:

ร้านวัดสายตาพร้อมบริการพื้นฐาน จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และมีโอกาสสร้างฐานลูกค้าประจำ โดยอาจขยับจากร้านทั่วไปในปีแรก และเพิ่มบริการวัดสายตาในปีต่อ ๆ ไป

ถ้าคุณวางแผนสร้างแบรนด์ เติบโตเป็นระบบ หรือขยายสาขา:

ร้านครบวงจร (One-stop service) คือการลงทุนเพื่ออนาคต เหมาะกับคนที่มองภาพใหญ่ มีกลยุทธ์ชัดเจน และต้องการยืนหยัดในตลาดด้วยคุณภาพและบริการระดับมืออาชีพ

     ไม่ว่าคุณจะเลือกเปิดร้านแว่นแบบใด สิ่งสำคัญคือ “ความชัดเจนในเป้าหมาย” และ “การลงมือทำอย่างมีแบบแผน” หากคุณเริ่มต้นจากสิ่งที่คุณถนัด ค่อย ๆ เติบโตจากจุดที่คุณควบคุมได้ ไม่เพียงแต่คุณจะสร้างรายได้ แต่ยังสามารถสร้างธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

จำไว้เสมอว่า "ร้านเล็ก เริ่มได้ ถ้าใจใหญ่ และมีแผนชัด"

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

เปิดร้านแว่นตาต้องใช้เงินเท่าไหร่?

เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักหมื่น (20,000 บาท) ไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้านที่เลือกและระดับบริการที่ต้องการ

จำเป็นต้องมีใบประกอบโรคศิลป์ไหม?

ถ้าร้านมีบริการวัดสายตา ต้องมีช่างแว่นหรือจักษุแพทย์ที่มีใบอนุญาตประจำร้านตามกฎหมาย

จะหาอุปกรณ์หรือสินค้าแว่นตาได้จากที่ไหน?

แนะนำให้ซื้อจากผู้จำหน่ายเฉพาะทาง เช่น HJ Eyewear หรือเว็บไซต์เครื่องวัดสายตาดอทคอม ซึ่งมีแพ็คเกจเปิดร้านครบเซ็ต

ทำการตลาดออนไลน์ควรเริ่มจากอะไรดี?

เริ่มจากการสร้างเพจ Facebook ร้าน ลงโฆษณาแบบเจาะกลุ่ม และใช้ LINE OA ติดต่อลูกค้า ทั้งหมดสามารถทำได้แม้ไม่มีทีมการตลาด

เปิดร้านแว่นตาต้องใช้เงินเท่าไหร่?

เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักหมื่น (20,000 บาท) ไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้านที่เลือกและระดับบริการที่ต้องการ

จำเป็นต้องมีใบประกอบโรคศิลป์ไหม?

ถ้าร้านมีบริการวัดสายตา ต้องมีช่างแว่นหรือจักษุแพทย์ที่มีใบอนุญาตประจำร้านตามกฎหมาย

จะหาอุปกรณ์หรือสินค้าแว่นตาได้จากที่ไหน?

แนะนำให้ซื้อจากผู้จำหน่ายเฉพาะทาง เช่น HJ Eyewear หรือเว็บไซต์เครื่องวัดสายตาดอทคอม ซึ่งมีแพ็คเกจเปิดร้านครบเซ็ต

ทำการตลาดออนไลน์ควรเริ่มจากอะไรดี?

เริ่มจากการสร้างเพจ Facebook ร้าน ลงโฆษณาแบบเจาะกลุ่ม และใช้ LINE OA ติดต่อลูกค้า ทั้งหมดสามารถทำได้แม้ไม่มีทีมการตลาด

เปิดร้านแว่นตาต้องใช้เงินเท่าไหร่?

เริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักหมื่น (20,000 บาท) ไปจนถึงหลักล้าน ขึ้นอยู่กับรูปแบบร้านที่เลือกและระดับบริการที่ต้องการ

จำเป็นต้องมีใบประกอบโรคศิลป์ไหม?

ถ้าร้านมีบริการวัดสายตา ต้องมีช่างแว่นหรือจักษุแพทย์ที่มีใบอนุญาตประจำร้านตามกฎหมาย

จะหาอุปกรณ์หรือสินค้าแว่นตาได้จากที่ไหน?

แนะนำให้ซื้อจากผู้จำหน่ายเฉพาะทาง เช่น HJ Eyewear หรือเว็บไซต์เครื่องวัดสายตาดอทคอม ซึ่งมีแพ็คเกจเปิดร้านครบเซ็ต

ทำการตลาดออนไลน์ควรเริ่มจากอะไรดี?

เริ่มจากการสร้างเพจ Facebook ร้าน ลงโฆษณาแบบเจาะกลุ่ม และใช้ LINE OA ติดต่อลูกค้า ทั้งหมดสามารถทำได้แม้ไม่มีทีมการตลาด

Related Posts

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์มด้านล่าง

คุยกับผู้เชี่ยวชาญของเรา

ใช้งานง่าย
สำหรับทุกคน

ปลอดภัยและมั่นคง
การทำธุรกรรม

รวมเข้ากับ
แพลตฟอร์มต่างๆ

ได้รับความไว้วางใจจากธุรกิจมากกว่า 18,000 แห่งทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทดลองใช้งาน รับคำแนะนำระบบและแพ็คเกจราคาที่เหมาะกับธุรกิจคุณ

นัดหมายพูดคุย 30 นาทีกับทีมขายของเรา เพียงกรอกแบบฟอร์ม

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ

Logo Image

StoreHub เป็นระบบการจัดการร้านค้าแบบ all-in-one ขับเคลื่อนกว่า 18,000+ ธุรกิจร้านค้า ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก เสื้อผ้า เครื่องประดับ และ ธุรกิจบริการ