มาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว “ชิมช้อปใช้ เฟส 1” ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนชาวไทย  หนังสือพิมพ์ข่าวสดเผยว่ายอดการจับจ่ายใช้สอยตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. – 6 ต.ค. 62 ของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครเป็นอันดับ 1 ด้วยยอดการใช้จ่าย 164 ล้านบาท, ชลบุรีมาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดใช้จ่าย 81 ล้านบาท, และเมืองใหญ่ทางภาคเหนืออย่างเชียงใหม่อยู่ในอันดับที่ 8 ด้วยยอดรายจ่าย 17 ล้านบาท (10 วันแรก)
โดยกลุ่มที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด คือกลุ่มช่วงอายุ 22-30 ปี คิดเป็น 35% รองลงมาคือช่วงอายุ 31-40 ปี อยู่ที่ราว ๆ 30%

ชิมช้อปใช้ เฟส 2 เริ่มลงทะเบียนเมื่อวันที่ 25 ต.ค. และจำกัดสิทธิ์ลงทะเบียนเพียง 3 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งสิทธิพิเศษที่จะได้รับมีดังนี้
ต่อที่ 1 : รับเงิน 1,000 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่าน G-wallet (สำหรับผู้ที่ไม่เคยลงทะเบียน)
ต่อที่ 2 : สิทธิ์แคชแบ็ก จากเดิมให้คืน 15% แต่เฟส 2 นี้ สามารถรับเงินคืนได้สูงถึง 20% ตามจำนวนเงินที่ใช้จ่ายดังนี้
ยอดใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท ได้คืน 15% (สูงสุด 4,500 บาท)
ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 30,001 – 50,000 บาท ได้คืน 20% (สูงสุด 4,000 บาทรวมกันได้เงินคืนสูงสุด 8,500 บาท) โดยจะเริ่มได้รับเงินคืนช่วงเดือนธันวาคม 2562

แล้วเจ้าของธุรกิจ ร้านค้าในกรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และเชียงใหม่

สามารถหยิบจับโอกาสจากชิมช้อปใช้เฟส 2 นี้ เพื่อรองรับจำนวนนักชิม นักช้อปได้อย่างไร?

1. สต๊อกสินค้าพร้อม ไม่พลาดโอกาสในการขาย

ในช่วงเวลาที่นักช้อปจากต่างจังหวัดมาท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีสินค้าวางจำหน่ายตามความต้องการของลูกค้า ด้วยฟีเจอร์จากเครื่องคิดเงินหน้าร้านของสโตร์ฮับ เจ้าของธุรกิจสามารถตรวจเช็คสินค้าในสต๊อกได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และสามารถติดต่อกับซัพพลายเออร์ได้เพียงแค่นิ้วคลิก เพียงเท่านี้ก็ไม่พลาดโอกาสในการขาย และรองรับความต้องการของลูกค้าได้แล้ว อีกหนึ่งฟีเจอร์จากเครื่องคิดเงินสโตร์ฮับคือดูยอดขายสินค้าขายดี เพื่อให้แน่ใจว่าร้านของคุณมีสต๊อกของสินค้าขายดีเพื่อวางจำหน่ายตลอดเวลา

2. ใช้อีคอมเมิร์ซเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ และลูกค้าชิมช้อปใช้

กระแสชิมช้อปใช้จะยาวไปจนถึงสิ้นปี 62 นี้ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าจากต่างจังหวัด ดังนั้นโอกาสในการกลับมาซื้อซ้ำจึงมีไม่มากนัก การมีร้านขายสินค้าออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซจะช่วยให้ร้านค้าสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้ง่ายขึ้น
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการในช่วงชิมช้อปใช้ ทางร้านควรโปรโมทร้านค้าออนไลน์ด้วยการตั้งป้ายแนะนำร้านค้าออนไลน์ หรือให้พนักงานแนะนำเกี่ยวกับช่องทางการขายออนไลน์ เพื่อในอนาคตลูกค้าจะได้เข้าชมสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ ซึ่งเป็นการเพิ่มยอดขายอีกทางหนึ่ง
นาย Rehan Fernando CEO บริษัท EIGHT25MEDIA กล่าวว่า “การศึกษาพบว่า 70-80% ของผู้คนจะค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจบนเว็บไซต์ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ การเข้าชมเว็บไซต์เพียงหนึ่งครั้ง ก็สามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้” ดังนั้นการมีเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ จะช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ให้กับร้านค้าของคุณได้

3. จัดการจำนวนพนักงานให้เหมาะกับช่วงเวลาขายดี

ช่วงวันหยุดยาวเป็นช่วงที่มีอัตรานักช้อปเข้ามาใช้ชิมช้อปใช้มากกว่าปกติ และในช่วงสองเดือนหลังของปี 62 นี้ จะเป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวหลายครั้ง ทั้งช่วงวันพ่อแห่งชาติ, วันรัฐธรรมนูญ หรือจะเป็นวันสิ้นปี ดังนั้นการเตรียมพร้อมในส่วนของพนักงาน ให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าจึงมีความจำเป็นอย่างมาก

ในช่วงวันหยุดยาว อาจจะต้องจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อมารองรับจำนวนการเข้าใช้บริการของลูกค้า หรือจะต้องเลือกพนักงานที่มีทักษะในการขายยอดเยี่ยมเข้ามาในช่วงนี้ เพื่อปิดการขายได้อย่างราบรื่น และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของคุณ

4. ให้ Double Cashback ผ่าน โปรแกรมลูกค้าสมาชิก(Loyalty program)

แอพเป๋าตังมีการมอบ cashback หรือ เงินคืน ให้กับลูกค้าที่มาซื้อสินค้า 15 – 20% แต่ถ้าหากธุรกิจหรือร้านค้าใช้เครื่องคิดเงินจากสโตร์ฮับ ร้านค้าสามารถให้เงินคืนกับลูกค้า 2 ต่อ
ต่อที่ 1 คือ จากแอพเป๋าตัง
ต่อที่ 2 เป็นหนึ่งจุดเด่นที่ร้านค้าสามารถใช้เพื่อโปรโมทเรียกลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการร้านของคุณ ผ่านฟีเจอร์ Beep Cashback

Beep Cashback คือ Loyalty Program ที่ทางสโตร์ฮับของเราพัฒนามาเพื่อร้านค้าขนาดเล็กหรือเจ้าของธุรกิจ SMEs ที่เป็นลูกค้าของเราโดยเฉพาะ เป็นโปรแกรมคืนเงินลูกค้าเพื่อสร้าง Customer Loyalty สร้างความภักดีของลูกค้าให้เกิดขึ้นกับแบรนด์ ทั้งยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับร้านมากกว่าเดิมด้วย

นอกจากการให้เครดิตเงินคืนแก่ลูกค้าเพื่อกลับมาใช้บริการที่ร้านแล้ว โปรแกรมลูกค้าสมาชิกจากสโตร์ฮับจะช่วยเก็บหมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งทางร้านค้าสามารถจัดโปรโมชั่น เพื่อดึงลูกค้าเก่า ๆ ผ่านการยิง SMS ได้อีกด้วย

5. จัดการขายแบบโปรโมชั่น หรือแพ็คคู่คุ้มกว่า

ในช่วงชิมช้อปใช้เฟส 1 คนส่วนใหญ่ใช้เงิน 1,000 บาทจากแอปเป๋าตังเท่านั้น ไม่ได้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มเติม ดังนั้นการจัดโปรโมชั่นขายสินค้าแบบคุ้มค่า แพ็คคู่คุ้มกว่า น่าจะเป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่จะดึงคนให้เข้าร้าน โดยเฉพาะสินค้าค้างสต๊อกที่ทางร้านต้องการกำจักออก กลยุทธ์นี้ในช่วงเวลาแบบนี้ น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด

สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงที่มีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าอย่างล้นหลามอย่างชิมช้อปใช้ คือรายงานการขายที่ถูกต้องและแม่นยำ มิเช่นนั้นก็อาจจะขาดทุนได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้นการมีเครื่องคิดเงินสโตร์ฮับจะช่วยผ่อนแรงในการทำรายงานการขายในแต่ละวัน และมีการบันทึกยอดขายอย่างละเอียด ถูกต้อง และแม่นยำ เจ้าของธุรกิจไม่ต้องมานั่งกังวลอีกต่อไป แถมยังสำรวจความสำเร็จของร้านจากกระแสชิมช้อปใช้ได้ไม่ยากด้วย

บริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วยสโตร์ฮับ

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับสามารถช่วยคุณจัดการธุรกิจได้อย่างไร