Talk to our business consultant: +60 3 9212 6688

7 หลักการเลือกระบบ POS ที่ใช่

7 หลักการเลือกระบบ POS ที่ใช่ ห้การดูแลร้านง่ายนิดเดียว

สังเกตไหมว่าระบบ POS เป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่เจ้าของธุรกิจ ร้านค้า และกิจการประเภทต่าง ๆ นั่นก็เพราะระบบขายหน้าร้านสุดอัจฉริยะนี้ทำอะไรได้มากกว่าเครื่องคิดเงินธรรมดา แถมยังมีฟีเจอร์หลากหลายช่วยให้เจ้าของธุรกิจบริหารร้านได้ง่ายขึ้นยังไงละ ! 

แล้วร้านคุณละมีตัวช่วยดี ๆ แบบนี้ไว้ใช้งานหรือยัง ? 

หรือยังงงอยู่ว่าต้องเลือกแบบไหน ของแบรนด์อะไร และเลือกจากอะไร ?

ถ้าใช่ วันนี้เราจะพามาดู 7 หลักการในการเลือกระบบ POS ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น ดังนี้ :-

1. ดูว่าร้าน/ธุรกิจของคุณต้องการอะไร

ตรวจสอบปัญหาของร้าน

ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, ร้านชาไข่มุก, ร้านค้าปลีก, ร้านขายเสื้อผ้า, ร้านขายของชำ หรือว่าเจ้าของธุรกิจประเภทไหน คุณก็ควรรู้ว่าธุรกิจของคุณยังขาดการดูแลในด้านไหนหรือมีปัญหาอะไรบ้าง เพื่อให้คุณได้เลือกระบบ POS ที่มีฟีเจอร์ตอบโจทย์การดูแลธุรกิจของคุณในขั้นตอนต่อไป 

และถ้าจะให้ยกตัวอย่างปัญหาของร้านค้าหรือธุรกิจประเภทต่าง ๆ ก็อาจจะแบ่งได้ดังนี้ :-

  • ปัญหาร้านอาหาร – วัตถุดิบเน่าเสีย ต้นทุนสูง กำไรหดหาย
  • ปัญหาร้านกาแฟ – ขายหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ สินค้าไม่พอต่อความต้องการของลูกค้า
  • ปัญหาร้านชาไข่มุก – ลูกค้าต้องรอนาน โดยเฉพาะเวลาที่คิวยาว
  • ปัญหาร้านค้าปลีก – สต๊อกสินค้าเกิน ไม่รู้ว่าอันไหนขายดีหรือไม่ดี
  • ปัญหาร้านขายเสื้อผ้า – ไม่รู้จักกลุ่มลูกค้าหรือรู้ว่าลูกค้านิยมเสื้อผ้าแบบไหน
  • ปัญหาร้านขายของชำ – สินค้าค้างสต๊อก จนต้องทิ้งเปล่า

นี่เป็นเพียงตัวอย่างคร่าว ๆ ของร้านค้าแต่ละประเภทเท่านั้น ซึ่งสำหรับร้านของคุณหรือร้านอื่น ๆ ก็อาจจะมีปัญหาแตกต่างกันออกไป แนะนำให้สำรวจปัญหาด้วยตนเอง หรือจะสอบถามพนักงานแต่ละคนก็ได้ จากนั้นก็เขียนออกมาทั้งหมด เท่านี้คุณก็จะรู้แล้วว่าร้านค้าหรือธุรกิจของคุณต้องปรับปรุงอะไรตรงไหน หรือว่าต้องมองหาเครื่อง POS กับฟีเจอร์แบบใด

2. เช็คอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานร่วมกับระบบ POS

อุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกับระบบ POS

เมื่อรู้ปัญหาคร่าว ๆ และรู้ว่าฟีเจอร์ POS ไหนที่ร้านคุณต้องใช้แล้ว คราวนี้ก็ต้องดูว่าระบบ POS ที่คุณสนใจนั้นต้องใช้งานกับอุปกรณ์ไหนบ้าง จะได้ใช้งานระบบ POS ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะมีหลายเจ้าที่คุณต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มอีกถึงจะใช้งานได้ เช่น โน๊ตบุ๊ค, iPad, เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ และเครื่องสแกนบาร์โค้ด เป็นต้น 

แต่ก็โชคดีที่หลายเจ้ามีเครื่อง POS ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมายให้ยุ่งยาก อย่าง​ StoreHub Prime ก็มีพร้อมทั้งหน้าจอแสดงผลฝั่งลูกค้าและคนขาย ให้การซื้อ-ขายคล่องตัวยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดพื้นที่ใช้สอยบริเวณเคาน์เตอร์อีกด้วย

ดังนั้นต้องลิสต์รายการอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้งานร่วมกับ POS ไว้ให้ดีจะได้ไม่มีตกหล่นเวลาซื้อ หรือจะเลือกเครื่องที่มาพร้อมอุปกรณ์น้อยชิ้นเพื่อประหยัดเงินในส่วนของอุปกรณ์เสริมก็ได้ คราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของร้านอย่างคุณแล้วละว่าจะถูกใจเครื่อง POS แบบไหน

ที่สำคัญอย่าลืมดูด้วยว่าอุปกรณ์ไหนใช้กับอะไรได้บ้าง จะได้ไม่เสียเงินและเวลาซื้อมาฟรี ๆ  เพราะ POS ที่คุณสนใจอาจจะรองรับแค่อุปกรณ์บางรุ่นเท่านั้น

3. กำหนดราคาระบบ POS ที่ต้องการ

กำหนดและเช็คราคาระบบ POS

การกำหนดราคาในที่นี้คือ คุณจะต้องตั้งงบประมาณในการซื้อระบบ POS มาใช้งาน เพราะระบบของแต่ละเจ้าจะมีราคาและฟีเจอร์ที่แตกต่างกันออกไป แล้วก็ขึ้นอยู่กับขนาดร้านค้าหรือธุรกิจของคุณด้วย เช่น จำนวนสาขา, จำนวนพนักงาน และจำนวนสินค้า เป็นต้น

ในส่วนของราคาระบบ POS ก็จะมีตั้งแต่หลักร้อยเป็นต้นไปเนื่องจากบางเจ้ามีให้เช่าซื้อแบบรายเดือน แต่บางเจ้าก็จะมีให้ซื้อแบบยกแพ็คเกจ และราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 2,000 – 4,000 บาท เพราะฉะนั้นคุณต้องตั้งงบประมาณและตัดสินใจว่าจะเช่าระบบ POS รายเดือนหรือซื้อแบบยกแพ็คเกจ

นอกจากนี้ต้องระวังในเรื่องของสัญญา การรับประกัน และการบริการหลังการขายด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้สำคัญมาก ๆ ในการใช้งานของคุณ และสำหรับระบบ POS ที่ดีมีคุณภาพนั้น คุณจะได้สัญญาเช่า-ซื้อที่เป็นธรรม ระยะการรับประกันสินค้าที่สมเหตุสมผล แล้วก็บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยมแน่นอน ! อย่างที่สโตร์ฮับของเราก็มีทีมงานคอยให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา หากลูกค้ามีปัญหาใด ๆ ในการใช้งานก็สามารถติดต่อฝ่ายบริการได้ทันที

4. เปรียบราคาและฟีเจอร์ระบบ POS แต่ละเจ้า

เปรียบเทียบราคาและฟีเจอร์ระบบ POS

ถ้าอยากได้ระบบ POS ที่ใช่ คุ้มค่า และตอบโจทย์การใช้งานจริง ๆ คุณก็ต้องหาข้อมูล POS ของแต่ละแบรนด์แล้วก็เปรียบเทียบราคากับฟีเจอร์อย่างละเอียด ซึ่งนั่นก็รวมถึงรีวิว ความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริง และประสบการณ์การใช้งานด้วย

ถ้าดูแล้วยังตัดสินใจไม่ได้ ก็ลองต่อสายตรงไปหาฝ่ายขายของระบบ POS ที่คุณสนใจ เพื่อดูว่าหากคุณตัดสินใจเลือกใช้ของแบรนด์นี้แล้ว บริการหลังการขายจะเป็นยังไง เพราะอย่าลืมว่าเมื่อคุณตัดสินใจเลือกแล้ว พวกเขาจะต้องอบรมการใช้งานให้คุณ

แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าต้องเลือกราคาไหนกับฟีเจอร์อะไรถึงจะคุ้มค่า ? ง่าย ๆ เลย ก็ต้องเลือกระบบที่ราคาถูกและมาพร้อมกับฟีเจอร์หลากหลาย แต่ก็ต้องตอบโจทย์การใช้งานกับปัญหาที่ร้านของคุณด้วย เช่น 

  • สต๊อกสินค้าเกิน/ไม่พอขาย – ฟีเจอร์การจัดการสต๊อกสินค้า (แจ้งเตือนสต๊อก, สั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์)
  • ต้องมานั่งทำยอดขายเอง – ฟีเจอร์รายงานการขาย (บอกยอดขายรายชั่วโมง/เรียลไทม์, บอกสินค้าขายดี, ติดตามผลลัพธ์โปรโมชั่น
  • ไม่รู้จักกลุ่มลูกค้า – ฟีเจอร์ CRM (เก็บข้อมูลลูกค้า, ประวัติการซื้อ, ส่ง SMS และจัดโปรโมชั่นที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละคน)
  • พนักงานจอมโกง – ฟีเจอร์บริหารจัดการพนักงาน (จำกัดการเข้าถึงข้อมูล, เวลาเข้า-ออกงาน, การทำงานรายชั่วโมง)
  • อยากเปิดร้านขายออนไลน์ – ระบบ POS ที่ดีจะต้องจัดการได้ครบทั้งหน้าร้านและร้านค้าออนไลน์ และมีฟีเจอร์เชื่อมต่อร้านออนไลน์กับออฟไลน์เข้าด้วยกัน และที่สำคัญต้องให้คุณเปิดเว็บขายของออนไลน์ฟรีด้วย
  • มีหลายสาขา ดูแลไม่ทั่วถึง – ฟีเจอร์ระบบ POS สำหรับร้านหลายสาขา จะต้องช่วยให้ร้านตรวจสอบยอดขาย ถ่ายโอนสต๊อก และจัดการแต่ละสาขาได้ง่ายในระบบเดียว

แต่สำหรับปัจจุบันแล้ว มีหลายเจ้าที่เปิดโอกาสให้คุณทดลองใช้งานระบบ POS ฟรี เรียกว่าโชคดีมาก ๆ ดังนั้นลองไปใช้งานหลาย ๆ อัน แล้วเปรียบเทียบราคากับฟีเจอร์ดู ถ้าอันไหนใช้ง่าย มีฟีเจอร์ที่คุณต้องการ และราคาเหมาะสมก็ซื้อมาใช้งานได้เลย !

5. สังเกตการทำงานของระบบ POS

สังเกตการทำงานของระบบ POS

หลังจากที่หาข้อมูลต่าง ๆ และเปรียบเทียบราคากันไปแล้ว เมื่อคุณตัดสินใจทดลองใช้งานระบบ POS ฟรี ก็ต้องสังเกตด้วยว่าการทำงานของระบบเป็นยังไง, ลื่นไหลพอไหม, เครื่องหน่วงหรือไม่ หรือว่าใช้งานยากไปหรือเปล่า 

เพราะถ้าระบบนั้นใช้งานยากและต้องใช้เวลาฝึกใช้งานเป็นเวลานาน ๆ ก็อาจจะต้องเดินหน้าหาเจ้าใหม่ ลองคิดดูสิว่าถ้าเจ้าของร้านอย่างคุณไม่เข้าใจการใช้งานแล้ว คุณจะไปเทรนพนักงานที่ร้านให้ใช้เจ้าเครื่อง POS นี้ได้ยังไงละ จริงไหม ?

นอกจากในเรื่องของการใช้งาน ความเร็ว และฟังก์ชั่นต่าง ๆ แล้ว อย่าลืมสังเกตด้วยว่าขั้นตอนการเก็บบันทึกหรือถ่ายโอนข้อมูลต่าง ๆ เป็นยังไง แล้วถ้าเกิดมีคำถามหรือข้อสงสัยอะไรก็ให้สอบถามกับฝ่ายขายหรือทีมงานทันที ยังไงก็ดีกว่าตัดสินใจซื้อมาแล้วใช้งานไม่เป็นแน่นอน

6. ระบบ POS ติดตั้งง่ายและมีคนให้คอยให้ความช่วยเหลือ

การติดตั้งระบบ POS ให้สมบูรณ์พร้อมใช้งาน

หลังจากท่ีตัดสินใจเลือกระบบ​ POS มาใช้งานได้แล้ว คราวนี้ก็ถึงขั้นตอนการติดตั้งตัวระบบกับอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกันแล้ว คุณจำเป็นต้องเลือกระบบ POS ที่มีการติดตั้งง่ายและมีทีมงานมืออาชีพคอยช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา

ในส่วนของขั้นตอนการติดตั้งระบบ POS นั้นก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับแบรนด์, อุปกรณ์, ขนาด และคุณสมบัติของตัวเครื่องด้วย ซึ่งทางบริษัทที่ขายระบบให้กับคุณควรจะให้คู่มือติดตั้งมาโดยเรียบร้อย หรือแม้กระทั่งสอนวิธีการติดตั้ง แล้วถ้ายังไม่เข้าใจหรือรู้วิธีติดตั้งอีกก็โทรหาทีมงานได้เลย รับรองว่าบริษัทที่ใส่ใจลูกค้าจะไม่ปล่อยคุณทิ้งกลางทางแน่นอน เพราะพวกเขาจะคอยดูแลคุณตลอดการใช้งาน

อย่างที่สโตร์ฮับของเราก็จะมีทีมงานคอยดูแลตลอดการใช้งาน ถ้ามีปัญหาขัดข้องใด ๆ ลูกค้าก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทันที แล้วทางสโตร์ฮับของเราก็จะช่วยแก้ปัญหาจนคุณสามารถใช้งานได้อย่างแน่นอน

7. ใช้ประโยชน์จากระบบ POS ให้คุ้มค่าที่สุด

การใช้งานระบบ POS ในร้าน

ภาพจาก Picjumbo

เมื่อมีระบบ POS อันใหม่เอี่ยมใช้งานในร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาใช้ประโยชน์จากตัวระบบกันแบบเต็มที่ อย่าลืมสำรวจระบบหลังบ้าน หรือตัวแอพพลิเคชั่นด้วยว่ามีลูกเล่นหรือส่วนเสริมตรงไหน หรือว่ามีอุปกรณ์ไหนที่คุณซื้อมาใช้งานเพื่อให้การดูแลร้านง่ายขึ้นบ้าง เช่น ฟีเจอร์จัดการสต๊อกสินค้าทำอะไรได้บ้าง ในส่วนของสินค้าคุณสามารถตั้งราคายังไงได้บ้าง และฟีเจอร์ CRM มีตรงไหนที่ช่วยคุณสานสัมพันธ์กับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นได้ เป็นต้น

นอกจากนี้คุณก็ต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทที่ขาย POS ให้กับคุณด้วย เพราะพวกเขาอาจจะมีส่วนช่วยเรียกลูกค้าหรือว่าช่วยขยายธุรกิจของคุณในอนาคตก็เป็นได้

ลองถามพวกเขาในเรื่องของการอบรมการใช้งาน ฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือกาารอัพเดต POS ที่ช่วยให้การใช้งานดีขึ้นก็ได้ บางที่พวกเขาอาจจะมีเคล็ดลับในการใช้ระบบ POS หรือให้คุณเข้าร่วมอบรมฟรีก็ได้นะ

สรุป

แม้ในปัจจุบันจะไม่มีระบบ POS แบบเฉพาะเจาะจงอย่างระบบ POS ร้านอาหาร, ระบบ POS ร้านกาแฟ, ระบบ POS ร้านขายเสื้อผ้า หรือระบบ POS ร้านชาไข่มุก แต่ก็โชคดีที่มีระบบ POS แบบครบวงจร เป็นระบบ All-in-one ที่สามารถจัดการได้ครบตั้งแต่การใช้งานหน้าร้านไปจนถึงหลังร้าน ให้เจ้าของร้านอย่างคุณสามารถบริหารจัดการร้านได้ง่ายขึ้น และไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจประเภทไหนก็ใช้งานได้

ถ้าหากสนใจระบบคิดเงินอัจฉริยะนี้มาใช้งานที่ร้าน ก็ลองนำ 7 หลักการการเลือกระบบ POS นี้ไปใช้ดู รับรองว่าคุณจะได้ระบบที่ใช่มาขับเคลื่อนธุรกิจของคุณแน่นอน คราวนี้ก็เพิ่มยอดขายได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรแล้ว และหากไม่รู้ว่าจะเลือกระบบ POS แบรนด์ไหนดี ก็สามารถเปลี่ยนเรื่องยุ่งยากภายในร้านให้กลายเป็นเรื่องหมู ๆ ด้วยระบบ POS สโตร์ฮับของเราได้เลย !

CTA - ระบบ POS สโตร์ฮับ โปรแกรมจัดการร้านค้าปลีกและร้านอาหาร

Share this Post

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email

Hey there! Please enter your store name.

.storehubhq.com