5 เทคนิคเด็ดจัดร้านขายเสื้อผ้า

สะกดจิตลูกค้าพร้อมเพิ่มยอดขายให้ปัง

จัดร้านขายเสื้อผ้ายังไงให้ขายดี ? เป็นคำถามแรกที่คุณควรตั้งเมื่อคิดจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าเป็นของตัวเอง เพราะแม้ว่าความสวยงามของสินค้ากับราคาที่เข้าถึงง่ายจะเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านประสบความสำเร็จ แต่ความจริงแล้วการจัดร้านเสื้อผ้าก็สำคัญไม่แพ้กัน

ดังนั้นคุณจึงจำเป็นต้องจัดแสดงสินค้าในรูปแบบที่ช่วยกระตุ้นความอยากซื้อ เมื่อลูกค้าเดินเข้ามาที่ร้านจะได้ไม่ลังเลและตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น แล้วร้านของคุณก็จะปิดการขายได้ไวกว่าเดิมด้วย

อยากรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะสะกดจิตลูกค้าให้ซื้อของและเพิ่มยอดขายสร้างกำไรได้มากขึ้น ? วันนี้เรามี 5 เทคนิคการจัดร้านขายเสื้อผ้าสุดเด็ดมาบอกต่อเจ้าของร้านอย่างคุณ !

จัดร้านขายเสื้อผ้ายังไงให้ขายดี ?

รู้ไหมว่าเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นหลายคนค้นพบเคล็ดลับที่ช่วยเพิ่มยอดขายผ่านการจัดร้านของพวกเขา ซึ่งเทคนิคการจัดร้านที่ว่านี้สามารถแบ่งเป็น 5 ข้อด้วยกัน คือ

1. แผนผังร้านขายเสื้อผ้าต้องเป๊ะ

ภาพจาก Freepik

ยิ่งลูกค้าเดินเข้าร้านมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งเห็นสินค้าในร้านมากขึ้นเท่านั้น และยิ่งเป็นเสื้อผ้าลดราคาแล้ว ลูกค้าก็จะยิ่งตื่นตาตื่นใจและอยากเข้ามาในร้านของคุณมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นวิธีการจัดร้านขายเสื้อผ้าที่ดีที่สุดก็คือ จัดแผนผังร้านค้า ที่สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าอยากเดินตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึงด้านหลังของร้าน ได้แก่

  • จัดแสดงเสื้อผ้าขายดีไว้ที่ด้านหลังของร้าน หรือไม่ก็จัดเคาน์เตอร์จ่ายเงินไว้ที่ด้านหลัง
  • จัดพื้นที่ร้านให้แปลกใหม่สะดุดตา เช่น แทนที่จะจัดร้านด้วยชั้นวางสินค้าขนาดเท่ากันทั้งหมด ก็ลองหาชั้นวางที่สูง-ต่ำ หรือสั้นยาวไม่เท่ากันมาจัดวางสินค้าดู
  • จัดแผนผังร้านใหม่ทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าประจำพุ่งตรงมาช้อปเสื้อผ้าแบบเดิม ๆ แล้วก็กลับ วิธีนี้เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าขาประจำและลูกค้าใหม่ใช้เวลาในร้านเสื้อผ้าแฟชั่นของคุณนานขึ้น ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แล้วคุณจะรู้ว่า การมีแผนผังร้านดีจะช่วยให้มีชัยไปกว่าครึ่ง !

2. จัดวางเสื้อผ้าให้เก๋

ภาพจาก Unsplash

ขายเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งที ก็ต้องจัดแสดงสินค้าให้ชิคสักหน่อย และวิธีจัดร้านขายเสื้อผ้าให้อินเทรนด์พร้อมเรียกลูกค้าได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือ

  • ใช้ตัวช่วยหลากหลายในการจัดเสื้อผ้าและสินค้าอื่น ๆ ในร้าน เช่น โต๊ะ, ราวแขวน, ชั้นวางบนผนัง, ชั้นวางเสื้อผ้าทั่วไป, Slatwall หรือผนังเสียบ, กระดาษอัดเจาะรู, ตู้เสื้อผ้า, ตู้คีออส (Kiosk) และหุ่นแสดงแบบ เป็นต้น
  • อย่าจัดเสื้อผ้าด้วยอุปกรณ์เดียวกันทั้งหมด แต่ควรผสมผสานให้ลงตัว เช่น มีราวแขวนเสื้อผ้า ชั้นวางหมวก แผงแขวนต่างหู และผนังเสียบ เพราะความหลากหลายของดีไซน์ของอุปกรณ์เหล่านี้จะช่วยให้ร้านขายเสื้อผ้าของคุณดูมีสไตล์มากขึ้น แถมยังไม่น่าเบื่อด้วย
  • จัดแสดงเสื้อผ้ามาใหม่หรือเสื้อผ้าที่ต้องการโปรโมทด้วยหุ่นจำลอง(หุ่นแสดงแบบ) เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพการใช้งานที่ชัดเจนขึ้น

การจัดเสื้อผ้าตามวิธีนี้จะช่วยให้คุณใช้พื้นที่ร้านได้อย่างเหมาะสมและช่วยให้ลูกค้าเพลินกับการช้อปปิ้งที่ร้านมากกว่า

3. จัดเสื้อผ้าแบบ Vertical Merchandising จะดีกว่า

ภาพจาก I Do Windows, Nike News และ American Apparel 

Vertical Merchandising คือ เทคนิคการจัดสินค้าที่ร้านค้าปลีกนิยมใช้กัน เป็นการจัดเสื้อผ้าชนิดเดียวกันในแนวดิ่งและและวางสินค้ายอดนิยมให้อยู่ใกล้สายตาของลูกค้า เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าให้ซื้อสินค้าหลายไอเท็มมากขึ้น ซึ่งตัวอย่างการจัดร้านขายเสื้อแบบ Vertical Merchandising ก็ได้แก่

  • จัดวางเสื้อผ้าเป็นกองและแบ่งตามหมวดหมู่ เพื่อให้สินค้าแต่ละชนิดอยู่ในสายตาของลูกค้าขณะเลือกซื้อ เช่น จัดวางกองเสื้อยืดไว้ข้างกองเสื้อผ้าชุดออกกำลังกาย หรือสินค้าลดราคา
  • จัดวางเป็นแถวแนวตั้ง/แนวดิ่ง คุณสามารถจัดกองเสื้อผ้าเป็นแนวตั้งได้ด้วย เช่น หากมีชั้นวาง 4 ชั้น ก็วางเสื้อกันหนาวไว้ซ้ายสุดของชั้นที่ 1-4 ถัดไปก็วางเป็นเสื้อเชิ้ตบนชั้นวางของ 1-4 และวางสินค้าที่เกี่ยวข้องในลักษณะเดียวกันตามลำดับ อย่าลืมวางเสื้อผ้าหรือไอเท็มที่ต้องการโปรโมทไว้ด้านบนสุดของชั้นวางเพื่อให้สะดุดตาลูกค้า

การจัดแต่งร้านเสื้อผ้าแบบ Vertical Merchandising เป็นวิธีที่น่าสนใจ แล้วก็ช่วยให้ลูกค้ามีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่พวกเขาต้องการมากขึ้น หากอยากปิดการขายได้เร็วและขายได้มากกว่าเดิมก็ต้องลองวิธีนี้เลย !

4. จัดเสื้อผ้าที่แมตช์กันไว้ด้วยกัน

ภาพจาก Unsplash

ลองจัดเสื้อผ้าที่แมตช์กับเสื้อผ้าแต่ละแบบไว้ด้วยกัน เช่น ถ้าต้องการโชว์เดรสมาใหม่ของร้าน ก็ใส่ชุดเดรสนั้นให้หุ่น จากนั้นก็แต่งรองเท้าและเครื่องประดับต่าง ๆ เข้าไป เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพอย่างชัดเจนว่าหากตัดสินใจซื้อชุดนี้แล้ว พวกเขาจะสามารถแต่งตัวยังไงได้บ้างและใส่กับอะไรได้บ้าง เช่น

  • หุ่นใส่ซัมเมอร์เดรสกับหมวกปีกกว้าง พร้อมถือกระเป๋าสาน
  • หุ่นใส่ชุดออกงานผ้าซาตินสีม่วงกับเข็มขัดสีดำ
  • หุ่นใส่ชุดเสื้อผ้าเด็กลายการ์ตูนสุดน่ารัก
  • หรือโต๊ะวางสินค้าที่มีแจ็คเก็ต กระโปรง กางเกง และผ้าพันคอ สำหรับคอลเล็คชั่นหน้าหนาว

เมื่อร้านจัดเสื้อผ้าที่มิกซ์แอนด์แมตช์ไว้ด้วยกัน ลูกค้าก็จะรู้สไตล์ของเสื้อผ้าและรู้แนวการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น ทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น

5. จัดวางสินค้าที่ต้องการโปรโมทไว้ในจุดที่ลูกค้าเห็นง่าย

ภาพจาก Pixabay

จุดขายต่าง ๆ ของร้านอย่างประตู หน้าต่าง หรือตู้โชว์สินค้านั้น สามารถเรียกลูกค้าได้เป็นอย่างดี โดยคุณอาจทำได้ดังนี้

  • จัดเสื้อผ้า เครื่องประดับ และสินค้าที่เป็นไฮไลท์ของร้านด้วยตู้คีออส (Kiosk)
  • จัดแสดงบริเวณประตูหน้าต่างของร้าน หรือจัดไว้ที่ชั้นวางปลายแถวของชั้นวางสินค้า (End Caps)
  • ไม่เน้นแขวนเสื้อผ้าหรือวางบนชั้นเพียงอย่างเดียว
  • แต่งตัวให้หุ่นจำลองและจัดแสดงสินค้าบริเวณประตู/หน้าต่าง

วิธีนี้จะช่วยให้ร้านของคุณดูน่าสนใจและโดดเด่นสะดุดตากว่าร้านที่จัดวางสินค้าด้วยราวแขวนทั่วไป แถมยังช่วยเปลี่ยนคนที่เดินผ่านไปมาให้กลายเป็นลูกค้าของร้านได้ง่าย ๆ เพราะการตกแต่งประตูหน้าต่างร้านด้วยสินค้าที่น่าดึงดูด จะเชิญชวนลูกค้าที่ไม่ได้ตั้งใจมาช้อปแวะเข้าร้านของคุณ เผลอ ๆ ลูกค้าที่ว่านี้อาจจะได้เสื้อผ้าติดไม้ติดมือกลับบ้านสักตัวสองตัวก็ได้ใครจะไปรู้

ทิ้งท้าย

เทคนิคการจัดร้านขายเสื้อผ้าทั้ง 5 ข้อนี้จะช่วยให้ลูกค้าของคุณเพลินกับการช้อปปิ้งแบบไม่รู้ตัว เพราะพวกเขาจะตื่นตาตื่นใจกับการจัดวางเสื้อผ้าที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และไม่เหมือนใคร ถ้าอยากขายดีและปิดการขายได้รวดเร็วกว่าเดิมก็ต้องลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปแต่งร้านเสื้อผ้าของคุณดู แล้วยอดขายของร้านจะปังกว่าเดิมแน่นอน!

บริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วยสโตร์ฮับ

StoreHub Point of Sales

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับสามารถช่วยคุณจัดการธุรกิจได้อย่างไร