รู้แล้วต้องเลี่ยง ! กับ 10 สาเหตุที่ทำให้

ร้านค้าปลีกขนาดเล็กล้มเหลว

ทำไมร้านค้าปลีกขนาดเล็กส่วนใหญ่ถึงล้มเหลว ? นี่คงเป็นคำถามที่เจ้าของธุรกิจค้าปลีกหลายคนกำลังสงสัยกันอยู่

ก็อย่างที่เรารู้กันดีนั่นแหละว่า การทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคุณจะต้องทำความเข้าใจหลายอย่างทั้งวางแผนร้าน วางแผนการขาย บริหารจัดการพนักงาน และทำอะไรอีกตั้งมากมาย นอกจากนี้ยังมีการศึกษาของ G2 พบว่าธุรกิจขนาดเล็กหลายรายล้มเหลวใน 5 ปีแรกและ USA Today ยังเผยอีกว่าธุรกิจรายใหม่ที่อยู่ตลอดรอดฝั่งในปีแรกมีเพียง 20% เท่านั้น !

แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะเราไม่ได้ตั้งใจบอกข้อมูลเหล่านี้เพื่อให้คุณรู้สึกท้อแท้ ในทางตรงกันข้าม เราอยากให้คุณมีสติและเฝ้าระวังปัญหาที่จะกระทบกับร้านค้าปลีกขนาดเล็กของคุณต่างหาก !

เพื่อให้คุณผงาดในเส้นทางธุรกิจค้าปลีกอย่างประสบความสำเร็จและอยู่อย่างผู้ชนะ วันนี้เราก็มี 10 สาเหตุที่ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กล้มเหลว มาบอกต่อด้วย คุณจะได้มีแนวทางบริหารธุรกิจและขับเคลื่อนร้านของคุณให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

10. ไม่มีแผนธุรกิจ หรือ แผนดีไม่พอ

ภาพจาก Unsplash

เมื่อพูดถึงเรื่องแผนธุรกิจแล้ว สิ่งที่คุณคิดอาจจะฟังเหมือนดูดี แต่ในความจริงอาจจะไม่เป็นอย่างนั้น เพราะถ้าหากตั้งใจจะเปิดร้านค้าปลีกขนาดเล็กแล้ว คุณต้องศึกษาข้อมูลให้ดีและวางแผนอย่างรัดกุม

แผนธุรกิจที่ดีจะช่วยให้ร้านค้าปลีกของคุณโดดเด่นกว่าคู่แข่งและอยู่ในวงการได้อย่างยั่งยืน หากคุณเป็นเจ้าของร้านขายเสื้อผ้า ลองคิดดูสิว่าคุณจะทำยังไงให้แตกต่างจากร้านอื่น ต้องขายเสื้อผ้าแนวไหน ต้องมีบริการรูปแบบใด หรือว่าตกแต่งร้านยังไงให้ตรงใจกลุ่มลูกค้ามากที่สุด ?

เมื่อคุณตอบคำถามเหล่านี้ได้ คุณก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเปิดร้านค้าปลีกมากขึ้น

ส่วนแผนธุรกิจอื่น ๆ ก็อาจจะเป็นการขายเสื้อผ้าออนไลน์และหน้าร้านเพื่อเพิ่มความสะดวกในการช้อปปิ้งของลูกค้า แผนการตลาดเพื่อเรียกลูกค้าใหม่ ๆ และรักษาลูกค้าที่มีอยู่ และแผนการบริหารเงินหมุนเวียนในธุรกิจ เป็นต้น นอกจากนี้ต้องคำนึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และทำความเข้าใจไว้ล่วงหน้าก่อนด้วยว่าธุรกิจส่วนใหญ่มักจะไม่มีกำไรในปีแรก

9. ไม่เข้าใจพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าหลัก

รู้ไหมว่า 91% ของกลุ่มลูกค้าอายุ 18-34 ปีเชื่อรีวิวออนไลน์ไม่แพ้คำแนะนำจากคนรู้จัก และพวกเขาก็อยากได้บริการกับสินค้าที่คุ้มค่าที่สุดจากเงินที่จ่ายไป ถ้าร้านค้าปลีกของคุณ ขาดคุณสมบัติข้อนี้ก็เตรียมตัวรับมือกับกระแสของโลกโซเชียลได้เลย

เจ้าของธุรกิจค้าปลีกหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าลูกค้ามักโพสต์ในโลกโซเชียลอย่าง Facebook, LINE, Instagram และ Twitter เมื่อพวกเขาไม่พอใจในสินค้าและบริการ หรือบางคนก็อาจจะเขียนรีวิวเชิงลบบน Google จากนั้นเมื่อลูกค้าคนอื่นเจอรีวิวเชิงลบเหล่านี้ก็จะลังเลที่จะมาซื้อของที่ร้านค้าปลีกของคุณ ไม่แน่ลูกค้าของคุณอาจจะค่อย ๆ หายไปในที่สุดก็ได้

ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ขายสินค้าคุณภาพเยี่ยมและให้บริการที่ดีที่สุดจากทางร้าน จะได้รักษาชื่อเสียงของร้านพร้อมเพิ่มความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าของคุณ ที่สำคัญ อย่าลืมตอบรีวิวลูกค้าหรือคอมเม้นต์ตามโซเชียลด้วย ลูกค้าจะได้รู้ว่าคุณมีตัวตนในโลกออนไลน์และพร้อมน้อมรับคำติชมเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข แล้วพวกเขาก็จะสัมผัสได้ว่าร้านของคุณจริงใจและใส่ใจลูกค้าทุกคน

เมื่อเข้าใจพฤติกรรมด้านนี้ของกลุ่มลูกค้าข้อนี้แล้ว คุณก็จะทำให้พวกเขาประทับใจได้อย่างง่ายดาย

8. ไร้ซึ่งระบบจัดการสต๊อกสินค้าคุณภาพ

ร้านค้าปลีกขนาดเล็กของคุณไม่สามารถประสบความสำเร็จได้หากไม่มีระบบการจัดการสต๊อกสินค้าหรือสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนี่เป็นปัญหาหลักของเจ้าของธุรกิจหลายคน และเมื่อคุณไม่รู้จำนวนสต๊อกสินค้าที่แน่นอน ก็ทำให้จัดการสินค้าได้ไม่ดีพอ บางครั้งอาจมีสินค้าไม่พอขาย หรือบางครั้งก็อาจเผลอสั่งสินค้าเยอะเกินจนล้นโกดัง

แล้วจะทำยังไงถึงจะจัดการสต๊อกได้อย่างมีประสิทธิภาพและขายสินค้าได้คล่องตัวขึ้น ? คำตอบก็คือ ใช้ระบบ POS เพราะโปรแกรมนี้มีฟีเจอร์บริหารจัดการสต๊อกสินค้าให้คุณติดตามและได้รับแจ้งเตือนเมื่อสต๊อกเหลือน้อย คุณจึงไม่หมดเงินไปกับการสั่งซื้อสินค้าเกินจำนวน หรือพลาดโอกาสในการขายเพราะสินค้าขายดีหมดเมื่อลูกค้าต้องการ

7. ไม่มีการเติบโตที่ยั่งยืน

ภาพจาก Pixabay

ในการทำธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจต่าง ๆ นั้นการเติบโตช้า ๆ อย่างสม่ำเสมอจะนำไปสู่ความยั่งยืน เพราะหากขยายร้านเร็วเกินไป ก็อาจจะทำให้มีหนี้เพิ่มขึ้นมาแทนได้ อีกอย่างถ้าคุณทำอะไรเกินที่ตัวเองจะรับมือไหว ก็จะทำให้คุณเหนื่อยและหมดไฟในการทำงานเปล่า ๆ ส่งผลให้ดูแลร้านและบริหารได้ไม่เต็มที่ เรียกว่ามีแต่เสียกับเสีย

ดังนั้นอย่าลืมวางแผนการขยายธุรกิจและจัดการเรื่องการเงินให้ละเอียดก่อนเริ่มเปิดร้านค้าปลีกขนาดเล็กของคุณจะดีกว่า หรือไม่เช่นนั้นก็ลองพูดคุยกับที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจของคุณเพื่อหาทางออก

6. ขายสินค้าไม่ได้

ภาพจาก Freepik

ในฐานะเจ้าของธุรกิจค้าปลีกแล้วคงจะไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการขายสินค้าไม่ถึงเป้า ปัญหานี้เกิดขึ้นได้เมื่อคุณหวังพึ่งลูกค้าเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เช่น ถ้าขายเครื่องเขียนหน้าโรงเรียน หรือขายเสื้อผ้าในมหาวิทยาลัย ร้านของคุณก็จะเงียบเหงาทุกครั้งที่ปิดเทอม เพราะฉะนั้นคุณจึงต้องปรับตัวและวางแผนการขายล่วงหน้า

นอกจากนี้สิ่งที่จะช่วยให้คุณมียอดขายทะลุเป้าก็คือ การเก็บข้อมูลลูกค้าที่มีและใช้ข้อมูลนั้นทำการตลาดเพื่อเรียกลูกค้าเหล่านั้นกลับมาซื้อของที่ร้านของคุณ หากไม่รู้ว่าจะเริ่มเก็บข้อมูลยังไงและไม่อยากจดทุกอย่างด้วยมือ ก็ลองหาระบบ POS ดี ๆ สักอันมาใช้งานในร้าน รับรองว่ายอดขายจะดีขึ้นแล้วคุณก็จะแฮปปี้แน่นอน !

5. จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

ภาพจาก Freepik

เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมักจะคิดว่าตัวเองสามารถบริหารจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเองจนอาจจะลืมไปว่าพวกเขาก็คือคนปกติทั่วไป ที่มีทั้งข้อดีและข้อด้อย แถมยังใช้เวลาดูแลร้านมากมายในแต่ละวัน

ทำไมไม่ลองหาผู้ช่วยมาแบ่งเบาภาระและลดความเครียดในการดูแลร้านค้าปลีกของคุณล่ะ ? ลองจ้างพนักงานมาช่วยสักคน หรือจะลงทุนซื้อโปรแกรมขายหน้าร้านที่เรารู้จักกันดีในชื่อของระบบ POS ก็ได้ เพราะระบบนี้ช่วยลดปัญหาในการบริหารจัดการร้านได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่การซื้อขาย, การจัดการสต๊อกสินค้า, บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM), วางแผนโปรโมชั่น, บริหารพนักงาน และอื่น ๆ อีกมากมาย

เมื่อมีตัวช่วยดูแลร้านแล้ว คุณจะมีเวลาวางแผนการขายและทำกำไรให้กับร้านมากยิ่งขึ้น 

4. ไม่ช่ำชองงานด้านบัญชี

เจ้าของร้านค้าปลีกหลายคนคิดว่าแค่มีสินค้าคุณภาพดีขาย ลูกค้าแฮปปี้กับสินค้า พร้อมกลยุทธ์การตลาดที่ดีและเงินทุนมหาศาลก็ทำให้ประสบความสำเร็จได้แล้ว แต่อย่าลืมว่าการบริหารร้านให้เติบโตไม่ได้มีแค่นั้น เพราะคุณต้องรู้วิธีทำบัญชีด้วย แน่นอนว่าเจ้าของร้านบางคนไม่รู้วิธีทำ Excel Sheet หรือใช้สูตรคำนวณทำบัญชีด้วยซ้ำ . . .

ทั้งนี้ยังมีการสำรวจพบว่า 47% ของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไม่ชอบงานบัญชีและ 13% ไม่ชอบงานบริหารที่น่าปวดหัวและกินเวลาในแต่ละวัน ถ้าคุณไม่อยากรับมือกับปัญหาเหล่านี้  ก็ลองใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น iPad POS และ Android POS ที่มีโปรแกรมบัญชีมาให้ในตัว แล้วคุณก็จะไม่ต้องมานั่งเสียเวลาทำยอดขายและทำบัญชีเองอีกต่อไป เรียกว่าประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลา แถมชีวิตยังง่ายขึ้นอีกด้วย

3. ไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับยุคแห่งเทคโนโลยี

คุณอาจจะตกใจเมื่อรู้ว่าสาเหตุหลัก ๆ อีกหนึ่งข้อที่ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดเล็กหลายร้านปิดตัวลงก็คือ การที่เจ้าของร้านไม่ยอมปรับตัวให้เข้ากับลูกค้าในยุคเทคโนโลยี จริงอยู่ที่การขายสินค้าหน้าร้านช่วยให้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่อย่าลืมว่า ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็รักความสะดวกสบายกันทั้งนั้น

ลองหันมาขายของออนไลน์เพื่อเพิ่มช่องทางการช้อปและการจ่ายเงินให้กับลูกค้าจะดีกว่า จะได้เพิ่มโอกาสขายให้กับร้านมากยิ่งขึ้น และถ้ากลัวว่าสต๊อกสินค้าหน้าร้านกับสินค้าออนไลน์จะไม่ตรงกัน ก็ลองใช้ระบบ POS ที่เชื่อมต่อสต๊อกสินค้าจากสองที่เพื่อให้คุณติดตามจำนวนสินค้าหน้าร้านและสินค้าที่ขายในเว็บง่ายยิ่งขึ้น เพราะระบบนี้ช่วยคุณจัดการร้านได้อย่างอัตโนมัตินั่นเอง

2. ขาดข้อมูลสำคัญในการพัฒนาร้าน

รายงานยอดขาย ผลงานพนักงาน ข้อมูลลูกค้า จำนวนสต๊อก ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้คือข้อมูลสำคัญในการต่อยอดธุรกิจของคุณ แล้วถ้าหากคุณไม่สามารถเช็คข้อมูลเหล่านี้ได้แบบเรียลไทม์ ก็จะทำให้การตัดสินใจทางธุรกิจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งเจ้าของร้านค้าปลีกขนาดเล็กหลายคนอาจจะมองข้ามข้อนี้ไป

แล้วเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่มักจะไม่เจอปัญหานี้เพราะพวกเขามีตัวช่วยเก็บข้อมูลสำคัญ ทั้งยังดูรายงานกับความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในร้านได้แบบเรียลไทม์ ที่สำคัญ พวกเขาสามารถจัดการร้านได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยตัวช่วยเจ๋ง ๆ อย่างระบบ POS ระบบนี้จึงเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญในการดูแลร้านของเจ้าของธุรกิจยุคใหม่

1. ขาดการจัดการที่ดี

และแล้วก็มาถึงสาเหตุหลักข้อที่ 1 ที่ทำให้หลายร้านค้าปลีกล้มเหลว นั่นก็คือ การจัดการธุรกิจที่ไม่ดีและไร้ประสิทธิภาพ

ซึ่งการจัดการนั้นเกี่ยวข้องกับทัศนคติและความเชื่อที่มีผลต่อพฤติกรรม แล้วบางทีเจ้าของร้านบางคนก็อาจจะยึดตัวเองเป็นหลักมากเกินไป อารมณ์ร้อน ทั้งยังขาดความรู้ ดังนั้นถ้าอยากอยู่เหนือเกมธุรกิจค้าปลีกและดูแลร้านให้เติบโตอย่างมั่นคง ก็ควรศึกษาตลาด พฤติกรรมของลูกค้า เทรนด์สินค้า และทำความรู้จักพนักงานเพื่อจะได้ปรับตัวพร้อมบริหารจัดการร้านได้ดียิ่งขึ้น เท่านี้อะไร ๆ ก็จะลงตัวกว่าเดิมแล้ว

สรุป

สาเหตุทั้ง 10 ข้อนี้คือ สิ่งที่เจ้าของร้านค้าปลีกขนาดเล็กต้องระมัดระวังให้ดีถ้าไม่อยากให้ธุรกิจปิดตัวลง เมื่อคุณเรียนรู้ปัญหาและรู้วิธีรับมือแล้ว ก็จะบริหารจัดการร้านให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ไม่ว่าจะเจออุปสรรคใด ๆ ระหว่างทาง จงอย่ายอมแพ้ง่าย ๆ เพราะสิ่งดี ๆ มักใช้เวลาเสมอ และเมื่อคุณได้เห็นผลผลิตของสิ่งที่ได้ทุ่มเทไป ก็จะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่นอน !

บริหารธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพด้วยสโตร์ฮับ

StoreHub Point of Sales

คลิกที่นี่เพื่อดูว่าสโตร์ฮับสามารถช่วยคุณจัดการธุรกิจได้อย่างไร